ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 37

รอยยิ้มของพยัคฆ์คลั่งรัก

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
ก้านหยกเนื้อเนียนละเอียดในมือของไป๋ลี่หลินถูกหมุนวนช้าๆ เหนือผิวน้ำชาตงฟางเหมยที่ยังคงกรุ่นไอระเหยสีขาวจาง นางมิได้ใส่ใจเสียงถกเถียงอันดุเดือดที่กำลังดังขึ้นเบื้องหน้าแม้แต่น้อย อาภรณ์ผ้าต่วนสีม่วงเข้มปักลายหมู่มัตตาร้อยบุปผาขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งไข่มุกราตรี เรือนร่างอรชรเอนพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลักลวดลายเมฆมงคลอย่างสบายอารมณ์ ทว่าดวงพักตร์รูปไข่กลับประดับไว้ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่คนมองแล้วหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "คุณชายลู่... ท่านช่างมีน้ำใจยิ่งนัก ส่งเทียบเชิญพร้อมสมุนไพรล้ำค่ามาให้ถึงจวนหมอเทวดาเช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของข้าต้องแปดเปื้อนกระมังคะ" น้ำเสียงหวานใสดุจเสียงกระดิ่งแก้วเอื้อiนเอ่ยขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของผู้ฟัง ลู่เหวินเจ๋อ คุณชายรองแห่งตระกูลขุนนางฝ่ายสำนักชำระบัญชี สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะฝืนยิ้มประจบประแจง เขาอยู่ในชุดผ้าไหมปักลายกิเลนสีครามเข้ม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มพยายามแสดงออกถึงความจริงใจ ทว่าเหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นตามไรผมเมื่อปะทะเข้ากับดวงตาคู่คมกริบของสตรีตรงหน้า "หมอเทวดาไป๋... ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแต่... เพียงแต่ชื่นชมในฝีมือการรักษาของท่าน ตั้งใจจะเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาชมดอกเหมยที่จวนตระกูลลู่เท่านั้น หาได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงไม่" ลู่เหวินเจ๋อละล่ำละลักกล่าว พร้อมกับขยับกายเข้าไปใกล้โต๊ะน้ำชาอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาเป็นประกายโลภโมčiaระคนเสน่หาในตัวสตรีโฉมงามตรงหน้าอย่างปิดไม่มิด ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวยาวของบุรุษผู้นั้นกำลังจะเอื้อมไปแตะชายแขนเสื้อของนางเพื่อเป็นการแสดงความสนิทสนม บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองก็พลันดิ่งฮวบลงสู่จุดเยือกแข็งราวกับถูกความหนาวเหน็บจากแดนเหนือพัดผ่านในชั่วพริบตา *ตึง!* เสียงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หินหยกดังสนั่นจนน้ำชาสีอำพันกระฉอกออกมาเล็กน้อย ไม่มีใครทันสังเกตเห็นเลยว่า ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลององค์สีดำสนิทปักด้ายทองรูปพยัคฆ์ทะยานฟ้า ก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหลังของไป๋ลี่หลินตั้งแต่เมื่อใด กลิ่นอายสงหาริมะและความกดดันระดับแม่ทัพผู้คร่ำหวอดในสนามรบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณจนแทบหายใจไม่ออก มู่หรงเฉิง... ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้ายที่สุดแห่งแคว้น ประทับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยาเอกของตน ดวงเนตรคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บจ้องมองไปยังมือของลู่เหวินเจ๋อที่ค้างเติ่งกลางอากาศด้วยแววตาดุจคมมีดที่พร้อมจะเฉือนเนื้อเถือหนังคนให้ขาดเป็นชิ้นๆ "มือข้างที่เจ้าใช้เอื้อมมาแตะต้องชายผ้าของชายาข้า... ดูท่าคงจะเบื่อหน่ายชีวิตบนโลกนี้เสียแล้วกระมัง คุณชายลู่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกคำที่หลุดออกมากลับหนักหน่วงราวนำ้หนักของภูเขาไท่ซาน ลู่เหวินเจ๋อหน้าถอดสีซีดเผือดจนแทบไม่เหลือความเป็นคน เขารีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ก่อนจะคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ถ... ถวายบังคมท่านอ๋อง! กระผม... กระผมเพียงแต่..." ลู่เหวินเจ๋อตื่นตระหนกจนพูดจาติดข่าย ลิ้นพันกันจนแทบไม่เป็นภาษา ไป๋ลี่หลินชำเลืองมองสามีหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยหางตา รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก นางแกล้งทำเป็นทอดถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแกมหยอกล้อ "ท่านอ๋องเพคะ... ท่านจะเสียงดังไปใยเล่า คุณชายลู่เขาเพียงแต่มีใจเมตตา อยากจะเชิญหมอหญิงต้อยต่ำเช่นข้าไปร่วมชมดอกไม้หาความสำราญ ท่านทำหน้าตาดุร้ายเช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้แขกผู้มีเกียรติของข้าตกใจจนสิ้นสติไปเสียก่อนนะะคะ" มู่หรงเฉิงหันมามองใบหน้าอันงดงามที่กำลังแย้มยิ้มเย้าแหย่เขาอย่างไม่เกรงกลัว ภายในอกของท่านอ๋องหนุ่มพลุ่งพล่านไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธขึงที่มียุงลายเข้ามาบินวนเวียนใกล้ดอกไม้ป่าของตน