กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษสาเผาไฟและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับฝันร้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อลมหายใจก่อนหน้า
ไป๋ลี่หลินกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับรับแสงสว่างอันเจิดจ้าที่ลอดผ่านม่านมุ้งสีชาดปักลายหงส์คู่เคียงมังกรทอง
ความเจ็บปวดเสียดแท่นที่เคยแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อคราวดื่มสุราอาบยาพิษในตำหนักเย็น บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของเนื้อผ้าต่วนชั้นดีที่แนบEกระชับไปกับแผ่นหลัง ความเย็นของเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมขับเน้นให้สติของนางแจ่มชัดขึ้นจนน่าตกใจ
นี่มิใช่ความตายที่ว่างเปล่า... แต่นี่คือ "วันมงคล" ที่นางเคยก้าวเข้าสู่ตระกูลมู่หรงด้วยความโง่เขลาเมื่อสามปีก่อน
"พี่หญิง... ไฉนท่านยังไม่ยอมดื่มสุราเชื่อมสัมพันธไมตรีเล่าเพคะ? พิธีการด้านนอกใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว องค์ชายรองทรงรอท่านอยู่ที่ห้องโถงด้านหน้าด้วยความกระวนกระวายพระทัยยิ่งนัก"
น้ำเสียงหวานหยดย้อยราวกับเคลือบน้ำผึ้งแต่ซ่อนพิษร้ายของไป๋รั่วซือดังขึ้นข้างหู ร่างระหงในชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงปักลายดอกโบตั๋นประดับมุกราตรีเอטיเยื้องกายเข้ามาใกล้ มือเรียวบางที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับหยกขาวกำลังประคองจอกสุราเคลือบกระเบื้องลายครามยื่นมาเบื้องหน้า
จอกนั้น... คือถ้วยเดียวกันกับที่ปลิดชีพนางในชาติก่อน
ไป๋ลี่หลินเลิกเปลือกตาขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยโง่เขลาและเปี่ยมด้วยความหวังอันลมๆ แล้งๆ บัดนี้ราบเรียบราวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ทว่ากลับล้ำลึกจนผู้ที่จ้องมองต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"เจ้ารีบร้อนอันใดหรือ... รั่วซือ"
น้ำเสียงของนางนุ่มนวล กังวานใสราวกับเสียงกระดิ่งหยกกระทบกันในสายลม ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนรอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋รั่วซือแข็งค้างไปชั่วขณะ
"ข... ข้าเพียงแต่เกรงว่าท่านจะทำให้องค์ชายทรงกริ้วที่ปล่อยให้พิธีการล่าช้าเพคะ" ไป๋รั่วซือรีบซ่อนความประหลาดใจไว้ภายใต้ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นห่วงใย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววระแวงสงสัยชั่วพริบตา ไฉนวันนี้สตรีตรงหน้าจึงดู... เปลี่ยนไป ราวกับไม่ใช่ไป๋ลี่หลินคนเดิมที่นางเคยจูงจมูกได้ง่ายดาย?
ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นช้าๆ การเคลื่อนไหวของนางเปี่ยมด้วยกิริยาอาการอันงดงามตามแบบฉบับกุลสตรีตระกูลสูงศักดิ์ที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ทุกย่างก้าวที่นางเดินเข้าหา ทิ้งระยะห่างระหว่างนางกับน้องสาวต่างมารดาให้แคบลงจนได้กลิ่นหอมหวานของผงชาอวี้เฉินที่เจือจางอยู่ในอากาศ
กลิ่นนี้... คือยาสลายกำลังภายในที่ผสมอยู่ในสุราพิษที่นางดื่มลงไปเมื่อชาติก่อน
ช่างใจกล้าเสียจริง... กล้าวางยาฮูหยินเอกตั้งแต่คืนเข้าหอ รอดพ้นจากมือของนางในชาตินี้ไปไม่ได้แน่
"น้องสาวคนนี้ช่างใส่ใจสามีของพี่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ" ไป๋ลี่หลินแย้มรอยยิ้มหวานหยด รอยยิ้มที่งดงามปานหยาดฟ้ามาดิน ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้แพรไหม "ถ้าเช่นนั้น... เพื่อแสดงความยินดีแก่ความรักอันลึกซึ้งของพวกเจ้าทั้งสอง เหตุใดเจ้าไม่เป็นผู้ดื่มจอกนี้แทนพี่เล่า?"
"พี่หญิง! พูดจาเหลวไหลอันใดกันเพคะ! นี่คือสุราวมงคลของท่านกับองค์ชายรอง ไฉนข้าซึ่งเป็นน้องสาวจะดื่มแทนได้เล่า" ไป๋รั่วซือหน้าถอดสีทันที น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือด้วยความร้อนรน มือที่ประคองจอกสุราสั่นสะท้อนจนของเหลวสีอำพันกระฉอกออกมาเล็กน้อย
"เหตุใดจะไม่ได้เล่า..." ไป๋ลี่หลินก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกก้าว ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหยกเอื้อมไปแตะที่ขอบจอกสุราในมือของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา แรงกดอันหนักหน่วงที่แฝงไว้ด้วยลมปราณทำให้ไป๋รั่วซือไม่กล้าขยับเขยื้อน "ในเมื่อเจ้าปรารถนาดีอยากให้พิธีนี้ดำเนินไปโดยราบรื่น การที่เจ้าช่วยแบ่งเบาภาระของพี่สาวสักจอก ย่อมเป็นเรื่องที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีและพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวมิใช่หรือ?"
"ข... ข้าไม่ดื่ม! ท่านอย่ามาหาเรื่องนะ!" ไป๋รั่วซือเบี่ยงตัวหลบด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด นางไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดสตรีที่เคยหูเบาและอ่อนแอผู้นี้จึงกลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับนางได้เพียงนี้
"ไม่ดื่มหรือ..."
ไป๋ลี่หลินหัวعเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวعเราะนั้นไพเราะราวกับเสียงดนตรี ทว่ากลับดังก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
นางแสร้งทำเป็นสะดุดชายกระโปรงผ้าไหมปักดิ้นทอง ทว่ามือกลับคว้าข้อมือของไป๋รั่วซือไว้แน่นด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แรงต้านอันมหาศาลที่ถูกถ่ายเทออกมาทำให้น้องสาวตัวดีเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ของเหลวในจอกสุราสะบัดวับ ก่อนที่กลิ่นฉุนของยาพิษจะลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ฉับพลันนั้นเอง... ประตูห้องหอไม้แกะสลักลวดลายมังกรหงส์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ!
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทมิฬด้วยดิ้นเงินก้าวเข้ามาอย่างองอาจ เยือกเย็น และทรงอำนาจ กลิ่นอายความตายและคราบโลหิตจากสนามรบแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศในห้องหอให้ลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองคนทั้งสองด้วยแววตาดุร้ายไร้ความปรานี
"พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใดกันอยู่... ในห้องหอของพระชายาข้า?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั้นเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ไป๋ลี่หลินหันไปมองเจ้าของเสียงที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะ หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับกระตุกวูบอย่างแรง เมื่อพบว่าบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้านี้มิใช่ "องค์ชายรอง" สามีเก่าผู้ทรยศ...
หากแต่เป็น "ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง" ผู้มีศักดิ์เป็นท่านอาของสวามี และเป็นปีศาจแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน... ผู้ซึ่งในชาติก่อนเป็นคนเดียวที่บุกเข้ามาเผาตำหนักและล้างบางตระกูลไป๋จนราบคาบเพื่อแก้แค้นให้นาง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามา ณ ที่นี้ค่ะ
ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1
กลิ่นอายยาพิษในห้องหอ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!