สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 23

ประกายไฟแห่งความหวังครั้งใหม่

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"หยุดฝีเท้าของคุณเสีย มัทนา... อย่าบังคับให้ผมต้องเป็นคนใจร้ายในสวนแห่งความทรงจำที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวนี้เลย" คณินตะโกนก้อง เสียงของเขาสั่นพร่าพอกับปลายนิ้วที่กำปากกาคอแร้งจนสั่นระริก เขายืนอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไทรโบราณที่แผ่กิ่งก้านสาขาประหนึ่งอ้อมกอดของยักษ์ผู้โศกเศร้า เบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาวในชุดสีขาวหม่นที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อน ดวงตาของเธอไม่ได้มองมาที่เขา แต่มองไปยังโพรงไม้เก่าแก่ที่ถูกรากไม้อันซับซ้อนพันธนาการไว้แน่นหนา มัทนาไม่หันกลับมา เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นแตะเปลือกไม้ที่ผุพังด้วยความแผ่วเบา "คุณกลัวอะไรกันแน่ คณิน? กลัวที่จะพบว่าความจริงที่ถูกฝังไว้ อาจจะงดงามเกินกว่าที่หัวใจพังทลายของคุณจะรับไหว หรือกลัวว่าทุกบทกวีที่คุณเคยสลักไว้ด้วยความอาลัย... มันจะเป็นเพียงคำโกหกที่หลอกตัวเองมาตลอด?" "มันไม่ใช่คำโกหก" คณินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเขาขัดห้วง เขาจำความรู้สึกตอนที่เขียนบทกวีเหล่านั้นเพื่อส่งผ่านถึงคนรักที่หายสาบสูญไปได้ดี มันคือหยาดเลือดจากความเจ็บปวดที่กลั่นออกมาเป็นตัวอักษร "ผมทุ่มเทวิญญาณลงไปในนั้น" "วิญญาณ? หรือพันธนาการกันแน่" มัทนาหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอนิ่งสนิท ทว่าคมกริบราวกับมีดผ่าตัดที่เลาะเปลือกนอกของความหยิ่งทระนงในตัวกวีหนุ่มออกไปจนหมดสิ้น "ถ้าคุณรักงานเขียนของตัวเองมากพอ ทำไมคุณถึงไม่เคยกล้าที่จะอ่าน 'บทสุดท้าย' ที่คุณทิ้งไว้ที่นี่เมื่อห้าปีก่อนล่ะ?" คณินชะงัก ร่างกายของเขาเย็นวาบ ราวกับถูกน้ำแข็งกัดกินจากภายใน ห้าปีก่อน... ช่วงเวลานั้นเป็นเหมือนจุดดับสูญในความทรงจำของเขา เขาจำได้เพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังจากคนรักหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และนับแต่นั้น เขาก็ไม่เคยย่างกรายมาที่นี่อีกเลย เขาเดินก้าวผ่านเธอไปอย่างเชื่องช้า สายตาจดจ้องไปยังรอยแยกของต้นไทร รากไม้ม้วนตัวเป็นลวดลายประหลาด คล้ายกับอักขระโบราณที่ถูกกาลเวลาเขียนขึ้น เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วสัมผัสกับเนื้อไม้ที่เย็นเฉียบ ก่อนจะพบแผ่นกระดาษที่ถูกม้วนไว้อย่างประณีตในร่องไม้ มันไม่ได้เปื่อยยุ่ยตามกาลเวลา แต่มันกลับดูเหมือนเพิ่งถูกวางไว้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา มือของคณินสั่นเทาขณะคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก ลายมือของเขาเอง... แต่มันไม่ใช่บทกวีโศกเศร้าที่เขาจดจำได้ มันคือข้อความที่เขียนด้วยความมั่นคง ราวกับผู้ที่เขียนไม่ได้กำลังจะจากไป แต่กำลังรอคอยที่จะกลับมา *‘เมื่อรอยกาลสลักคำลงบนเปลือกไม้ เมื่อแสงแดดลอดผ่านความมืดมิดที่คุณสร้างขึ้น จงอ่านถ้อยคำนี้ด้วยหัวใจที่ไม่ใช่กวีผู้สูญเสีย แต่ในฐานะชายผู้พร้อมจะเริ่มบรรทัดใหม่... ความหวังไม่ได้หายไปไหน มันเพียงแค่รอเวลาที่จะผลิบานภายใต้ร่มเงาที่คุณลืมเลือนไปชั่วขณะ’* บรรทัดต่อมาคือประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของคณินหยุดหมุน มันเป็นลายมือของใครอีกคน... ลายมือที่เขาจำได้แม่นยำกว่าลมหายใจของตัวเอง *‘ฉันไม่เคยหายไปไหน ฉันแค่รอให้คุณ... กล้าพอที่จะก้าวออกมาจากบทกวีของตัวเองสักที’* คณินทรุดฮวบลงกับโคนต้นไม้ ลมหายใจขาดห้วง เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังก้องในหู สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นความสูญเสียตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แท้จริงแล้วมันคือการขังตัวเองไว้ในกรงขังแห่งถ้อยคำที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปลอบประโลมความเศร้าโดยเฉพาะ แต่ความหวังที่แท้จริงกลับถูกซ่อนไว้ใต้เงาไม้ที่เขาปฏิเสธที่จะมองเห็น "นี่มันหมายความว่ายังไง มัทนา..." เขาถามโดยไม่เงยหน้าขึ้น "คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมลายมือของเธอถึงมาอยู่บนกระดาษแผ่นนี้ได้?" มัทนาก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของเธอทาบทับร่างของเขา เธอหยิบเศษไม้ชิ้นหนึ่งขึ้นมา แล้วเขียนบางอย่างลงบนพื้นดินเบื้องหน้าเขา เป็นรูปทรงที่เขาคุ้นตาที่สุด เป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่คนรักของเขาเคยทำเครื่องหมายไว้บนหนังสือทุกเล่มที่พวกเขาเคยอ่านด้วยกัน "ฉันไม่ได้เป็นใครทั้งนั้นคณิน ฉันเป็นเพียงคำพูดที่คุณไม่กล้าเอ่ยออกมา" มัทนาตอบเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของสายลม "และที่สำคัญกว่านั้น... ตอนนี้คนที่รอคุณอยู่ในสวนหลังบ้านของร้านกาแฟเล็กๆ ที่เราเคยไปประจำ กำลังนับถอยหลังก้าวสุดท้ายของเธออยู่" คณินเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง เขารีบยันกายขึ้นจากพื้น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เขาหันไปมองมัทนาอีกครั้งเพื่อจะเค้นถามความจริงให้สิ้นสงสัย ทว่าพื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า เหลือเพียงความเงียบสงัดที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาจากทางเดินที่เขาเพิ่งเดินผ่านเข้ามาเมื่อครู่นี้ เสียงรองเท้ากระทบใบไม้แห้งดังกังวานขึ้นทีละจังหวะ... หนักแน่น และชัดเจน คณินแทบหยุดหายใจ เขารู้สึกถึงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่อบอวลขึ้นในอากาศ ราวกับว่าอดีตที่เขาเพิ่งจะเริ่มปะติดปะต่อกำลังเดินสวนทางกับปัจจุบันมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาในวินาทีนี้เอง "คุณมาสายไปห้านาทีนะ คณิน" เสียงนั้น... เสียงที่เขาถวิลหามาตลอดห้าปี ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่วางลงบนหัวไหล่ของเขา ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านบรรทัดแห่งชีวิตไปกับบทกวีใต้ร่มเงานะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%