ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 33

หมอเทวดาเปิดโรงหมอ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายโสมภูเขาป่าร้อยปีและกำยานจันทร์หอมลอยวนอบอวลอยู่ภายใต้ชายคาโรงหมอ "เวชศาสตร์บูรณาการ" ป้ายไม้เนื้อดีสลักอักษรลายมือทรงพลังด้วยหมึกทองคำแท้ สะท้อนแสงแดดยามสายที่สาดส่องลงมากระทบกับแผ่นป้ายจนระยิบระยับ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนนับร้อยที่เบียดเสียดกันอยู่เบื้องหน้า มิใช่ความหรูหราโอ่อ่าของตัวอาคาร หากแต่เป็นร่างระหงในอาภรณ์ปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับผ้าคลุมไหล่สีแดงชาดปักดิ้นเงินประณีต นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกแตะชีพจรบนข้อมือของหญิงชราที่เนื้อตัวมอมแมมด้วยรอยดินรอยโคลนอย่างไม่นึกรังเกียจแม้แต่น้อย "อาการไอเรื้อรังของท่านยายเกิดจากความชื้นสะสมในปอดจนลมปราณติดขัด ข้าได้จัดเทียบยาขับความชื้นและบำรุงธาตุไฟให้แล้ว ดื่มติดต่อกันเจ็ดวัน อาการจะทุเลาจนหายขาด... พี่เฉิน แจกห่อถั่งเช่าต้มน้ำให้ท่านยายกลับไปดื่มบำรุงด้วยเจ้าค่ะ" เสียงหวานใสดังกังวานกังสดาล ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นน่าเลื่อมใสในหัวใจของผู้ยากไร้ที่มารอต่อคิวรักษา ตัวอักษรทุกตัวที่ไป๋ลี่หลินเขียนลงบนกระดาษสาด้วยพู่กันขนกระต่ายป่าล้วนเที่ยงตรง แม่นยำ และเต็มไปด้วยความเมตตาปรานีที่หาได้ยากยิ่งจากโรงหมอหลวงหรือสถานพยาบาลแพงๆ ในเมืองหลวงแห่งนี้ ทว่า ท่ามกลางความชื่นชมยินดีของชาวบ้านร้านตลาด กลับมีสายตาคู่หนึ่งซ่อนตัวอยู่หลังม่านไม้ไผ่ของโรงเตี๊ยมตรงข้าม สอดส่องมองมาด้วยแววตาริษยาจนแทบจะแผดเผาให้ร่างของนางมอดไหม้เป็นจุล "น่าขันสิ้นดี... ฮูหยินเอกจวนอ๋องผู้สูงศักดิ์ ลงทุนลดตัวลงมาคลุกคลีกับพวกยาจกไร้ค่าเหล่านี้ ช่างเสแสร้งสร้างภาพเรียกคะแนนความน่าสงสารเสียจริง!" ไป๋รั่วซือขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนริมฝีปากแทบห่อเลือด เล็บยาวที่สวมปลอกทองคำจิกเข้าหากันแน่นจนเนื้อแทบปริ นางแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมตาดทองปักลายหงส์บินอย่างวิจิตรบรรจง ทว่าใบหน้าที่เคยงดงามกลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "ท่านพี่จิ้น เหตุใดยังทรงนิ่งดูดายเล่าเพคะ? นังสารเลวไป๋ลี่หลินกำลังสร้างชื่อเสียงจนชาวบ้านต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ เกียรติภูมิของพวกเรา... โดยเฉพาะแผนการใหญ่ของท่านพี่จะต้องสั่นคลอนแน่ๆ!" องค์ชายรองมู่หรงจิ้นประทับนั่งจิบชาอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ดวงตาหรี่แคบลงมองสตรีที่ตนเคยเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี บัดนี้ นางกลับเปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งกว่าไข่มุกราตรีจากท้องสมุทร ความสามารถทางการแพทย์ที่นางแสดงออกมา ยิ่งทำให้เขาตระหนักว่าตนได้ทำลายสมบัติล้ำค่าเพียงใดด้วยมือตนเอง "เจ้าเงียบปากก่อน... รั่วซือ" มู่หรงจิ้นเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใย "เจ้าไม่เห็นหรือว่ารอบกายของนางมีเงาดำทมิฬคอยคุ้มกันอยู่? องครักษ์เงาของอ๋องพยัคฆ์ทมิฬกระจายตัวอยู่ทุกมุมตึก หากเราขยับสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าจะไม่ทันได้เด็ดหัวนาง หัวของพวกเราเองต่างหากที่จะหลุดออกจากบ่า" "ท่านอ๋อง... ท่านยังเกรงกลัวเดชานุภาพของพี่ใหญ่ท่านอยู่อีกหรือเพคะ?" ไป๋รั่วซือสะท้านเฮือกเมื่อได้ยินนามของมู่หรงเฉิง ความโหดเหี้ยมและเลือดเย็นของบุรุษผู้นั้นคือฝันร้ายที่นางไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง ย้อนกลับมาที่โรงหมอเวชศาสตร์บูรณาการ ไป๋ลี่หลินวางพู่กันลงอย่างแผ่วเบา นางเงยหน้าขึ้นรับถ้วยชาสมุนไพรจากไป๋เซียน สาวใช้คนสนิทที่ยืนระวังหลังให้ ก่อนจะยกขึ้นจิบเบาๆ เพื่อดับกระหาย ดวงตาดอกท้อคู่สวยกวาดตามองความเรียบร้อยโดยรอบด้วยความพึงพอใจ การเปิดโรงหมอในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือผู้คนตามอุดมการณ์ของแพทย์หญิงจากโลกยุคปัจจุบันเท่านั้น