"เจ้ากำลังพยายามลบภาพจำด้วยการขีดเขียนสิ่งที่ไม่อาจย้อนคืน หรือกำลังวาดฝันถึงอนาคตที่ไม่มีวันมาถึงกันแน่ คณิน?"
เสียงนั้นไม่ได้มาจากความว่างเปล่า แต่มันแทรกตัวผ่านรอยแยกของความเงียบงันในหอพักเก่าริมน้ำ คณินชะงักปลายปากกาหมึกซึมที่กำลังจรดลงบนกระดาษสาเนื้อหยาบ หยดหมึกสีนิลซึมขยายตัวเป็นดวงกลมราวกับรอยแผลที่กำลังแตกออก เขาไม่หันไปมองเจ้าของเสียง เพราะเขารู้ดีว่ามัทนาอยู่ที่นั่นเสมอ—ในมุมมืดที่แสงจันทร์เข้าไม่ถึง
"การเขียนไม่ใช่การลบ หรือการวาดฝัน" คณินตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำหนักมือให้คงที่ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยจังหวะที่ไม่เป็นสุข "มันคือการจัดวางซากปรักหักพังให้เข้าที่เข้าทางที่สุด เพื่อที่อย่างน้อย... ผมจะได้ไม่ต้องสะดุดล้มลงไปในนั้นอีก"
มัทนาเดินออกมาจากเงามืด แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้บานเกล็ดตกกระทบลงบนใบหน้าครึ่งซีกของนาง ทิ้งส่วนที่เหลือไว้ในเงามืด ดูราวกับเทพีแห่งความยุติธรรมที่ถือตราชั่งอันบิดเบี้ยว นางหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาของเขาขึ้นมาเปิดผ่านๆ ก่อนจะหยุดที่หน้ากระดาษที่ยังเปียกชื้น
"เจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าการจัดวาง?" นางแค่นยิ้ม เสียงของนางแหลมคมดั่งปลายมีดที่กรีดลงบนหัวใจ "มันเป็นเพียงคำสารภาพของคนขี้แพ้ที่ยังติดอยู่ในกรงขังของอดีต คณิน... บทกวีที่ปราศจากความตายในตัวมันเอง ก็เป็นเพียงเสียงบ่นพึมพำของคนเมาหลับใหล"
คณินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายเขาสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน เขาเดินไปเผชิญหน้ากับนาง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงความหนาแน่นของอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นอายดินหลังฝน
"ความตายของใคร? ของเธอ หรือของหัวใจผมที่เธอเป็นคนพรากไป?" คณินจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "เธอเข้ามาในชีวิตผม ทิ้งเบาะแสเป็นบทกวีที่อ่านไม่จบ แล้วหายตัวไปในหมอกควันทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้ความจริง เธอต้องการอะไรจากผมกันแน่ มัทนา"
มัทนาไม่ได้หลบสายตา นางกลับขยับเข้ามาใกล้จนคณินสัมผัสได้ถึงไอเย็นจางๆ จากร่างกายของนาง "ข้าไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้า นอกจากความจริงที่เจ้าพยายามจะบิดเบือนมันผ่านตัวอักษรเหล่านี้" นางใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่บทกลอนบทหนึ่งที่เขาเพิ่งเขียนเสร็จ 'จันทร์เสี้ยวพริ้วร่วงหล่น... กลางใจคนอันว่างเปล่า' "เจ้ารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องของจันทร์เสี้ยว แต่มันคือเรื่องของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงรอยต่อของกาลเวลา... คนที่เจ้ายอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งจิตวิญญาณเพื่อที่จะเห็นหน้าอีกสักครั้ง"
คณินรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากาก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องกว้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงคลื่นกระทบตลิ่งด้านล่างที่ส่งเสียงครวญครางราวกับจะประท้วงความอัดอั้นของเขา เขาหันกลับไปคว้าปากกาจุ่มหมึกอีกครั้ง มือขวาเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเริ่มร่ายรำตัวอักษรลงบนกระดาษด้วยความโกรธแค้นและความอาวรณ์ที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก
*จันทร์เอยเจ้าเสี้ยวสลัก ปักดวงจิต*
*รอยลิขิตเลือนลางกลางวิถี*
*คนรออยู่สุดขอบฟ้า... นิจนิรันดร์*
*หรือเพียงเงาที่ผันผ่าน... กาลเวลา*
"สวยงาม" มัทนากล่าวเบาๆ ข้างหูเขา เสียงของนางดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด แต่มันกลับทำให้คณินขนลุกชัน "แต่เสียดายที่บทกวีบทนี้... ยังขาดวรรคสุดท้าย"
"วรรคสุดท้ายคืออะไร" คณินถามเสียงพร่า
"คือการยอมรับว่าสิ่งที่เจ้าเฝ้าตามหา ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนทิฐิของคณิน เขาหันขวับกลับมาหวังจะกระชากความจริงจากหญิงสาวตรงหน้า แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้ลมหายใจสะดุดกึก มัทนาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว ทิ้งไว้เพียงกุญแจทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าหนึ่งดอกวางอยู่บนโต๊ะที่ว่างเปล่า พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ที่ไม่ควรจะผลิบานในฤดูกาลนี้
คณินหยิบกุญแจขึ้นมา หัวใจของเขาเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก กุญแจดอกนี้ดูคุ้นตาอย่างประหลาด มันคือดอกเดียวกันกับที่เขาเห็นในรูปถ่ายใบเก่าของคนรักที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน
เขารีบวิ่งไปยังตู้ไม้โบราณที่ตั้งอยู่ในมุมมืดของห้อง ตู้ที่เขาไม่เคยเปิดมันมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยความกลัวว่าความจริงจะทำลายเขาจนไม่เหลือชิ้นดี เขาสอดกุญแจเข้าไปในแม่กุญแจที่สนิมเกาะกรัง เสียงกลไกภายในลั่นดัง 'กริ๊ก' ดังก้องในโสตประสาทท่ามกลางความเงียบสงัด
เมื่อเขาแง้มบานตู้ไม้ช้าๆ แทนที่จะพบกับเสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัวของคนรัก กลับมีเพียงจดหมายฉบับหนึ่งที่ยังไม่ได้ปิดผนึกวางอยู่ข้างบน พร้อมกับลายมือที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นของใคร... แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบสิ้นสติ คือวันที่ประทับอยู่บนจดหมายฉบับนั้น
มันไม่ใช่จดหมายจากอดีต... แต่เป็นวันที่ระบุไว้ว่า 'พรุ่งนี้'
เขาหันกลับมามองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานเก่าที่ติดอยู่ข้างฝา แล้วต้องผงะเมื่อเห็นว่าในเงาสะท้อนนั้น... เขาไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนในคืนจันทร์เสี้ยวไปกับ "บทกวีใต้ร่มเงา" นะครับ
สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 7
บทกวีใต้แสงจันทร์เสี้ยว
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!