ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 19

ถ้วยชาผสมพิษรอบสอง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ยามนี้มิได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดังเช่นทุกครา หากแต่กลับหนาแน่นจนคล้ายจะกลายเป็นกรงขังที่กดทับผู้คนให้แทบหยุดหายใจ ภายในเรือนรับรองชั้นในของจวนท่านอ๋อง แสงสลัวจากคบเพลิงด้านนอกที่ทาบทับผ่านหน้าต่างกระดาษสา ลากเงาทอดยาวของสตรีสองนางให้ทับซ้อนกันราวกับภาพเงาของสัตว์ร้ายสองตัวที่กำลังรอจังหวะตะปบกันและกัน ไป๋ลี่หลินนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะน้ำชาไม้ฮวาหลี อาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นเงินขยับไหวตามจังหวะการหายใจเบาๆ ทุกอากัปกิริยาเปี่ยมด้วยความเยือกเย็นและสง่างามดั่งเช่นสตรีผู้สูงศักดิ์ แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตางอนงาม เบื้องหน้าของนางคือไป๋รั่วซือ น้องสาวต่างมารดาผู้สวมชุดผ้าแพรสีขาวบริสุทธิ์ขับเน้นให้ใบหน้ารูปไข่นั้นดูน่าสงสารและบอบบางดั่งดอกบัวขาวกลางสายฝน "พี่หญิง... น้องแค่วานมาเยี่ยมเยียน ไฉนท่านจึงต้องใช้บรรยากาศน่าอึดอัดเช่นนี้ต้อนรับข้าด้วยเล่าเจ้าคะ" เสียงหวานหยาดเยิ้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงหน้าที่เจือแววตัดพ้ออย่างน่าเวทนา ทว่าหางตากลับเหลือบมองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามในมือของลี่หลินอย่างระแวดระวัง ไป๋ลี่หลินแย้มรอยยิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับภาพวาด ทว่ากลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง นางมิได้ตอบคำถามนั้นทันที หากแต่ค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกขาวประคองกาน้ำชาขึ้นรินน้ำชาสีอำพันใสลงในถ้วยใบตรงข้ามอย่างเชื่องช้า เสียงรินน้ำชาที่กระทบผิวถ้วยดัง *กริ๊ง...* ราวกับเสียงเตือนภัยจากขุมนรก "เจ้ากล่าวอันใดกัน รั่วซือ... เจ้าเป็นถึงน้องสาวที่ข้ารักยิ่ง ยามเจ้ามาเยือนถึงเรือน ย่อมต้องต้อนรับด้วยชาชั้นดีที่ข้าเป็นผู้ชงเองกับมือสิถึงจะถูก" ลี่หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความนัยที่ทำให้หัวใจของไป๋รั่วซือกระตุกวูบ "ชา... ชานี้เหตุใดจึงมีกลิ่นฉุนแปลกๆ เจ้าคะ" รั่วซือฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้นางจะเป็นผู้รอบรู้เรื่องพิษและมักใช้มันลอบทำร้ายผู้อื่นอยู่เสมอกระทั่งในชาติก่อน แต่วันนี้ ยามที่ต้องมาเผชิญหน้ากับพี่หญิงผู้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน นางกลับรู้สึกราวกับตัวเองกำลังเดินอยู่บนปากเหว "อ๋อ... เป็นสมุนไพรบำรุงโลหิตที่ท่านอ๋องเพิ่งประทานมาให้เมื่อยามอัสดงน่ะ" ลี่หลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาระยิบระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นเหยื่อค่อยๆ เดินเข้าสู่กรงที่นางบรรจงสร้างขึ้น "ท่านอ๋องทรงห่วงใยสุขภาพของคนในจวนยิ่งนัก โดยเฉพาะแขกคนสำคัญเช่นเจ้า... จะปล่อยให้กลับไปมือเปล่าได้อย่างไรเล่า" คำว่า 'แขกคนสำคัญ' และ 'ท่านอ๋องทรงห่วงใย' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับบีบเค้นจิตใจของไป๋รั่วซือจนแทบแหลกสลาย นางรู้ดีว่ามู่หรงเฉิง ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้ายแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬผู้นั้นเกลียดชังความสกปรกโสมมในเรือนหลังเพียงใด หากเขามาพบว่านางแอบลักลอบเข้ามาในเรือนเพื่อหวังวางยาภริยาเอกของเขา มีหวังหัวของนางคงหลุดจากบ่าก่อนที่ตะวันรุ่งจะมาเยือนเป็นแน่ "ข้า... ข้าเกรงว่าตนเองจะวาสนาไม่ถึงจะรับชาล้ำค่าถ้วยนี้หรอกเจ้าคะ เกรงใจพี่หญิงเปล่าๆ" รั่วซือฝืนหัวเราะแห้งๆ พยายามขยับกายถอยหลัง แต่แล้วสายตาคมกริบของลี่หลินก็พลันเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาวบหนึ่ง ราวกับกรงข่ายที่ปิดตายไม่ให้เหยื่อดิ้นรน "ปฏิเสธน้ำใจของพี่เช่นนี้... หรือว่าเจ้ารู้สึกผิดบางอย่างในใจ ถึงไม่กล้าดื่มชาถ้วยนี้?" ลี่หลินเอ่ยเบาๆ แต่ทุกคำหนักแน่นราวก้อนหินที่ทับลงบนอก "ดื่มเสีย... ในฐานะพี่สาวผู้แสนดี ข้าได้เตรียม 'ของขวัญ' พิเศษไว้ในชานี้ เพื่อตอบแทนทุกสิ่งที่เจ้าเคย 'มอบ' ให้ข้าในอดีตอย่างสาสม" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็เย็นเยียบลงทันตาเห็น ไป๋รั่วซือหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือดแต่งแต้มริมฝีปาก นางรู้แล้ว... นางรู้แน่ชัดแล้วว่าไป๋ลี่หลินล่วงรู้แผนการทั้งหมดของนางและองค์ชายรองมู่หรงจิ้นแล้ว! ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่นางซ่อนไว้ในแขนเสื้อเพื่อหวังจะหยอดลงในกาชาของลี่หลิน บัดนี้ กลับถูกซ้อนกลด้วยแผนการที่เหนือชั้นกว่าของสตรีตรงหน้า "เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้าไม่เข้าใจ..." รั่วซือเสียงสั่นพร่า เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า "ไม่เข้าใจไม่เป็นไร..." ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์สีม่วงพู่ระย้าตามการเคลื่อนไหว นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้รั่วซือทีละก้าวอย่างมั่นคงและสง่างาม กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างระห่าง ทว่ากลับเปี่ยมด้วยอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "แต่คนฉลาดเช่นเจ้า ย่อมรู้ดีว่า หากข้าไม่ดื่ม... เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าออกจากเรือนหลังนี้ทั้งเป็น" ลี่หลินเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาสีฟ้าครามขึ้นมาด้วยปลายนิ้วเรียวสวย ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าของน้องสาวต่างมารดา รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ประดับบนริมฝีปากนั้น งดงามราวกับดอกไม้พิษที่บานสะพรั่งในยามวิกาล "ดื่มมันเสีย... น้องรัก" ไป๋รั่วซือตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ยามที่ปลายถ้วยชาเย็นเฉียบเคลื่อนเข้ามาใกล้ริมฝีปากของนางทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลจากสตรีตรงหน้าบีบบังคับให้นางไม่อาจปฏิเสธได้ เสียงหัวใจเต้นระทึกโครมครามดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกลองแห่งความตายที่กำลังเร่งจังหวะ ในวินาทีที่รั่วซืออ้าปากด้วยความจนมุมเพื่อจะกลืนน้ำชาพิษที่ตนเองตั้งใจนำมาใช้ปลิดชีวีผู้อื่นลงคอ ทันใดนั้นเอง— *ปัง!* ประตูไม้หนาหนักของเรือนรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงลมยามค่ำคืนพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวคบเพลิงวูบไหว ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทมิฬด้วยดิ้นทองก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น เยือกเย็น และแผ่รังสีอำมหิตที่กดทับให้บรรยากาศทั้งหมดหยุดนิ่งในพริบตา ท่านอ๋องมู่หรงเฉิงปรายตามองภาพตรงหน้าด้วยนัยน์ตาดั่งสัตว์ป่าล่าเหยื่อ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ "ดูท่า... สนุกกว่าที่เปิ่นหวางคิดไว้เสียอีกนะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันลึกลับและเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%