แต่มันคือ "หมากตาแรก" ที่นางเดินลงบนกระดานอำนาจแห่งเมืองหลวง เพื่อตบหน้าสกุลไป๋ และประกาศให้ทุกคนได้ประจักษ์ว่า สตรีที่ถูกตราหน้าว่าเป็น "ของไร้ค่า" ผู้นี้ สามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกมันลงใต้ฝ่าเท้าได้อย่างงดงามเพียงใด "ฮูหยินเจ้าคะ... มีคนไข้พิเศษมาขอรับการรักษาเจ้าค่ะ" ไป๋เซียนกระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง พร้อมกับผายมือไปยังชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่สวมหมวกปีกกว้างอำพรางใบหน้า ทว่าเนื้อตัวกลับมีกลิ่นอายของสมุนไพรหายากและคราบเลือดจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมเนื้อหยาบ ไป๋ลี่หลินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มดั่งอาบยาพิษผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเชื่องช้า "ให้เขาเข้ามา... คนไข้ที่เดินทางมาจาก 'แดนไกล' เช่นนี้ ข้า-ย่อมต้องต้อนรับเป็นอย่างดีอยู่แล้ว" ทว่า ในขณะที่ร่างสูงโปรดของชายปริศนากำลังก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งท้องถนน ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องกังวานของมหาดเล็กประจำจวนอ๋องที่ทำเอาผู้คนนับร้อยต้องคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นทันที "ท่านอ๋องเสด็จ—!" มู่หรงเฉิงในชุดฉลององค์สีดำสนิทปักดิ้นลายพยัคฆ์ทมิฬน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวมัจจุราช ก้าวพระบาทเข้ามาด้วยรัศมีกดดันที่แผ่ซ่านจนอากาศรอบกายคล้ายจะแข็งตัว พระเนตรคมกริบกวาดมองไปรอบโรงหมอ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของชายปริศนาผู้กำลังชักกริชออกจากอกเสื้อด้วยแววตาวาวโรจน์ดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ! ปัง—! ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว ร่างของชายปริศนาผู้นั้นก็ถูกพลังภายในอันรุนแรงซัดจนกระเด็นทะลุผนังไม้พังครืนลงมาอย่างอนาถ เลือดสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากปากทันที พร้อมกับแผ่นป้ายคำสั่งลับขององค์ชายรองที่ร่วงหล่นลงแทบเท้าของไป๋ลี่หลิน! มู่หรงเฉิงสาวพระบาทเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว พระหัตถ์หนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ พระพักตร์คมคายโน้มลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับแก้มเนียนนุ่ม สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจกระซิบชิดริมใบหูจนนางต้องขนลุกชัน "ฮูหยินของเปิ่นหวาง... ดูท่าเจ้าจะสนุกสนานกับการเปิดโรงหมอเสียจนลืมไปกระมัง ว่าเตียงในห้องนอนของเจ้า... ยังมีสามีผู้คลั่งรักรอให้เจ้ากลับไป 'รักษา' อาการหัวใจกำเริบอยู่ทุกค่ำคืน!" ถ้วยชาสมุนไพรในมือของไป๋ลี่หลินสั่นไหวเล็กน้อย นางช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาคู่นคมดุที่ฉายแววหึงหวงและดุร้ายอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มหวานหยดย้อยผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างท้าทาย "ท่านอ๋องผู้เกรียงไกร... เกรงว่าหม่อมฉันคงต้องตรวจดูอาการ 'คลั่งรัก' ของพระองค์เสียก่อนกระมังเพคะ ว่ามันร้ายแรงจนถึงขั้นต้องใช้เข็มเงินฝังจุดตายสกัดกั้นความกำหนัดหรือไม่!" บรรยากาศภายในโรงหมอพลันทัศนียภาพหยุดนิ่ง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของฝูงชนที่หมอบกราบอยู่ภายนอก มู่หรงเฉิงกลับหัวسรวลต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ พระหัตถ์แกร่งกระชับกอดเอวบางแน่นขึ้นราวกับจะหลอมละลายร่างของนางให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุม ทันใดนั้น... เสียงกงสุลหลวงจากสำนักพระราชวังก็ดังขึ้นแทรกกลางอากาศ พร้อมกับราชโองการลับฉบับใหม่ที่ถูกชูขึ้นสูงด้วยมือของขันทีเฒ่าผู้มีใบหน้าซีดเผือด! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้มีรสนิยมทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน ณ ที่นี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%