ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 17

เปิดโปงร้านค้าฉ้อฉล

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"ถ้าสินค้าของพวกท่านยังขายดีในราคาต้นทุนต่ำเช่นนี้ เกรงว่าตระกูลไป๋สายรองคงต้องเตรียมตัวขายโรงเตี๊ยมสาขาใหญ่ทั้งสามแห่งเพื่อใช้หนี้หลวงภายในเจ็ดวันนี้นะคะ..." น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราวกับเสียงกระซิบของภูตพรายในสวนดอกไม้ ทว่าทุกพยางค์ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นเรือนรับรอง กลับหนักหน่วงราวนำเอาภูเขาไท่ซานมาทับถมลงบนอกของพ่อค้าใหญ่ประจำตระกูลไป๋ ไป๋ลี่หลินนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่หลังโต๊ะน้ำชาไม้ฮวาหลี อาภรณ์ปักลายหงส์คู่สีมรกตขับเน้นผิวขาวผ่องดั่งหยกอุ่น เรือนผมปักปิ่นไข่มุกราตรีที่ทิ้งหยดพู่ระย้าไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว ทุกกิริยามารยาทล้วนถูกต้องตามตำรา 3  กรอบ 4 คุณธรรมของสตรีตระกูลสูงศักดิ์อย่างไร้ที่ติ แต่ทว่า... รอยแย้มสรวลที่มุมปากของนาง กลับซ่อนประกายคมกริบดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง เบื้องหน้าของนางคือไป๋ฮ่าว ผู้เป็นท่านอาสามและเป็นหนึ่งในเสาหลักของตระกูลไป๋ฝั่งอนุภรรยา ผู้ซึ่งเคยร่วมมือกับมารดาเลี้ยงของนางในการสูบเลือดสูบเนื้อสินเดิมของมารดาผู้ล่วงลับ ใบหน้าของชายวัยกลางคนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนเนื้อตัวสั่นเทิด "ไป๋ลี่หลิน! เจ้ามันนังเด็กเนรคุณ! กล้าดียังไงมาใช้อำนาจของจวนอ๋องบีบคั้นการค้าของตระกูลตัวเอง!" ไป๋ฮ่าวตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ถ้วยชาเซรามิกกระเบื้องเคลือบสั่นสะเทือนจนน้ำชาสีอำพันกระฉอกเปื้อนพรม ลี่หลินมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองคราบน้ำชานั้นด้วยแววตารังเกียจราวกับมองเศษขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะยกถ้วยชาของตนขึ้นจิบช้าๆ อย่างผู้มีชัย "ท่านอาสามพูดจาให้เกียรติฐานะ ‘ฮูหยินเอกแห่งจวนอ๋องพยัคฆ์ทมิฬ’ ของข้าด้วยนะคะ..." ลี่หลินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "ส่วนเรื่องที่ว่าข้าใช้อำนาจ... ช่างเป็นการปรักปรำที่น่าขันสิ้นดี การค้าขายย่อมมีแพ้มีชนะ ข้าเพียงแค่ ‘แนะนำ’ ให้บรรดาพ่อค้าผ้าและใบชาในเมืองหลวง หันไปอุดหนุนสินค้าจากโรงงานมาตรฐานใหม่ที่ข้าเพิ่งก่อตั้งขึ้นเท่านั้นเอง เหตุใดท่านจึงต้องร้อนรนจนออกอาการน่าเกลียดเช่นนี้เล่าคะ?" โรงงานมาตรฐานใหม่ที่นางกล่าวถึง หาใช่กิจการธรรมดาไม่ แต่เป็นเครือข่ายการค้าที่นางกว้านซื้อวัตถุดิบราคาถูกแต่คุณภาพเยี่ยมไว้ล่วงหน้าผ่านสายสัมพันธ์ของสำนักแพทย์ และใช้กลยุทธ์ตัดราคาแบบสายฟ้าแลบในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อทำลายสภาพคล่องของคู่แข่ง ตระกูลไป๋สายรองที่พึ่งพาแต่รายได้จากการผูกขาดสินค้าเกษตรและผ้าไหมคุณภาพปานกลาง จึงไม่ต่างอะไรกับปลาที่ถูกตักออกจากน้ำ ดิ้นรนอย่างไรก็มีแต่รอวันตาย ในขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ประตูไม้แกะสลักก็ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำปักดิ้นลายพยัคฆ์ทมิฬปรากฏขึ้น ท่ามกลางอุณหภูมิในห้องที่เสมือนลดฮวบลงทันที มู่หรงเฉิงก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าไร้สุ้มเสียง แววตาดุจพยัคฆ์ล่าเหยื่อกวาดมองไป๋ฮ่าวด้วยความเยียบเย็นจนชายวัยกลางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นโดยไม่ต้องมีใครผลัก "ใครอนุญาตให้เสียงดังในอาณาเขตของชายาข้า?