"ตราประทับชิ้นนี้... หากท่านอ๋องทรงทอดพระเนตรเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยบากของหยกมังกรคู่ ท่านว่า... ชีวิตของผู้ที่กล้าสั่งการให้มือสังหารบุกจวนอ๋องจะเหลือความคุ้มครองจากสวรรค์อีกกี่มากน้อยหรือเพคะ?"
ไป๋ลี่หลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ นางนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายกิเลนภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่อย่างมั่นคง มือเรียวบางดุจลำเทียนของนางค่อยๆ วางกล่องไม้จันทน์หอมลงบนโต๊ะกลาง รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับงดงามจนน่าสะพรึงกลัว ในมืออีกข้างนางถือตราประทับหยกสีเลือดที่ยึดมาได้จากมือสังหารเมื่อคืน
ด้านข้างของนางคือท่านอ๋องมู่หรงเฉิง เขาไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองตราประทับนั้นด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไป... จากความเฉยชาดุจน้ำแข็ง กลายเป็นพายุคลั่งที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
"เจ้าไปเอาสิ่งนี้มาจากที่ใด" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศภายในรถม้าลดอุณหภูมิลงทันที
"จากที่ที่ความตายพยายามจะยัดเยียดให้หม่อมฉัน แต่โชคดีเหลือเกินเพคะท่านอ๋อง ที่ศัตรูประมาทไปนิด... พวกมันลืมไปว่ามือหมอที่ใช้ช่วยชีวิตคนได้ ก็สามารถปลิดชีวิตผู้ที่คิดร้ายได้เช่นกัน" ไป๋ลี่หลินปัดปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มอย่างแผ่วเบา ผ้าคลุมไหล่ไหมต่วนสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองรูปดอกโบตั๋นสะท้อนแสงไฟที่เต้นระริกภายในรถม้า ส่งให้นางดูสง่างามทว่าลึกลับราวกับเทพธิดาแห่งการล้างแค้น
รถม้าหยุดลงอย่างเงียบเชียบหน้าจวนอ๋อง ทหารองครักษ์พยัคฆ์ทมิฬยืนเรียงรายเป็นทิวแถวราวกับรูปปั้นหิน ทันทีที่ประตูจวนถูกเปิดออก ไป๋รั่วซือที่ยืนรออยู่พร้อมกับองค์ชายรองมู่หรงจิ้นก็รีบก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่ปั้นแต่งขึ้นอย่างแนบเนียน
"ท่านพี่! ท่านหายไปไหนมาทั้งคืน ข้ากับองค์ชายรองเป็นห่วงแทบแย่..." ไป๋รั่วซือกล่าวพลางทำท่าจะโผเข้าหา แต่ทว่าสายตาที่ไป๋ลี่หลินตวัดมองกลับทำให้นางต้องชะงักค้างกลางอากาศ
มู่หรงจิ้นมองไปที่ไป๋ลี่หลินด้วยสายตาที่ซ่อนความระแวงไว้มิดชิด เขากวาดสายตามองไปที่มู่หรงเฉิงที่เดินตามหลังมาด้วยท่าทีนิ่งขรึม ผิดปกติ "ท่านอา... ดูเหมือนท่านจะไปทำภารกิจที่สำคัญมากมานะ ถึงได้พาฮูหยินของท่านไปลำบากด้วยเช่นนี้"
มู่หรงเฉิงไม่แม้แต่จะปรายตาแลองค์ชายรอง เขาเพียงแต่ก้าวมายืนเคียงข้างไป๋ลี่หลิน แล้วโอบเอวนางไว้ด้วยท่าทีแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "ภารกิจที่ว่า... ก็คือการตามล่าสุนัขรับใช้ที่กล้าเห่าหอนหน้าจวนของเปิ่นหวาง องค์ชายรอง คิดว่าผู้ที่บงการสุนัขเหล่านั้น ควรได้รับโทษเช่นไร?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หรงจิ้นแข็งค้างไปชั่วขณะ เขารีบปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วหัวเราะเบาๆ "ท่านอ๋องล้อเล่นแล้ว ใครกันจะกล้าทำเช่นนั้น ในเมื่อทุกคนล้วนอยู่ในความดูแลของเสด็จพ่อ"
"งั้นหรือเพคะ" ไป๋ลี่หลินก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงอาภรณ์เสียดสีกันฟังดูวิเวกวังเวงในโถงจวน นางเปิดกล่องไม้จันทน์ในมือออก เผยให้เห็นตราประทับหยกเลือดที่ถูกแสงแดดส่องกระทบจนเกิดประกายสีแดงฉานน่าขนลุก
"แล้วตราประทับขององค์ชายรอง... เหตุใดจึงไปตกอยู่ในมือของนักฆ่าที่พยายามลอบสังหารหม่อมฉันเมื่อคืนนี้ล่ะเพคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้นในทันที ใบหน้าของไป๋รั่วซือซีดเผือดราวกับคนตาย ในขณะที่มู่หรงจิ้นกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังตราประทับนั้นด้วยความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งการเสแสร้ง
"นั่นไม่ใช่ของข้า... เจ้าใส่ร้ายข้า ไป๋ลี่หลิน!"