และทั้งหมั่นไส้ในความเจ้าเล่ห์ของภรรยาตัวดีที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาหึงหวงจนแทบคลั่ง แต่ก็ยังคงจงใจราดน้ำมันลงบนกองเพลิง "หึ... ชายาข้าช่างมีเสน่ห์เหลือล้นจนแมลงวันแมลงหวี่บินมาตอมไม่ขาดสายจริง2" มู่หรงเฉิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองลู่เหวินเจ๋อที่ตัวสั่นเทานั่งพับเพียบอยู่กับพื้น "ไสหัวไปเสีย! หากยังมีหน้ามาเหยียบจวนอ๋องหรือเข้าใกล้ชายาของข้าอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเรื่องการตัดหัวประจาน!" "พ่ะย่ะค่ะ! กระผมทูลลา! กระผมไม่กล้าแล้ว!" ลู่เหวินเจ๋อละล่ำละลักลุกขึ้นลนลานวิ่งหนีออกไปจากห้องโถงแทบไม่คิดชีวิต ราวกับสุนัขจนตรอกที่เพิ่งรอดพ้นจากปากเสือ เมื่อร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญลับตาไป ความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง ทว่ากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึดอัดและคลื่นอารมณ์ที่ซ่อนเร้น ไป๋ลี่หลินวางก้านหยกในมือลงบนโต๊ะช้าๆ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดอาภรณ์ผ้าต่วนสีม่วงเข้มให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปสบตากับสามีผู้ทรงอำนาจด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบไว้ด้วยยาพิษ "ท่านอ๋องทรงกริ้วเสียใหญ่โตเช่นนี้ เกรงว่าจะเสียภาพลักษณ์ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นผู้ไร้พ่ายหมดแล้วกระมังคะ" นางเอ่ยแซวพลางเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่ารักน่าชัง มู่หรงเฉิงไม่ตอบคำ เขาเอื้อมมือหนาออกไปคว้าเอวบางของนางเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาที แรงดึงอันเฉียบขาดทำให้ร่างอรชลเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและกลิ่นอายบุรุษเพศอย่างจัง ไป๋ลี่หลินอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน "เจ้ากล้าดียังไงถึงไปยิ้มแย้มพาทีให้บุรุษอื่นทาบทาม?" น้ำเสียงของมู่หรงเฉิงแหบพร่าลงเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ รินฝีปากของนาง ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียวจนนางสามารถสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ข้าเป็นเพียงแพทย์หญิงผู้หนึ่ง ย่อมต้องต้อนรับผู้ป่วยและผู้มีจิตศรัทธาเป็นธรรมดา มิได้เหมือนท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ ที่มีหญิงงามคอยถวายตัวส่งเทียบเชิญเข้าจวนไม่เว้นแต่ละวันนี่คะ" ไป๋ลี่หลินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไร้ความเกรงกลัวแม้แต่น้อย มู่หรงเฉิงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาพยัคฆ์ทมิฬหรี่แคบลงอย่างอันตราย นิ้วเรียวแกร่งของเขาเชยคางมนขึ้นบังคับให้นางเงยหน้าขึ้นรับจุมพิตอันดุดันและเอาแต่ใจ ที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนอยู่เลยสักนิด ทว่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความหวงแหนและเร่าร้อนจนแทบหลอมละลายสติสัมปชัญญะของนางให้ดับวูบ ในขณะที่ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะบด ขยี้ลงมากลืนกินความดื้อรั้นของนางนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าประตูห้องโถง พร้อมกับเสียงหอบหายใจด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงเฉิงชะงักกักการกระทำ เขาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แม้ดวงตาจะยังคงฉายแววความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอย่างยิ่งยวด ทว่าเขาก็ยอมผละริมฝีปากออกจากเรียวปากอิ่มของภรรยาอย่างไม่เต็มใจนัก ไป๋ลี่หลินฉวยโอกาสนี้ผลักอกเขาออกเบื้องหน้าเล็กน้อย พร้อมกับยกมือขึ้นลูบริมฝีปากตนเองที่บวมเจ่อขึ้นเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ "เข้ามา!" มู่หรงเฉิงตวาดกร้าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง พ่อบ้านชราก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เขาย่อกายคุกเข่าลงโขกศีรษะรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "ราชโองการลับจากในวังหลวงถูกส่งมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ... และ... และผู้ที่นำมาส่งด้วยตนเอง มิใช่ขันทีหลวง ทว่าคือองค์ชายรองที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากชายแดนพร้อมกองกำลังส่วนตัวพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นคำรายงานนั้น รอยยิ้มหวานบนใบของไป๋ลี่หลินก็แข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเป็นประกายล้ำลึก ส่วนมู่หรงเฉิงกลับแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างหนาราวกับพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในยามวิกาล ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%