ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 39

ความโกรธเกรี้ยวของสามีเก่า

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"พวกเจ้าพูดอะไรกันนะ! หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!" เสียงคำรามแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนกดังลั่นเรือนรับรองแคว้นรอง องค์ชายรองมู่หรงจิ้นในอาภรณ์ผ้าต่วนสีม่วงเข้มปักลายมังกรห้าเล็บซึ่งยับยู่ยี่จนเสียรูปโฉม ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าหีบไม้จันทน์หอมสลักลายวิจิตรนับสิบใบที่ถูกเปิดอ้าซ่าไว้ ภายในหีบเหล่านั้น... ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของทองคำแท่ง น้ำหอมบรรณาการจากแดนใต้ หรือโฉนดที่ดินนับร้อยฉบับที่เขาทยอยสะสมมาตลอดหลายปี ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ไป๋รั่วซือในชุดกระโปรงผ้าไหมสีขาวปักลายดอกเหมยอันบางเบา ยืนตัวสั่นเทาน้ำตาคลอเบ้า นางเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับสำรับน้ำชา ทว่ายามนี้ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวหยกในมือกลับร่วงหล่นลงกระทบพื้นแตกกระจาย น้ำชาอุ่นร้อนสาดกระเซ็นเปื้อนชายกระโปรงปักดิ้นเงินของนางจนเปียกชุ่ม "ท่านพี่... เกิดอันใดขึ้นเพคะ?" ไป๋รั่วซือเอ่ยถามด้วยเสียงอันสั่นเครือ นางพยายามใช้ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคลือบไปด้วยหยาดน้ำตาแสดงความน่าสงสารเช่นเคย ทว่าในยามนี้ มู่หรงจิ้นกลับมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย ร่างสูงโปร่งขององค์ชายรองหันขวับมามองนาง ราวกับสัตว์ป่าที่จนตรอก ดวงตาคู่คมแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปーンขึ้นที่ขมับ ลมหายใจหอบกระชั้นถี่กระ sát "เจ้าถามข้าหรือ? เจ้าโง่เง่าคนนี้ยังกล้าถามข้าอีกหรือ!" "ท่านพี่..." ไป๋รั่วซือผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นมู่หรงจิ้นสติแตกถึงเพียงนี้มาก่อน "สมบัติทั้งหมดในคลังลับ! ทองคำสามแสนตำลึง ไข่มุกราตรีจากทะเลทักษิณ และตราประทับลับที่ข้าใช้ติดต่อกับขุนนางฝ่ายใต้... มันหายไปหมด! เกลี้ยงเกลา! ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง!" มู่หรงจิ้นแผดเสียงตะโกนจนเส้นเสียงแทบขาด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เขากระโจนเข้าไปกระชากคอเสื้อของไป๋รั่วซืออย่างแรงจนร่างบางเซถลาเข้าหา "โอ๊ย! ท่านพี่ ข้าเจ็บ... ข้าเจ็บเพคะ!" ไป๋รั่วซือกรีดร้องด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามแกะมือหนาที่จิกทึ้งลงบนเนื้อผ้าของนาง แต่มู่หรงจิ้นในยามนี้ขาดซึ่งสติสัมปชัญญะเสียแล้ว ความเครียดจากการสูญเสียอำนาจทางการเงินและเส้นสายทางการเมือง ประกอบกับความหวาดกลัวที่รู้ว่าตนเองกำลังจะกลายเป็นเพียงหมากไร้ค่า ทำให้เขากลายเป็นคนบ้าคลั่ง *เพี๊ยะ!