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยือกราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งประเทศปรายตามองไป๋ฮ่าวเพียงแวบเดียว ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง พระองค์เดินตรงเข้ามาหาลี่หลิน ท่าทีดุดันน่าเกรงขามเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาดเมื่อยามโน้มพระonลงมาปัดเศษผงที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของชายา "เจ้าค่ะท่านอ๋อง..." ลี่หลินเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมส่งยิ้มหวานหยดที่ทำเอาหัวใจของแม่ทัพผู้โหดเหี้ยมกระตุกวูบ "หม่อมฉันเพียงแค่กำลังเจรจาธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ กับญาติผู้พี่... เอ่อ ท่านอาสามของหม่อมฉันต่างหากเพคะ" มู่หรงเฉิงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมก్రిบมองเอกสารสัญญาซื้อขายที่วางอยู่บนโต๊ะแวบหนึ่งก็รู้ทันทีว่าภรรยาตัวน้อยของเขากำลังเล่นสนุกอะไรอยู่ "หึ... เจรจาธุรกิจงั้นรึ? ในเมื่อตระกูลไป๋สายรองไร้ความสามารถในการบริหารจัดการทรัพย์สินจนต้องมารบกวนเวลาพักผ่อนของชายาข้า..." มู่หรงเฉิงหันไปสั่งการองครักษ์เงาที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลัง "ไปจัดการส่งหมายศาลและประกาศอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของไป๋ฮ่าวในข้อหาติดค้างภาษีการค้าหลวงให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้" "พ่ะย่ะค่ะ!" "ท่านอ๋อง! ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ! นี่มันเรื่องในครอบครัว..." ไป๋ฮ่าวแผדเสียงร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หากถูกอายัดทรัพย์สินในข้อหาติดค้างภาษีหลวง ตระกูลไป๋สายรองไม่เพียงแต่ล้มละลาย แต่หัวของพวกเขาอาจจะต้องหลุดจากบ่าด้วยซ้ำ! ลี่หลินเพียงแต่นั่งมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มพึงใจ นางยกจอกชาขึ้นจิบรสชาติหอมละมุน ปล่อยให้สามีผู้คลั่งรักของนางเป็นผู้จัดการส่วนที่เหลืออย่างเลือดเย็น การบดขยี้ศัตรูให้จมดินโดยที่มือไม่ต้องเปื้อนเลือดเลยสักหยด... ช่างเป็นรสชาติที่หอมหวานยิ่งนัก ทว่า ในจังหวะที่ลี่หลินกำลังจะเอ่ยวาจาเยาะเย้ยปิดท้าย ขันทีเฒ่าประจำพระราชวังหลวงก็ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือที่สั่นเทา "ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! องค์ชายรองทรงทูลขอพระราชทานสมรสรอบใหม่ โดยอ้างสิทธิ์ในตัวพระชายาจากราชตระกูลเดิม... และตอนนี้ ราชยโองการด่วนจากฮ่องเต้กำลังเดินทางมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงเฉิงหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายแทบจะแข็งตัว ส่วนลี่หลิน... รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของนางค้างเติ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่ประกายตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดั่งคมมีดที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ที่บังอาจมาแย่งชิงของเล่นของนางในยามวิกาล ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินเอกสายฟาด กับท่านอ๋องผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%