"เสียงคุกเข่าอ้อนวอนดังระงมจนน่ารำคาญใจ... แต่เสียงที่ดังที่สุดในเรือนเอกยามนี้ กลับเป็นเสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงที่แตกละเอียดคามือของแม่บ้านใหญ่ผู้เคยกร่างคับเรือนมานานหลายปี"
ไป๋ลี่หลินปรายตามองเศษกระเบื้องเคลือบสีครามที่แตกกระจายบนพื้นพรมขนสัตว์ปักลายวิจิตรด้วยแววตานิ่งสงบ นางอยู่ในอาภรณ์ชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคล ทับด้วยเสื้อกั๊กขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ขับให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกเนื้อดี ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก
"แม่บ้านเฉิน... เจ้าทำงานในจวนอ๋องมานานถึงสิบปี ยักยอกทรัพย์สิน เงินเบี้ยหวัดของบ่าวไพร่ และแอบส่งข่าวความเคลื่อนไหวในเรือนให้คนนอก... โทษนี้ต่อให้มีเก้าชีวิตก็คงไม่พอให้ชดใช้หรอกนะคะ"
น้ำเสียงหวานใสดุจดนตรีบรรเลงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจคนฟัง แม่บ้านเฉินหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางพยายามจะคลานเข้าไปโอบชายกระโปรงของฮูหยินเอก ทว่ากลับถูกองครักษ์เงาในชุดดำสนิทสองนายกดไหล่เอาไว้ด้วยแรงมหาศาลจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
"ฮูหยิน! บ่าว... บ่าวถูกใส่ร้าย! ท่านอ๋อง... ท่านอ๋องโปรดให้ความเป็นธรรมแก่บ่าวด้วยเจ้าค่ะ!" แม่บ้านเฉินแผดเสียงร้องขอความเมตตา หวังว่าอำนาจเก่าที่นางเคยสะสมไว้จะช่วยชีวิตตนได้
"ท่านอ๋องหรือเพคะ?" ไป๋ลี่หลินยกยอบมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษฉาบบนใบหน้างามล้ำ "สามีของข้า... มอบอำนาจในการจัดการเรือนหลังนี้ให้ข้าแต่เพียงผู้เดียว สิ่งใดที่อยู่ในกำมือของข้า ย่อมแปลว่าข้ามีสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน... อีกอย่างนะเจ้าคะ คนที่กล้าสอดมือเข้ามาวุ่นวายในเรือนของข้า ย่อมไม่มีวันได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้หรอกค่ะ"
นางสะบัดมือเบาๆ ทันใดนั้นบัญชีรายชื่อบ่าวไพร่ทรยศนับสิบชีวิตก็ถูกโยนลงตรงหน้าแม่บ้านเฉิน ตัวเลขบัญชีที่ถูกตกแต่งอย่างแนบเนียนถูกวงด้วยหมึกสีแดงฉานราวกับหยาดโลหิต เป็นหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด ไร้ซึ่งช่องให้แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
บรรยากาศในโถงรับรองเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ บ่าวไพร่หลายสิบคนที่ถูกมัดมือไพ่หลังคุกเข่าเรียงรายกันอยู่เต็มลานกว้างต่างก้มหน้าตัวสั่นงันท่ามกลางความหนาวเหน็บ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงร้องระงมอีกต่อไป ความเด็ดขาดและรอยยิ้มเย็นเยียบของฮูหยินเอกในวันนี้ ได้สลักฝังความหวาดกลัวลงไปในกระดูกดำของทุกคนจนหมดสิ้นแล้ว
"ลากตัวไป... โบกยี่สิบไม้ แล้วขับไล่ออกจากจวนอ๋องให้พ้นสายตา ใครกล้าขัดขืน... ตัดเอ็นร้อยหวายเสีย"
คำสั่งสั้นๆ ทว่าเด็ดขาดไร้ความปรานีถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีชาด องครักษ์เงาไม่รอช้า ลากตัวแม่บ้านเฉินและบรรดาบ่าวผู้ทรยศออกไปทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทาง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอางของความตายที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ
ไป๋ลี่หลินสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย นางกวาดสายตามองบ่าวไพร่ชุดใหม่ที่ยืนเรียงแถวรอรับคำสั่งอยู่นอกเรือน ทุกคนล้วนผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดและมาจากค่ายกลกองทัพพยัคฆ์ทมิฬโดยตรง ไร้ซึ่งสายลับหรือหนอนบ่อนไส้จากตระกูลใดทั้งสิ้น
"จำใส่ใจไว้นะคะ... คนของจวนอ๋องแห่งนี้ มีกฎเพียงข้อเดียวคือ 'ความจงรักภักดี' หากใครคิดคดทรยศ จุดจบของพวกเจ้า... ก็คือหลุมฝังศพไร้ชื่อหลังจวนแห่งนี้เช่นกันค่ะ"
น้ำเสียงราบเรียบกังวานใส ทว่าทรงพลังอำนาจจนบ่าวไพร่ชุดใหม่ทั้งหมดต่างพากันโขหัวคำนับลงกับพื้นพร้อมเพรียงกันอย่างพร้อมเพรียง
"พวกเรารับทราบและจะจดจำคำสั่งสอนของฮูหยินด้วยชีวิตเจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ!"
ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายพยัคฆ์ทองคำก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า มู่หรงเฉิงกวาดสายตาคมกริบคู่นั้นมองผลงานการจัดระเบียบเรือนหลังของภรรยาด้วยแววตาที่ฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายเสือร้ายที่กำลังมองดูแมวป่าตัวน้อยตะปู-เหยื่อจนมุม
"จัดการได้สะอาดหมดจดดียิ่งนัก... ชายคาเรือนหลังนี้ ต่อไปคงไม่มีใครกล้าอาจหาญหาญกล้ามาลองดีกับฮูหยินเอกของเปิ่นหวังอีกแล้วกระมัง" มู่หรงเฉิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ น่าเกรงขาม ทว่าแฝงความอ่อนโยนเอาไว้ในทีเมื่อทอดมองนาง
ไป๋ลี่หลินหันไปสบตาคมกริบคู่นั้น รอยยิ้มหวานละมุนถูกระบายลงบนใบหน้าอีกครั้ง นางยื่นมือเรียวบางออกไปรับถ้วยชาอุ่นๆ ที่สาวใช้คนสนิทรินส่งให้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย
"หม่อมฉันเพียงแต่วางระเบียบเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไม่ให้ท่านอ๋องต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับเรื่องไร้สาระในเรือนหลังก็เท่านั้นเพคะ... ว่าแต่ท่านอ๋องเถอะค่ะ ยามวิกาลเช่นนี้ ไฉนจึงเสด็จมาที่เรือนเอกได้เล่าเพคะ มีเรื่องอันใดด่วนหรือเพคะ"
มู่หรงเฉิงไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขายื่นมือหนาออกไปรับถ้วยชาจากมือนาง ทว่าปลายนิ้วแกร่งกลับจงใจสัมผัสกับฝ่ามือเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ภรรยาตัวน้อยตรงหน้าด้วยประกายตาวาววับที่ซ่อนความลึกล้ำบางอย่างไว้
"เรื่องด่วนย่อมมี... และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเจ้าโดยตรงด้วย" มู่หรงเฉิงเว้นจังหวะเล็กน้อย ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ "สายรายงานจากนอกเมืองแจ้งว่า... มีราชครูชราผู้หนึ่งกำลังเดินทางมายังเมืองหลวง พร้อมกับ 'กล่องไม้ประทับตราลับ' จากสำนักแพทย์หลวง ซึ่งจ่าหน้าซองถึง... ฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องพยัคฆ์ทมิฬโดยเฉพาะ"
รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของไป๋ลี่หลินชะงักงันไปชั่วลมหายใจ กล่องไม้ประทับตราลับจากสำนักแพทย์หลวงในอดีตชาติ... คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงถึงการตายอันปริศนาของมารดาแท้ๆ ของนาง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 32
อำนาจในมือฮูหยินเอก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!