* ฝ่ามือหนาฟาดลงบนใบหน้าหวานของไป๋รั่วซืออย่างเต็มแรง แรงปะทะทำให้ร่างบางล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นเรือน รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก แก้วเนียนนุ่มขึ้นสีแดงฉานทันทีด้วยรอยฝ่ามือ นางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวด หัวใจสั่นสะท้านไม่คาดคิดว่าบุรุษที่นางยอมทรยศพี่สาวและทำทุกอย่างเพื่อเขา จะกล้าลงมือทำร้ายนางได้อย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ "นังสารเลว! เจ้าเป็นคนดูแลเรือนหลังนี้มิใช่หรือ? หรือว่าเจ้าแอบขนมันไปให้ชู้รักของเจ้า! บอกข้ามานะ!" มู่หรงจิ้นคำรามลั่น ย่อตัวลงไปกระชากเส้นผมยาวสลวยของไป๋รั่วซือขึ้นมาบังคับให้จ้องมองเขา แรงดึงมหาศาลทำให้นางต้องแหงนเงยใบหน้าขึ้นพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ "ข้า... ข้าเปล่านะเพคะ... ข้าไม่รู้เรื่องเลย ฮือ..." ไป๋รั่วซือปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรู นางเจ็บร้าวไปทั้งหนังศีรษะและดวงใจ "ท่านพี่โปรดระงับโทสะ... ทรัพย์สินพวกนั้น... อาจจะเป็นฝีมือของ... ของนังไป๋ลี่หลินก็เป็นได้!" ทันทีที่ชื่อของ "ไป๋ลี่หลิน" หลุดออกจากริมฝีปากที่บวมช้ำ มู่หรงจิ้นก็ชะงักค้าง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ภาพใบหน้าอันงดงามยามแย้มยิ้มอย่างเยือกเย็นและดวงตาคู่คมที่ราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่งของอดีตฮูหยินเอกผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ไป๋ลี่หลิน... สตรีที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงดอกไม้ประดับเรือนที่โง่เขลาและเชื่องช้า สตรีที่เขาหย่าร้างอย่างไม่ไยดีเมื่อหมดประโยชน์! "นาง... นางงั้นหรือ..." มู่หรงจิ้นพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา สติที่หลุดลอยเริ่มกลับคืนมาทีละน้อย พร้อมกับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กระแทกเข้าใส่หน้า ทรัพย์สินทั้งหมดในคลังลับนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เขาทยอยขนย้ายมาจากจวนอดีตเสนาบดี และทรัพย์สินบางส่วนที่ไป๋ลี่หลินเคยนำมาเป็นสินสมรสเมื่อครั้งแต่งงาน! หากนางเป็นผู้กุมกุญแจดอกที่สอง หรือรู้กลไกคลังลับนี้ตั้งแต่แรก... "ท่านอ๋องมู่หรงเฉิง..." มู่หรงจิ้นพึมพำชื่อนี้ออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ หากไป๋ลี่หลินแต่งงานใหม่กับท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ และนำทรัพย์สินเหล่านี้ไปเป็นเสบียงหนุนหลังกองทัพ... เช่นนั้นเท่ากับว่า เขากำลังส่งอาวุธและเงินทองให้ศัตรูตัวฉกาจมาบั่นคอตัวเองอย่างโง่เขลา! "ฮ่าๆๆๆ..." เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน มู่หรงจิ้นและไป๋รั่วซือสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังทิศทางของประตูเรือนที่ปิดสนิท ทว่าบานหน้าต่างแกะสลักลวดลายกลับถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ด้วยปลายนิ้วเรียวงามที่สวมปลอกเล็บทองคำฝังทับทิมสีเลือด ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีแดงเพลิงปักลายหงส์เหินอันวิจิตรตระการตา ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าการเดินสง่างามดั่งพญาหงส์ผู้สูงศักดิ์ เส้นผมสีดำสนิทเกล้าเป็นมวยสูงประดับปิ่นหยกขาวสลักลายดอกโบตั๋น ใบหน้างดงามล่มเมืองแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามดั่งภาพวาด... ทว่ากลับหนาวเหน็บเสียจนทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกราวกับยืนอยู่ท่ามกลางหิมะพันปี ไป๋ลี่หลินกวาดสายตาคมปลาบมองสภาพอันน่าสมเพชของสามีเก่าและน้องสาวต่างมารดา นางปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนแขนเสื้อเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่ากังวานกังสดาลและเชือดเฉือนถึงกระดูก "โอ๊ะ... ดูท่าทางพวกเจ้าทั้งสองคน กำลังต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกันอย่างออกรสออกชาติเลยกระมังคะ? น้องหญิง... เหตุใดจึงสภาพน่าอนาถปานนี้เล่า หน้าตางดงามยามนี้ช่างดูคล้าย... สุนัขข้างถนนเสียจริง" มู่หรงจิ้นผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธแค้น ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสตรีตรงหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ไป๋ลี่หลิน! เป็นฝีมือของเจ้าใช่ไหม! เจ้าเอาทรัพย์สินทั้งหมดของข้าไปอยู่ที่ใด คายออกมาเดี๋ยวนี้นะ!" ไป๋ลี่หลินปรายตามองเขาด้วยหางตา รอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษผุดขึ้นที่มุมปาก นางยกมือขึ้นลูบปลอกเล็บทองคำอย่างใจเย็น "ทรัพย์สินอันใดกันคะ ท่านองค์ชายรอง... ของที่ท่านได้มาโดยมิชอบ ด้วยการปล้นชิงและเหยียบย่ำผู้อื่น ไยจึงกล้าเรียกว่าเป็นของของท่านเล่าคะ? ข้าเพียงแต่... ทวงคืนในสิ่งที่ควรจะเป็นของข้า... และส่งมอบมันให้กับคนที่มีปัญญาจะใช้มันเพื่อแผ่นดิน มากกว่าจะปล่อยให้คนไร้ค่าเช่นท่านเอาไปผลาญเล่นก็เท่านั้น" "นังปีศาจ!" มู่หรงจิ้นคำรามลั่น ขาดสติจนพุ่งเข้าหาไป๋ลี่หลินหมายจะบีบคอให้ตายคามือ *ฉับพลัน!* เงาร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาดั่งสายฟ้าฟาด ประกายดาบคมกริบสะท้อนแสงจันทร์วับวับ แสงเย็นยะเยือกพาดผ่านลำคอของมู่หรงจิ้นจนเจ้าตัวต้องหยุดชะงักแข็งค้าง ปลายกระบี่คมกริบจ่ออยู่ห่างจากหลอดลมของเขาเพียงแค่ลมหายใจกั้น กลิ่นอายฆ่าฟันอันเข้มข้นแผ่ซ่านกดทับจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง มู่หรงเฉิงก้าวเข้ามาโอบเอวบางของไป๋ลี่หลินไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง นัยน์ตาคู่นคมืดสนิทดั่งเหยี่ยวราตรีจ้องมองมู่หรงจิ้นด้วยแววตาดุร้ายเยือกเย็น ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "กล้าแตะต้องชายาของเปิ่นหวาง... เจ้าคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้วกระมัง, องค์ชายรอง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราวยมบาลประกาศิต ทว่าก่อนที่มู่หรงจิ้นจะได้ทันเอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากภายนอกเรือน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์พยัคฆ์ทมิฬ "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! องค์ชายรองมู่หรงจิ้นและพวกพ้อง มีความผิดฐานซุกซ่อนสมบัติหลวง คบคิดกับกบฏ และทุจริตต่อแผ่นดิน มีรับสั่งให้ปลดจากฐานันดรศักดิ์ทันที และ... ให้นำตัวไปประหารชีวิต ณ ลานประหารหลวงในยามสามนี้!" ใบหน้าของมู่หรงจิ้นและไป๋รั่วซือซีดเผือดไร้สีเลือดทันที สติหลุดลอยไปในพริบตา เมื่อไป๋ลี่หลินแย้มยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด นางโน้มตัวเข้ากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับภรรยาผู้แสนดี แต่กลับเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งในฤดูหนาว "ลาภยศและสมบัติที่ท่านไขว่คว้า... ข้าคืนให้หมดแล้วนะคะ แต่อย่าลืมลงไปชดใช้กรรมในนรกให้สาสม... กับความเจ็บปวดที่ท่านเคยฝากไว้ให้ข้าในชาติก่อนเล่าคะ" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่าน ที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%