ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 27

อัศวินม้าดำ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายฝนที่กำลังจะโปรยปรายลงมา บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ คมกระบี่เย็นเฉียบเล่มหนึ่งจ่ออยู่ตรงลำคอระหงของไป๋ลี่หลิน นางไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาดอกท้อคู่สวยกลับพินิจมองรอยสลักรูปอสรพิษบนด้ามดาบของมือสังหารด้วยรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่ากลับเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ "ดูเหมือนว่าองค์ชายรองจะทรงรีบร้อนอยากเห็นศพของข้าเสียเหลือเกิน ถึงได้ส่งสุนัขรับใช้ฝีมือต่ำต้อยเช่นพวกเจ้ามาในยามวิกาลเช่นนี้" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ปลายคมดาบจะเริ่มกดลึกลงจนผิวเนื้อสีมุกปรากฏรอยแดงเรื่อและหยดโลหิตสีชาดซึมไหล มือสังหารชุดดำแววตาไหววูบด้วยความตกใจ มันไม่คิดว่าสตรีตัวเล็กๆ นางนี้จะมีจิตใจที่แข็งกระด้างปานหินผา "ฮูหยินเอก... ท่านอย่าได้โทษพวกเราเลย ความตายของท่านคราบน้ำตาแห่งความเมตตาขององค์ชายรองต่างหากเล่า" มือสังหารเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม พร้อมกับตวัดข้อมือหมายจะปลิดชีพเหยื่อตรงหน้าให้สิ้นซากในคราเดียว ทว่า... ในวินาทีที่คมดาบกำลังจะพรากชีวิตของนาง เสียงกีบเท้าม้าสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับอสุนีบาตก็ฟาดผ่าลงกลางความเงียบงัน! *โฮกกกกก—!* เสียงคำรามต่ำในลำคอที่ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายตื่นจากจำศีล พร้อมกับลมพายุหมุนวนที่พัดกระชากกิ่งไม้ใบหญ้าให้ปลิวว่อน เงาร่างสีดำสนิททะยานแหวกม่านราตรีลงมาจากฟากฟ้าดั่งเทพแห่งความตาย ม้าศึกพันธุ์ดีสีดำสนิทกายกำยำพุ่งเข้าชนมือสังหารกลุ่มนั้นกระเด็นกระดอนราวกับเศษใบไม้ ผู้ที่นั่งอยู่บนหลังม้าสวมชุดเกราะสีดำทมิฬสนิททั้งตัว ใบหน้าครึ่งบนถูกสวมทับด้วยหน้ากากโลหิตรูปอสูร ดวงตาคมกริบคู่นั้นดุดัน เยือกเย็น และอำมหิตจนไร้ซึ่งความปรานี ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง! เขากวาดสายตาดุจพญาเหยี่ยวมองมือสังหารเหล่านั้นเพียงชั่วพริบตาเดียว ก่อนที่กระบี่เหล็กนิลในมือจะถูกชักออกด้วยความเร็วที่แม้แต่สายตาก็แทบมองไม่ทัน *ฉับ!* โลหิตสีแดงฉาดสาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพีในชั่วพริบตา ร่างของมือสังหารผู้บังอาจแตะต้องปลายเส้นผมของภรรยาหลวงแห่งจวนอ๋องแยกออกเป็นสองส่วนอย่างไร้เสียงร้อง ความรวดเร็ว ไร้ความปรานี และเต็มไปด้วยกลิ่นอายการฆ่าฟันของแม่ทัพผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬทำให้บรรยากาศรอบด้านดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที มู่หรงเฉิงกระชากบังเหียนม้าให้หยุดนิ่งสนิทเบื้องหน้าไป๋ลี่หลิน เขาลดตัวลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม รองเท้าหนังปักด้ายทองย่างก้าวเข้าหาภรรยาตัวน้อยทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา ไป๋ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตา เขายังคงรักษาท่าทีสงบเยือกเย็น ทว่าในใจกลับรับรู้ได้ถึงคลื่นอารมณ์ระอุที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงันของบุรุษผู้นี้ มู่หรงเฉิงยื่นมือหนาที่เปื้อนคราบโลหิตอุ่นๆ มาสัมผัสแกوفةนวลของนางอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าหากออกแรงเพียงนิด ร่างบอบบางนี้จะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยหยดเลือดที่ข้างลำคอของนางออกอย่างทะนุถนอม ทว่าดวงตาคมกริบกลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล "เจ้ากล้าดียังไง... ถึงปล่อยให้พวกมันเข้าใกล้เจ้าจนมีบาดแผลเช่นนี้ ลี่หลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนห่วงหา เป็นความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากของปีศาจสงครามผู้เย็นชา ไป๋ลี่หลินแย้มรอยยิ้มหวานหยดย้อยออกมา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยพิษสงและเสน่หา นางเอียงคอมองสามีผู้ทรงอำนาจพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า "หม่อมฉันเพียงแต่... อยากรู้ว่าสุนัขที่องค์ชายรองเลี้ยงไว้ จะมีฝีมือสักแค่ไหนเพคะ และที่สำคัญ..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนอกเสื้อเกราะของเขาเบาๆ "หม่อมฉันรู้ว่า... ท่านอ๋องของหม่อมฉัน ไม่มีทางปล่อยให้หม่อมฉันต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแน่นอนเพคะ" คำพูดของนางราวกับน้ำมันราดลงบนกองเพลิง มู่หรงเฉิงแค่นหัวเราะในลำคออย่างดุดัน เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่นฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของนาง สูดดมกลิ่นกายที่เขาสโตร์ไว้ในความทรงจำราวกับคนอดอยากมาเนิ่นนาน อ้อมกอดนี้ทั้งอบอุ่นและปลอดภัย ทว่าในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ที่คิดเป็นศัตรู "ในเมื่อพวกมันกล้าลองดีกับชายาของเปิ่นหวาง..." มู่หรงเฉิงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงเยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิว "เปิ่นหวางก็จะส่งศีรษะของพวกมันทั้งหมด ไปเป็นของขวัญวันเกิดให้องค์ชายรองในวันพรุ่งนี้!" บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลง ทว่าใต้ความเงียบนั้นกลับมีคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ไป๋ลี่หลินกำลังจะเอ่ยคำใดตอบรับ สายตากลับเหลือบไปเห็นเศษหยกชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ซากศพมือสังหาร—หยกประจำตัวของไป๋รั่วซือที่สลักลายดอกซิ่งซ้อน! รอยยิ้มบนริมฝีปากของนางหุบลงทันที แทนที่ด้วยแววตาคมปลาบที่ฉายประกายความอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง มู่หรงเฉิงสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น เขาก้มลงหยิบเศษหยกขึ้นมาพิจารณาด้วยแววตาดุร้ายยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมชนิดที่แม้แต่พญายมยังต้องก้มหัวให้ "ดูเหมือนว่า... ในจวนหลังนั้น จะมีคนร้อนรนจนทิ้งหลักฐานชิ้นสำคัญไว้เสียแล้วกระมัง?" มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงต่ำ ทว่ายังไม่ทันที่ไป๋ลี่หลินจะทันได้เอاคำใด เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากทางประตูหลังของจวน แสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าคนสนิทแห่งวังหลวง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือ ใบหน้าของขันทีผู้นั้นซีดเซียวราวกับคนใกล้ตาย ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความหวาดผวาเมื่อเห็นกองเลือดตรงหน้า "ท่านอ๋อง... ฮูหยินเอก... ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความหอมหวานของยาพิษบทนี้ด้วยกันนะคะ "มนตรากรรมสะท้อน"
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%