สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 27

จุดบรรจบของสองเส้นทาง

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“ถ้าความจริงคือบทกวีที่ถูกเผาทำลายไปแล้ว... คุณจะยังพยายามขุดคุ้ยหาเถ้าถ่านของมันอยู่อีกทำไม คณิน?” มัทนานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ในห้องใต้หลังคาที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงแห่งกาลเวลา เธอหมุนปากกาสีเงินในมือเล่น แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหววูบวาบ ล้อไปกับเงาที่ทอดยาวบิดเบี้ยวบนผนัง ตรงหน้าเธอนั้น คณินไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เขาเพียงแต่นั่งนิ่ง มือที่สั่นเทาของเขาถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งไว้แน่น—เล่มที่ควรจะสาบสูญไปพร้อมกับ ‘รินดา’ คนรักที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน “มันไม่ใช่เถ้าถ่านหรอกมัทนา” คณินเอ่ยเสียงต่ำ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่รอยคราบหมึกบนกระดาษที่ยังคงอ่านได้เลือนราง “แต่มันคือคำสารภาพที่ถูกฝังกลบ” “คำสารภาพ?” มัทนาหัวเราะแผ่วเบา เสียงของเธอแหบพร่าราวกับเสียงใบไม้แห้งที่ถูกลมพัด “คุณมองว่าความรักของคนเราเป็นแค่ตัวอักษรหรือไง? คุณเอาแต่ตามหาความหมายในกลอน แต่ลืมไปว่าในชีวิตจริง... ความตายไม่เคยมีฉันทลักษณ์ที่งดงามหรอกนะ” คณินลุกขึ้นยืนกะทันหัน แรงสั่นสะเทือนทำให้โต๊ะไม้ไม้โอ๊กส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด เขาก้าวเข้าหาเธอจนระยะห่างลดเหลือเพียงหนึ่งคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นเดียวกับที่เขาเคยคุ้นเคยในวันที่รินดายังอยู่ ลอยแตะจมูกเขาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่กลิ่นของรินดา... มันคือกลิ่นของกาลเวลาที่เน่าเปื่อย “คุณรู้... คุณรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นที่ห้องสมุดเก่า” คณินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “รินดาไม่ได้หนีไปตามลำพัง และเธอก็ไม่ได้เขียนบทกวีส่งท้ายเพื่อลาตาย แต่เธอถูกบังคับให้เขียน... ให้เขียนคำสาปแช่งลงบนสมุดเล่มนี้!” มัทนาหยุดหมุนปากกาในมือ นัยน์ตาของเธอวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เธอโน้มตัวไปข้างหน้าจนใบหน้าเกือบชิดกับคณิน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นรัว “คุณฉลาดขึ้นเยอะนะ คณิน” เธอเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มนวลอย่างน่าขนลุก “แต่ความรู้คือดาบสองคม ยิ่งคุณเข้าใกล้จุดบรรจบของสองเส้นทางมากเท่าไหร่... คุณจะยิ่งพบว่าเส้นทางที่รินดาเลือกเดิน ไม่ได้จบลงที่ความเศร้า แต่มันจบลงที่การทรยศที่คุณเองก็เป็นคนเริ่ม” คณินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำที่เขาพยายามลบเลือนเริ่มย้อนกลับมาดั่งคลื่นกระทบฝั่ง ภาพในคืนที่เขาละทิ้งหน้าที่กวีเพื่อไปคว้าชื่อเสียง ภาพวันที่เขาไม่ยอมฟังคำเตือนของเธอ... หรือว่าทั้งหมดนี้คือกรรมที่เขาสร้างขึ้นเอง? “ผมไม่ได้ทรยศเธอ” คณินกัดฟันกรอด “ผมแค่ปกป้องสิ่งที่ผมรัก” “คุณปกป้องตัวเอง” มัทนาลุกขึ้นยืน เผยให้เห็นความสูงที่ดูผิดแปลกไปในแสงเงา เธอยื่นมือมาสัมผัสหน้าอกของเขา “คุณปกป้องความเชื่อที่ว่า ‘บทกวีต้องสูงส่งกว่าชีวิตคน’ รินดาตายเพราะเธอมองเห็นว่าในใจของคุณ... ไม่มีที่ว่างให้มนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจริงๆ เลยแม้แต่น้อย” คณินผลักมือของเธอออก แต่จังหวะนั้นเอง ปลายปากกาสีเงินในมือของมัทนาก็สะท้อนแสงไฟ วับวาวเสียจนเขารู้สึกแสบตา มันไม่ใช่ปากกาธรรมดา แต่เป็นตราประทับที่เขาเคยเห็นในจดหมายฉบับสุดท้ายที่รินดาทิ้งไว้ให้เขา... จดหมายที่เขาไม่เคยอ่านมันจนจบ “ถ้าอยากรู้ความจริง ว่าทำไมเธอถึงหายไป” มัทนากระซิบข้างหูเขา ลมหายใจของเธอเย็นเยียบ “ก็ลองอ่านหน้าสุดท้ายของสมุดเล่มนั้นสิ คณิน... อ่านด้วยตาของคุณเอง ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลงมือสลักชื่อเธอไว้บนรอยกาล” คณินหยิบสมุดขึ้นมาอีกครั้ง มือที่สั่นเทาพลิกเปิดไปถึงหน้าสุดท้าย หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นลายมือที่เขาจำได้แม่นยำ ลายมือของรินดาที่เขียนด้วยสีแดงเข้มจนซึมทะลุกระดาษ ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะกวาดสายตาอ่านบรรทัดแรก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ประตูไม้ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเงาร่างของชายวัยกลางคนที่คณินคุ้นเคยดีก้าวเข้ามา... ชายคนที่เขามั่นใจว่าตายไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน “วางสมุดเล่มนั้นลงเสีย คณิน” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชาจนบาดลึกถึงกระดูก “เพราะคนที่จะต้องจบเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้... ไม่ใช่เธอ แต่น่าจะเป็นแก” คณินหันกลับไปมอง พร้อมกับความจริงที่พุ่งเข้าปะทะดั่งค้อนหนักๆ เมื่อเงาที่สะท้อนในกระจกเงาด้านหลังของชายคนนั้น ไม่ใช่เงาของผู้ชายที่เขารู้จัก แต่เป็นเงาของตัวเขาเองที่กำลังถือมีดสั้นจ่อที่คอหอยของมัทนาอยู่... ทั้งที่มือของเขายังคงถือเพียงสมุดบันทึกเล่มเดียว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรมาจนถึงบรรทัดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%