สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 8

รอยเท้าในสวนดอกไม้สีชาด

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“คุณกำลังตามหาคำตอบที่ตัวคุณเองยังไม่กล้าแม้แต่จะตั้งคำถามด้วยซ้ำ คณิน” เสียงของมัทนาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในสวนดอกไม้สีชาด เธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ทอดเงาอยู่หลังแนวพุ่มไม้กุหลาบพันธุ์พิเศษที่กลีบของมันแดงฉานราวกับรอยเลือดสดๆ ที่เพิ่งถูกแต้มลงบนผืนผ้าใบ คณินชะงักฝีเท้า มือที่กำเศษกระดาษเก่าคร่ำคร่าในกระเป๋าเสื้อสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ เขาไม่ได้หันไปมองเธอ แต่จดจ้องเพียงรอยแยกของดินที่แตกแห้งเป็นเส้นสายราวกับแผนที่แห่งความทรงจำ “คำตอบบางอย่างก็ไม่ต้องใช้คำถามในการนำทางหรอกครับ บางครั้งมันก็แค่รอเวลาที่จะเปิดเผยตัวตนผ่านรอยเท้าที่คนบางคนทิ้งเอาไว้” คณินตอบโต้ เสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่นราวกับถ้อยคำที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี มัทนาก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยโหว่ของกิ่งไม้ทำให้ใบหน้าของเธอแลดูซีดเผือด ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายของความท้าทาย เธอหยิบดอกกุหลาบสีชาดดอกหนึ่งขึ้นมา หมุนมันช้าๆ ระหว่างนิ้วเรียวยาว “รอยเท้าที่คุณเห็น... มั่นใจหรือครับว่ามันเป็นของคนที่คุณรัก ไม่ใช่รอยเท้าของคนที่กำลังเดินต้อนคุณให้เข้าไปสู่กับดักที่เขาสร้างไว้?” คณินเม้มปากจนเป็นเส้นตรง เขาไม่สนใจคำยั่วยุนั้น สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ผืนดินเบื้องล่าง พื้นที่ตรงนี้ถูกจัดวางให้เป็นสวนส่วนตัวที่ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาตลอดสามปีนับตั้งแต่วันที่ ‘รินรดา’ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าวันนี้ บางอย่างผิดปกติไป—แนวอิฐที่ปูทางเดินมีคราบดินโคลนที่แห้งกรังผิดจังหวะ ราวกับมีใครบางคนเพิ่งขุดคุ้ยดินตรงนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาทรุดตัวลงนั่ง คุกเข่าลงบนผืนดินที่เปียกชื้นเล็กน้อย กลิ่นดินอบอวลปะทะเข้ากับจมูก กลิ่นของมันไม่ใช่กลิ่นของกุหลาบที่เพิ่งโรยรา แต่มันคือกลิ่นของน้ำหมึก... น้ำหมึกราคาแพงที่รินรดามักใช้เขียนบันทึกประจำวันของเธอเสมอ “คุณจำได้ใช่ไหม?” มัทนาถามเสียงแผ่วเบา ร่างของเธอขยับเข้ามาใกล้จนคณินสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ “น้ำหมึกกลิ่นวานิลลาและกุหลาบป่า กลิ่นที่เธอใช้ประทับลงบนหัวใจคุณ... และเป็นกลิ่นที่กำลังบอกว่า ทุกตัวอักษรที่คุณเชื่อว่าคือความจริง ตลอดสามปีที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่ความจริงเลยแม้แต่น้อย” คณินไม่ได้ตอบ เขาใช้ปลายนิ้วเขี่ยดินออกอย่างเบามือ เศษอิฐที่วางซ้อนกันไว้เผยให้เห็นกล่องไม้ใบเล็กที่ผุพังไปตามกาลเวลา หัวใจของเขาเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก มือของเขาสั่นเกินกว่าจะควบคุมได้เมื่อเอื้อมไปแตะฝากล่อง สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่บันทึกที่เป็นกระดาษ แต่มันคือจี้สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวที่เขาเคยเป็นคนสวมให้เธอในคืนที่คำสาบานของเราทั้งคู่ดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา เขายกจี้สร้อยนั้นขึ้นมา ความเย็นของโลหะสัมผัสกับอุ้งมือ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแผดเผาด้วยความจริงที่โหดร้ายที่สุด “ทำไม...” เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม “ทำไมสร้อยเส้นนี้ถึงอยู่ที่นี่ หากเธอหายไปในที่ที่ไกลแสนไกล... แล้วใครกันที่นำมันกลับมาฝังไว้ใต้รอยเท้าของผม?” มัทนาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและบาดลึก “คนที่นำมันมาไม่ได้แค่ฝังสร้อยเส้นนี้ไว้หรอกครับ คณิน เขาฝังชิ้นส่วนของกาลเวลาเอาไว้ด้วย เพื่อรอวันที่คุณจะกลับมาพบว่า ‘รินรดา’ คนที่คุณพยายามตามหามาตลอด ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงในฐานะมนุษย์... แต่เธอเป็นเพียงแค่ ‘ตัวละคร’ ที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อหลอกล่อให้กวีที่หลงตัวเองอย่างคุณตกลงไปในหลุมพรางของเรื่องราวที่ไม่มีวันจบสิ้น” คณินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและสับสน เขาขยับลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับหญิงสาวตรงหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนแทบจะมลายหายไปในความมืดที่โอบล้อม “ถ้าเธอคือตัวละครที่ถูกเขียนขึ้น... แล้วความเจ็บปวดที่ผมรู้สึกอยู่ทุกค่ำคืนนี้ล่ะครับ? มันเป็นเรื่องโกหกด้วยหรืออย่างไร? บาดแผลบนหัวใจผมมันจับต้องได้จริงเสียยิ่งกว่าหยดน้ำหมึกเหล่านั้น!” มัทนาไม่ได้หลบสายตา เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบข้างใบหู ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้โลกทั้งใบของคณินหยุดหมุน “ไม่ใช่แค่บาดแผลครับคณิน... แต่ลองดูที่ข้อมือของคุณสิ รอยหมึกสีดำที่เริ่มลามออกมาเป็นลายเส้นตัวอักษรนั่น... ดูให้ดี ว่านั่นคือรอยหมึกของใคร หรือว่าแท้จริงแล้ว... คุณเองนั่นแหละที่เป็นผู้เขียนเรื่องราวของตัวคุณเองลงบนหน้ากระดาษของโชคชะตาที่ไม่มีทางแก้ไขได้” คณินก้มมองข้อมือของตนเองด้วยความตระหนก เส้นหมึกสีดำค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากใต้ผิวหนัง ราวกับหลอดเลือดกำลังเปลี่ยนแปรสภาพเป็นรอยหมึกที่ขีดเขียนเป็นชื่อของหญิงสาวคนเดียวที่เขารัก... และในวินาทีนั้นเอง กองดินในสวนที่เขาเพิ่งขุดขึ้นมาก็สั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เขารู้จักดีที่สุดดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก “ในที่สุด... ก็ถึงเวลาที่ตัวเอกจะต้องพบกับผู้เขียนเสียทีนะ คณิน” ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนในสวนดอกไม้สีชาดไปกับ "บทกวีใต้ร่มเงา" นะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%