ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 2

รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ถูกจุดขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนกลิ่นอายความอัปยศในห้องโถงใหญ่ตระกูลไป๋ ช่างน่าเวียนหัวเสียจนไป๋ลี่หลินเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา หากนางไม่เลือกที่จะยกผ้าแพรปักลายหมู่ผีเสื้อบินวนขึ้นซับหางตาเสียก่อน หยาดน้ำตาเม็ดโตใสราวกระจก ร่วงหล่นลงกระทบหลังมือขาวผ่องดั่งหยกอุ่นอย่างพอดิบพอดี นี่คือศิลปะแห่งการแสดงที่นางฝึกฝนจนเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ความตายอันเจ็บปวดในชาติภพก่อน ในชาติที่นางเคยโง่งอมอบหัวใจและอำนาจทั้งหมดให้สามีสารเลวอย่างองค์ชายรอง จนกระทั่งถูกตบหน้า ลอกคราบศักดิ์ศรี และบังคับให้ดื่มยาพิษจนกระอักเลือดตายอย่างไร้ค่า "พี่ใหญ่... ท่านอย่าได้โศกเศร้าจนเกินไปเลยเจ้าค่ะ ถึงแม้ว่าท่านอ๋องมู่หรงเฉิงผู้นั้นจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมดุร้าย ดื่มเลือดแทนน้ำและสังหารผู้คนดั่งผักปลา จนสตรีทั่วทั้งเมืองหลวงต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่... แต่มันก็เป็นพระราชโองการสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท ทางตระกูลไป๋ของเราปฏิเสธไม่ได้จริงๆ นะเจ้าค่ะ" เสียงหวานราดน้ำผึ้งอาบยาพิษของไป๋รั่วซือ น้องสาวต่างมารดาผู้สวมชุดกระโปรงผ้าไหมแพรต่วนสีชมพูอ่อนปักลายดอกบัวขาว ดั่งเซียนสาวผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้เดียงสา รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่มุมปากของอีกฝ่าย แม้จะพยายามซ่อนเร้นเพียงใด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยความสะใจและริษยาอย่างปิดไม่มิด ในสายตาของคนนอก ไป๋รั่วซือคือคุณหนูรองผู้กตัญญูและห่วงใยพี่สาว แต่สำหรับไป๋ลี่หลินผู้ย้อนเวลากลับมาแล้ว นางมองทะลุปรุโปร่งไปถึงสันดานดิบที่เน่าเฟะภายใน "นั่นสิ... ลี่หลินเอ๋ย เจ้าจงโทษโชคชะตาเถิด ท่านอ๋องผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้นั้นมีอนุภรรยาและสนองบาทามานับไม่ถ้วน แถมยังโหดเหี้ยมอำมหิต การที่เจ้าต้องแต่งเข้าจวนอ๋องที่เปรียบเสมือนขุมนรกโลกันตร์ ก็ถือว่าเป็นการเสียสละเพื่อชื่อเสียงของตระกูลไป๋เราแล้ว" ฮูหยินรอง หรือมารดาเลี้ยงของนาง เอ่ยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงจอมปลอม พร้อมกับยื่นกล่องไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงมาตรงหน้า "นี่คือของขวัญแสดงความยินดีจากแม่... หีบสมบัติบรรจุเครื่องประดับทองคำฝังไข่มุกราตรี เพื่อให้เจ้าได้ใช้ประดับกายในฐานะชายาของท่านอ๋อง" ไป๋ลี่หลินกวาดสายตามองกล่องไม้จันทน์หอมใบนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ กลิ่นอายจางๆ ที่โชยออกมาจากรอยต่อของไม้ หาใช่กลิ่นหอมของจันทน์หอมไม่ แต่มันคือกลิ่นฉุนกึกของ "ผงหนอนกู่โลหิต" พิษโบราณจากแดนใต้ ที่หากผู้ใดสูดดมหรือสัมผัสติดต่อกันเจ็ดวัน ร่างกายจะค่อยๆ เน่าเปื่อยจากภายใน โลหิตจะกลายเป็นสีดำและขาดใจตายอย่างทรมาน ช่างเป็นของขวัญวันแต่งงานที่ "ประณีต" และ "หวังดี"เสียจริงจากมารดาเลี้ยงผู้แสนดีคนนี้ นางแย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้งในฤดูใบไม้ผลิ ทว่ากลับทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงเย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ ไป๋ลี่หลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยฉ่ำน้ำเมื่อครู่ บัดนี้กลับทอประกายลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึง รอยยิ้มหวานหยดย้อยเคลือบไว้ด้วยยาพิษร้ายกาจที่พร้อมจะกัดกินผู้ที่บังอาจเข้ามาใกล้ "ขอบพระคุณความกรุณาของท่านแม่ และความห่วงใยจากน้องรองยิ่งนักเพคะ..." ไป๋ลี่หลินเอמהด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน นุ่มนวล ชวนฟัง ราวกับลูกไก่ในกำมือที่ไร้เดียงสา "ในเมื่อท่านแม่และน้องรองตั้งใจมอบของขวัญล้ำค่าเพื่ออวยพรให้ข้ามี 