"ใส่ร้ายหรือเพคะ?" ไป๋ลี่หลินยกยิ้มหวาน รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยยาพิษร้ายแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนางที่แฝงไปด้วยกลิ่นสมุนไพรบางชนิด "รอยบากที่มุมตราประทับนี้ เป็นรอยที่ช่างทำหยกหลวงทิ้งไว้ตอนที่ท่านนำมันไปซ่อมเมื่อสามปีก่อน หม่อมฉันจำได้แม่น... เพราะท่านเคยอวดมันต่อหน้าหม่อมฉันอย่างไรล่ะเพคะ องค์ชายรอง"
มู่หรงจิ้นรู้สึกถึงแรงกดดันจากมู่หรงเฉิงที่พุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เขาหันไปมองรอบด้าน เห็นสายตาของทหารองครักษ์พยัคฆ์ทมิฬที่พร้อมจะชักดาบออกมาระบายเลือดทุกเมื่อหากได้รับคำสั่ง
ทว่า... ก่อนที่มู่หรงจิ้นจะทันได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ มหาขันทีประจำวังหลวงก็เดินเร่งรีบเข้ามาในจวนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มใบหน้าของเขา
"ท่านอ๋อง! องค์ชายรอง! พระราชโองการด่วนจากฝ่าบาท... ให้ทุกคนเข้าเฝ้าหน้าพระที่นั่งทันที เนื่องจากพบศพมือสังหารกลุ่มใหญ่ถูกทิ้งไว้กลางตลาดหลวง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น..."
มหาขันทีหยุดหอบหายใจก่อนจะมองไปที่ตราประทับในมือของไป๋ลี่หลินด้วยสายตาสั่นระริก
"มือสังหารเหล่านั้น... ทั้งหมดล้วนมีรอยสักรูปตราประจำตัวขององค์ชายรองประทับอยู่ที่ต้นคอทุกนายพะยะค่ะ!"
โลกทั้งใบของมู่หรงจิ้นดูเหมือนจะถล่มลงตรงหน้า ไป๋ลี่หลินหันไปมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยสมเพช นางรู้ดีว่านี่คือจุดจบของหมากตัวที่เดินพลาดไปหนึ่งก้าว... แต่ทว่า ขณะที่นางกำลังจะหันไปสบตากับมู่หรงเฉิงเพื่อฉลองชัยชนะ สายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่เสียบอยู่ในพัดของไป๋รั่วซือ...
มันคือตราประทับประทับครั่งสีทอง... สัญลักษณ์ที่นางไม่ควรจะเห็นที่นี่
เพราะมันคือตราของฮ่องเต้... ที่ควรจะอยู่ในวังหลวง ไม่ใช่ในจวนที่กำลังจะกลายเป็นสนามรบแห่งนี้!
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 30
กลับถึงจวนพร้อมหลักฐานมัดตัว
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!