สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 16

ลมหายใจของบทกวี

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
"หยดหมึกที่ยังไม่แห้งสนิทบนหน้ากระดาษแผ่นนี้ คือคำตัดสินหรือคำสาปแช่งกันแน่ คุณมัทนา?" คณินถามพลางวางปากกาคอแร้งลงบนโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่า เสียงของเขาสั่นพร่าเพียงเล็กน้อย แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงข้าม เธอไม่ได้ขยับกาย แววตาของมัทนาในยามนี้ดูว่างเปล่าราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง ทว่ากลับแฝงไปด้วยประกายของความท้าทายที่ทำให้หัวใจของกวีหนุ่มเต้นผิดจังหวะ "ความต่างระหว่างคำตัดสินกับคำสาปแช่ง อยู่ที่ว่ากวีผู้นั้นกล้าพอจะ 'สละ' สิ่งที่รักที่สุดเพื่อแลกกับความจริงหรือไม่ต่างหากครับคุณคณิน" มัทนาเอ่ยเรียบๆ ร่างระหงขยับเข้าใกล้กองเอกสารที่เต็มไปด้วยบทกวีซึ่งถูกฉีกขาดและประกอบใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ถ้าคุณยังยึดติดอยู่กับความงดงามของถ้อยคำที่ไร้วิญญาณ บทร้อยกรองนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับศพที่รอวันเน่าเปื่อย" คณินแค่นยิ้มขมขื่น เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอีกครั้ง บทกวีที่เขาเขียนขึ้นจากเศษเสี้ยวความทรงจำถึงคนรักที่หายไป มันคืองานชิ้นเอกที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตบรรจงรังสรรค์ แต่บัดนี้... ในสายตาของหญิงสาวเบื้องหน้า มันกลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า "คุณต้องการให้ผมเขียนบทกวีที่แลกด้วยลมหายใจงั้นหรือ?" คณินถามพลางก้าวเข้าหาเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกจากกายของมัทนา "คุณไม่ได้ต้องการให้ผมสร้างสรรค์งานศิลปะ แต่คุณต้องการให้ผมเผาผลาญจิตวิญญาณตัวเองจนไม่เหลือซาก เพื่อให้คุณได้ยลโฉมความว่างเปล่าที่ผมทิ้งไว้เบื้องหลัง" มัทนาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอกังวานก้องในห้องสมุดที่เงียบงัน มันไม่ใช่เสียงแห่งความรื่นเริง แต่มันคือเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง "ความจริงมันโหดร้ายเสมอครับคณิน การรังสรรค์กวีที่แท้จริงไม่ใช่การเรียงร้อยอักษรให้สวยหรู แต่มันคือการยอมรับว่า 'รอยกาล' ที่คุณสลักไว้นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อจดจำ แต่มีไว้เพื่อลบเลือน... คุณกล้าพอไหมที่จะลงมือเขียนบรรทัดสุดท้าย โดยรู้ว่าหลังจากนั้น คุณจะไม่มีวันจำได้อีกเลยว่าใครคือคนที่คุณรัก" คณินชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปครู่หนึ่ง ภาพใบหน้าของคนรักที่เขาพยายามไขว่คว้ามาตลอดหลายปีเลือนรางลงราวกับหยดหมึกที่ถูกน้ำชะล้าง เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า มัทนาไม่ได้มาเพื่อเป็นครูหรือศัตรู แต่เธอคือ 'เงา' ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพิพากษาความทรงจำของเขา เขาหันกลับไปที่โต๊ะ มือที่สั่นเทาคว้าปากกาขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้พยายามหาคำที่สละสลวย แต่เขากำลังถ่ายทอดความว่างเปล่า ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย และความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจลงไปบนหน้ากระดาษ ทุกตัวอักษรที่ปรากฏคือการตัดขาดจากอดีต ทุกหยดหมึกคือหยาดเลือดที่ซึมลึกสู่รอยกาล ภายในห้องกลับกลายเป็นความเงียบงันถึงขีดสุด เสียงนกเค้าแมวร้องก้องจากป่าหลังอาคารราวกับสัญญาณเตือน คณินเขียนคำสุดท้ายด้วยความแน่วแน่ เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ไหลออกจากหัวใจเหมือนน้ำที่ทะลักออกจากเขื่อนที่พังทลาย "เสร็จแล้ว" เขาเอ่ยเสียงแผ่ว มัทนาเดินเข้ามาใกล้ เธอเอื้อมมือมาแตะกระดาษแผ่นนั้น ทันใดนั้น กระดาษแผ่นนั้นก็เริ่มเรืองแสงสีนวลตา แสงสว่างนั้นค่อยๆ กลืนกินร่างของคณินจนเขาเริ่มเลือนหายไปในมวลอากาศ แต่ก่อนที่ความทรงจำสุดท้ายจะสูญสิ้น เขากลับเห็นสิ่งที่คาดไม่ถึง... มัทนาไม่ได้ยิ้มเยาะเย้ย แต่เธอกลับร้องไห้ น้ำตาหยดหนึ่งของเธอกระทบลงบนรอยหมึกของเขา และในวินาทีที่หยดน้ำตานั้นสัมผัสกับกระดาษ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดก็ดังขึ้นข้างหูของเขา... เสียงของคนรักที่เขาตามหามาตลอดกาล "คณิน... ในที่สุดเธอก็ยอมสลักชื่อฉันไว้บนความว่างเปล่าเสียที" ร่างของมัทนาค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปจนกลายเป็นเงาที่คุ้นเคยในยามที่เขาสูญเสียเธอไปเมื่อหลายปีก่อน คณินเบิกตากว้างเมื่อพบว่าหญิงสาวเบื้องหน้าไม่ได้มีตัวตนมาตั้งแต่ต้น เธอคือเศษเสี้ยวความทรงจำที่เขาสร้างขึ้นเพื่อหลอกตัวเองมาตลอด และบัดนี้... เมื่อเขาเขียนบทกวีแห่งการปล่อยวางจบลง ตัวตนของเขากำลังจะสูญหายไปพร้อมกับเธอในฐานะกวีที่ไม่มีใครจดจำ ประตูห้องสมุดไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของชายคนหนึ่งที่เขารู้จักดีในฐานะผู้คุมกฎแห่งกาลเวลาเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังคณิน แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า... "บทกวีที่เขียนด้วยความลืมเลือน... บัดนี้ถึงเวลาชดใช้หนี้ที่ยืมมาจากกาลเวลาแล้วครับ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดแห่งชีวิตไปกับบทกวีใต้ร่มเงานะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%