ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 38

แผนซ้อนแผนชิงคลังสมบัติ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานมหาอุดมลอยอบอวลเคล้าคลออยู่ภายในห้องโถงลับใต้ดินของโรงรับจำนำสกุลไป๋ แสงจากคบเพลิงวับแวมสะท้อนกับผนังศิลาแกร่ง เผยให้เห็นหีบไม้จันทน์หอมลงรักปิดทองนับร้อยใบที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ภายในนั้นบรรจุไว้ด้วยตั๋วแลกเงิน ทองคำแท่งบริสุทธิ์ และโฉนดที่ดินนับพันไร่ ซึ่งองค์ชายรองมู่หรงจิ้นใช้หยาดเหงื่อแรงงานและเลือดเนื้อของราษฎรสะสมไว้เพื่อเป็นทุนรอนในการก่อกบฏ "ฮูหยินเจ้าคะ... ตราประทับของคลังเสบียงค่ายทหารหลวงถูกถอดรหัสเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาของชิงเซียนดังขึ้น พร้อมกับยื่นแผ่นหยกสลักลายพยัคฆ์คาบดาบให้ ไป๋ลี่หลินรับมาพิจารณาด้วยปลายนิ้วเรียวงามภายใต้ถุงมือผ้าไหมปักดิ้นเงิน นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นดิ้นทอง ทรงผมเกล้าเป็นมวยสูงประดับปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์ สะท้อนประกายเรืองรองยามต้องแสงไฟ รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับอยู่บนเรียวปากอิ่มเอิบ ทว่าดวงเนตรหงส์กลับทอประกายเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู "ดีมาก... องค์ชายรองทรงพระปรีชาสามารถยิ่งนัก ที่ทรงอุตส่าห์รวบรวมเสบียงกรังและอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ไว้ให้พวกเราถึงที่ น่าเสียดายยิ่งที่พระองค์ทรงหลงลืมไปว่า... สุนัขที่กินข้าวจากชามใด ย่อมต้องรู้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของที่แท้จริง" ไป๋ลี่หลินปรายตามองกองทรัพย์สินมหาศาลตรงหน้า ก่อนจะโบกมือขึ้นอาณัติการ ขบวนพ่อค้าเร่และคนงานในชุดดำนับร้อยชีวิตต่างเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบเงียบเชียบ ราวกับเงาพราย ทุกหีบสมบัติถูกยกขึ้นเกวียนม้าที่อำพรางด้วยฟางข้าวอย่างแนบเนียน ไม่มีแม้แต่เสียงโลหะกระทบกันให้ระคายหู นี่คือแผนการ "ยืมมือสวรรค์ ขโมยตะวัน" ที่นางใช้เวลาวางหมากมานานแรมเดือน เพื่อตัดกำลังรากฐานของศัตรูให้สิ้นซากในคราเดียว ในขณะเดียวกัน ณ จวนอ๋องพยัคฆ์ทมิฬ บรรยากาศกลับคุกกรุ่นไปด้วยไอสังหาร มู่หรงเฉิงประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้พนักสูงสลักลายมังกร ฉลองพระองค์ด้วยชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นลายเมฆาด้วยด้ายสีเงินยวด พระพักตร์หล่อเหลาดุจเทพเซียนสลักคมคาย ทว่ากลับเย็นชาและดุดันจนองครักษ์เงาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "นางยังไม่กลับมาอีกหรือ..." พระสุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนอากาศรอบกายคล้ายจะแข็งตัว "ทูลท่านอ๋อง... ฮูหยินทรงแจ้งว่ามีธุระต้องสะสางที่ร้านสมุนไพรสาขาใหญ่พ่ะย่ะค่ะ และ... และ..." องครักษ์เงารายงานด้วยความหวาดหวั่น ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "และอะไร?" "สายข่าวรายงานว่า... เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่คลังเสบียงสำรองขององค์ชายรอง ทรัพย์สินและเสบียงกรังมูลค่ากว่าสิบล้านตำลึงทองมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วข้ามคืนพ่ะย่ะค่ะ แถมในที่เกิดเหตุยังพบ... สิ่งนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ" มู่หรงเฉิงรับแผ่นกระดาษชิ้นเล็กที่ยื่นถวายขึ้นมาทอดพระเนตร บนนั้นมีลายมือคุ้นตาที่อ่อนช้อยงดงามตวัดเขียนไว้ด้วยหมึกชั้นดี *‘ขอบพระคุณท่านอ๋องที่ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันยืมกองกำลังเงاมาใช้สับเปลี่ยนกำลังพลเมื่อคืนนี้ สมบัติเหล่านี้ถือเป็นสินสอดทองแต่งส่วนเกินที่องค์ชายรองเคยติดค้างหม่อมฉันไว้... ลี่หลิน’* มุมพระโอษฐ์หยักลึกยกยอดขึ้นเล็กน้อย เกิดเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนระอาใจ ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ภรรยาข้านี่ช่าง... กำเริบเสิบสานเสียจริง หาญกล้าถึงขั้นปล้นคลังหลวงทางอ้อมโดยใช้ชื่อข้าเป็นโล่กำบัง" แม้จะทรงตรัสเช่นนั้น แต่ในพระเนตรสีนิลกลับพราวระยับด้วยความพึงพอใจและลุ่มหลงในความร้ายกาจของหญิงสาว ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดินผู้นี้ ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจใดในใต้หล้า กลับยอมสยบแทบเท้าสตรีผู้มีความแค้นล้ำลึกนางนี้อย่างเต็มใจ ยามโฉมสะคราญก้าวเท้ากลับเข้าสู่เรือนพักในยามวิกาล นางมิได้คาดคิดเลยว่าจะมีร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว แสงเทียนสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้างดงามที่เจือแววเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย ไป๋ลี่หลินชะงักฝีเท้าลงชั่วครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วส่งยิ้มหวานหยดเยี่ยงสตรีผู้ไร้เดียงสาไปให้ "ท่านอ๋อง... ดึกดื่นป่านนี้เหตุใดจึงยังไม่บรรทมอีกเจ้าคะ?" มู่หรงเฉิงก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่กดดันจนนางต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้แกะสลัก มือหนายื่นออกไปกักตัวนางไว้ "เจ้าไปปล้นคลังสมบัติขององค์ชายรองมาหรือ... หือ, ชายาข้า?" สุรเสียงกระซิบพร่าต่ำแนบชิดข้างใบหู จนเส้นขนอ่อนลุกชัน ไป๋ลี่หลินช้อนสายตาขึ้นสบประสาน รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษปรากฏขึ้นบนเรียวปาก "หม่อมฉันเพียงแต่นำของที่ควรจะเป็นของตนคืนมาเท่านั้นเจ้าคะ อีกอย่าง... การที่องค์ชายรองสูญเสียเสบียงไป ย่อมทำให้แผนการกบฏของพระองค์ชะงักงัน เป็นการแบ่งเบาภาระของท่านอ๋องมิใช่หรือเจ้าคะ?" มู่หรงเฉิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น ความฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยวของนางทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักลประชิดติดกลีบปากนุ่มนวลแผ่วเบา "เจ้าช่างเป็นปีศาจน้อยที่ร้ายกาจเสียจริง... แต่ไม่ว่าเจ้าจะก่อเรื่องอันใดขึ้น ข้าก็จะคอยกวาดล้างก้นบึ้งของความหายนะนั้นให้เจ้าเสมอ" บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและกลิ่นอายอันตราย ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะโน้มกายเข้าหากัน เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดจากด้านนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน "กราบทูลท่านอ๋อง! ฮูหยิน!" เสียงของพ่อบ้านจางดังลั่นด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงสั่นเครือ "มี... มีราชโองการด่วนจากในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ! ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เรียกตัวท่านอ๋องและฮูหยินเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามวิกาลนี้!" ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความเยียบเย็น นางกับมู่หรงเฉิงสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก็รับรู้ได้ทันทีว่า... เรื่องที่คลังสมบัติถูกปล้นถูกเปิดโปงเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก มู่หรงเฉิงแค่นเสียงเย็นยะเยือก มือหนาคว้ากระบี่ประจำกายขึ้นมาคาดเอว "ดูท่า... สุนัขจนตรอกย่อมกัดไม่เลือกหน้าแล้วสินะ" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%