'อายุยืนยาว' ถึงเพียงนี้ มีหรือที่ข้าผู้เป็นพี่สาวจะไม่เปิดดูให้เป็นขวัญตาเล่า?" นิ้วเรียวดุจลำหงส์ค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสตะขอทองคำของกล่องไม้จันทน์หอม ท่ามกลางสายตาที่ลุ้นระทึกและรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอันเรียบร้อยของสองแม่ลูก ไป๋รั่วซือลอบสบตากับมารดาอย่างได้ใจ ในใจนึกเยาะหยันว่าพี่สาวโง่งอมงายผู้นี้ช่างหลอกง่ายเสียจริง เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำก็ยอมเดินลงหลุมพรางที่พวกนางขุดไว้อย่างเต็มใจ โดยไม่รู้เลยว่าความตายกำลังรออยู่เบื้องหน้า ทว่า... ในวินาทีที่ฝากล่องไม้จันทน์ถูกงัดเปิดออก กลิ่นไอเย็นเยียบสายหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นมาปะทะนาสิก ไป๋ลี่หลินไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนริมฝีปากของนางกลับยิ่งคลี่กว้างขึ้น งดงาม ทว่าเยือกเย็นจนน่าขนพองสยองเกล้า นางใช้ปลายนิ้วเรียวคีบแผ่นกระดาษยันต์สีเลือดที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผ้าแพรขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงใสซื่อกังวานก้องไปทั่วห้องโถง "ยันต์สะกดวิญญาณ... สาปแช่งให้ผู้สวมใส่กระอักโลหิตตายภายในเจ็ดราตรี โอ... ท่านแม่ช่างสรรหาของขวัญที่ล้ำค่าและเป็นมงคลยิ่งนัก สมกับที่เป็นตระกูลใหญ่ผู้มีจิตใจประเสริฐเสียจริงนะคะ" สิ้นเสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของฮูหยินรองและไป๋รั่วซือก็แข็งค้างทันที สีหน้าของทั้งสองแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกตกใจจนแทบสิ้นสติ ไม่คาดคิดเลยว่าแผนการที่แนบเนียนจะถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัลด้วยรอยยิ้มระรื่นของสตรีที่พวกนางเคยคิดว่าเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง! "เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอะไรกัน ลี่หลิน! นั่นมัน..." ฮูหยินรองละล่ำละลักแก้ตัว ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ชายกระโปรงผ้าไหมปักดิ้นเงินไหวระยิบระยับตามจังหวะการก้าวเดินที่ฝึกฝนมาอย่างดี นางก้าวเข้าไปใกล้ฮูหยินรองทีละก้าว แววตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนอยู่ในรอยยิ้มหวานหยด "ท่านแม่ร้อนใจอันใดเล่าเจ้าคะ? ลูกยังไม่ได้บอกเลยว่า ใครเป็นคนสั่งให้หมอผีต้มตุ๋นพวกนี้ทำยันต์สาปแช่งขึ้นมา..." นางกระซิบเสียงเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจข้างหู ทว่าดังก้องกังวานในใจของสองแม่ลูก "ในเมื่อพวกท่านใจดีมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ข้าถึงเพียงนี้ เช่นนั้น... ข้าคงต้องนำ 'ของขวัญ' นี้ไปทูลถวายรายงานให้ท่านอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมได้ทอดเนตรสักหน่อยแล้วกระมังคะ ว่าตระกูลไป๋ของเราให้เกียรติสามีของข้ามากเพียงใด" ชื่อของ "ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง" เปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของฮูหยินรองและไป๋รั่วซือจนแหลกละเอียด ทั้งสองทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดผวา ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูเรือน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทมิฬดิ้นทอง ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าธรณีประตูอย่างไร้สุ้มเสียง ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ "ไม่จำเป็นต้องลำบากหายตัวไปไหนห้า... เปิ่นหวางมารับ 'ชายา' ของตนเองด้วย ตนเองแล้ว" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น พร้อมกับดวงเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายที่กวาดมองมายังไป๋ลี่หลินด้วยประกายแสงลึกล้ำที่อ่านไม่ออก... ก่อนที่มุมปากของท่านอ๋องผู้ดุร้ายผู้นั้นจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามา ณ ที่นี้ค่ะ มนตรากรรมสะท้อน
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%