ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 31

ประกาศิตแยกทางในนาม

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
เสียงกรับไม้เนื้อหอมที่กระทบลงบนโต๊ะประชุมของตระกูลหลักในยามวิกาลนั้น ดังราวกับเสียงคำพิพากษาจากยมโลก ไอน้ำสีขาวกรุ่นที่ลอยขึ้นมาจากกาชาเคลือบมุกสลักลายหงส์คู่มังกร มิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของท่านอ๋องมู่หรงเฉิง กลับทำให้ผู้คนรอบข้างแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไป๋ลี่หลินปรายหางตามองถ้วยชาในมือด้วยรอยยิ้มบางเบา นางอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองลายเมฆมงคล สีเขียวหยกอ่อนขับผิวขาวดั่งหยกเนื้อดีให้เปล่งประกายเจิดจ้า ปิ่นหยกมันสำปะหลังบนมวยผมปักไว้อย่างประณีตบรรจงทุกกระเบียดนิ้ว ท่าทีสง่างามเยือกเย็นราวกับเทพเซียนที่มองลงมายังมนุษย์ปุถุชน หาได้มีความสะทกสะทอดยามต้องเผชิญหน้ากับสายตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่จ้องมองมายังนางไม่ "เจ้าว่าอย่างไรนะ... ลี่หลิน?" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากไรฟันของมู่หรงเฉิงเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล สมกับที่เป็นผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีสิบก้าว ทว่า ไป๋ลี่หลินกลับมิได้สะเทือนใจแม้แต่น้อย นางเพียงวางถ้วยแบล็กทีลงกระทบจานรองช้าๆ เกิดเป็นเสียง *กริ๊ง* ที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคน "หม่อมฉันกล่าวชัดเจนแล้วเพคะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาดราวกับเหล็กกล้า "นับจากวันนี้เป็นต้นไป เรือนเหมันต์ตระกูลไป๋... มิใช่สิ เรือนบูรพาในจักษุอ๋อง จะถูกแบ่งเขตการปกครองอย่างเด็ดขาด หม่อมฉันจะย้ายไปพำนัก ณ เรือนปีกซ้ายแต่เพียงผู้เดียว และขอใช้สิทธิ์ขาดในการจัดการภายในเรือนโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้ใดทั้งสิ้น แม้กระทั่ง... ตัวท่านอ๋องเองก็ตาม" สิ้นคำประกาศนั้น เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ของผู้อาวุโสตระกูลไป๋ก็ดังประสานกันราวกับนัดหมาย ไป๋รั่วซือที่นั่งบีบมืออยู่ข้างมารดาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปนเปไปกับความสะใจที่ซ่อนอยู่มิดชิด แยกห้องนอน? หักหน้าท่านอ๋องกลางที่ประชุมตระกูลเช่นนี้ สตรีโง่เขลานางนี้รนหาที่ตายชัดๆ! "บังAจ!" ผู้อาวุโสใหญ่ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำ "ลี่หลิน! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไร! การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่หยามเกียรติท่านอ๋องผู้เป็นพระสวามี แต่ยังนำความอับอายมาสู่ตระกูลไป๋ของเรา! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาเรียกร้องเรื่องไร้สาระเช่นนี้!" ไป๋ลี่หลินมิได้หันไปมองผู้อาวุโสใหญ่ นางยังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของมู่หรงเฉิง รอยยิ้มหวานหยดราวกับอาบยาพิษระบายอยู่บนเรียวปากสีชาด "ไร้สาระหรือเจ้าคะ?" นางทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "การที่ฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋อง ต้องทนร่วมชายคาเดียวกับบุรุษที่ไร้เยื่อใย และต้องคอยรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของท่านอ๋อง... สิ่งนี้เรียกว่าเกียรติหรือ เป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายต่างหากล่ะเพคะ" มู่หรงเฉิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนบาดผิวหนัง ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนผู้คนในห้องต้องถอยร่น กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงอำนาจและอันตรายเข้าโอบล้อมร่างระหงของนางไว้จนหมดสิ้น เข้มงวด ดุดัน และคาดเดาไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่มู่หรงเฉิงแสดงออกมาในยามนี้ มือหนารemเอื้อมมาเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้นางสบตาตนเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ ปลายนิ้วหยาบกร้านที่ผ่านการจับดาบมาโชกโชนกดลงบนผิวแก้มเนียนนุ่มจนเกิดรอยแดงจางๆ "เจ้าคิดว่าจวนอ๋องแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เจ้าจะเข้าออกหรือขีดเส้นแบ่งเขตได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ ไป๋ลี่หลิน?" มู่หรงเฉิงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง ไออุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม "ข้าเป็นสามีของเจ้า สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายและราชโองการ... การที่เจ้าทำตัวปีปีนเช่นนี้ เจ้ากำลังท้าทายอำนาจของพยัคฆ์ร้ายตัวนี้รู้ตัวหรือไม่" บรรยากาศในห้องโถงตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุล ทว่า ไป๋ลี่หลินกลับหัวเราะเบาๆ ออกมา เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจของบุรุษตรงหน้า "สามีหรือเพคะ?" นางปัดมือของเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่หลบสายตา ร่างของนางสูงเพรียวสง่างาม แม้จะยืนอยู่ต่อหน้าขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ แต่นางกลับดูราวกับขุนนางหญิงผู้สูงศักดิ์ที่พร้อมจะพิพากษาโลกหล้า "ท่านอ๋องผู้ทรงธรรม... ท่านเคยให้เกียรติหม่อมฉันในฐานะภรรยาแม้แต่เพียงสักวันเดียวหรือไม่? หรือท่านเห็นหม่อมฉันเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในเกมการเมืองของท่านเท่านั้น วันนี้หม่อมฉันมิได้มาเพื่อขอร้อง... แต่มาเพื่อ 'ประกาศิต' หากท่านไม่ยินยอม... เราก็ลองมาดูกันว่า แคว้นนี้จะมีเรื่องอื้อฉาวระดับไหนเกิดขึ้นระหว่างจวนอ๋องกับตระกูลไป๋!" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดนี้ ทำให้มู่หรงเฉิงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนล้ำลึก สตรีผู้นี้... ช่างกล้าหาญและแตกต่างจากสตรีทุกคนที่เขาเคยพบเจอ นางไม่ใช่ดอกไม้บอบบางในเรือนหลัง แต่นางคือหนามพิษที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกคนที่เข้าใกล้ และนั่น... กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "เจ้า... ร้ายกาจนัก" มู่หรงเฉิงเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนพองสยองเกล้า "คิดว่าแยกห้องแล้วข้าจะจนปัญญาเข้าหาเจ้าหรือ ไป๋ลี่หลิน... ดี! ในเมื่อเจ้าอยากเล่นเกมนี้ ข้าก็จะเล่นเป็นเพื่อนเจ้า!" เขาสบตากับนางอย่างดุเดือด ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินผ่านร่างนางออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดัน และสายตาริษยาอาฆาตจากไป๋รั่วซือที่มองตามหลังนางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่า ในขณะที่ไป๋ลี่หลินกำลังจะหันหลังกลับเพื่อเดินกลับเรือนของตนเองนั้น ข้ารับใช้คนสนิทก็นำกล่องไม้สนหอมสลักลายประหลาดเข้ามาถวายด้วยมือที่สั่นเทา "ฮูหยิน... มี... มีราชโองการลับจากในวังหลวง ส่งตรงถึงท่านโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ..." ไป๋ลี่หลินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางรับกล่องไม้นั้นมาเปิดออกช้าๆ ด้านในปรากฏม้วนกระดาษสีชาดประทับตราหยกมังกรทอง และเมื่อนางกางมันออกอ่าน สายตาก็ต้องหรี่แคบลงด้วยความตกใจระคนสงสัย ข้อความในราชโองการลับมิใช่เรื่องการเมือง... แต่มันคือรายชื่อ 'ยาพิษโบราณเจ็ดชนิด' ที่ถูกใช้ปลิดชีพมารดาแท้ๆ ของนางเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับลายมืออันคุ้นเคยที่เขียนทิ้งไว้ที่ท้ายกระดาษ—*‘อยากรู้ความจริง... จงมาพบข้าที่หอจันทราคืนนี้’* ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%