"อย่าพยายามซ่อมแซมสิ่งที่แตกสลายด้วยหยดน้ำตาเลยครับคณิน เพราะรอยร้าวบนแผ่นศิลาจารึกนี้ ไม่ได้ต้องการการเยียวยา แต่มันกำลังตะโกนบอกความจริงบางอย่างที่เราต่างเพิกเฉยมาตลอด"
มัทนาวางปลายนิ้วลงบนรอยแตกสีหม่นที่พาดผ่านตัวอักษรโบราณบนแท่นศิลา เสียงของเธอเย็นเยียบ ทว่าแฝงด้วยกระแสความกดดันที่ทำให้คณินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก
คณินขยับกายถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาของเขาสั่นไหว เขาไม่ได้มองศิลาตรงหน้าด้วยสายตาของนักโบราณคดี แต่มองมันด้วยความรู้สึกของคนที่มีบาดแผลในใจ แผลที่คนรักของเขาจากไปทิ้งไว้เพียงกลอนบทสุดท้ายที่ไร้ที่มา "ความจริงที่ว่า... เราเดินมาถึงทางตันแล้วงั้นหรือครับ? คุณถึงได้พาผมมายังสถานที่ที่แม้แต่นกยังไม่กล้าบินผ่าน"
ที่นี่คือ 'ภูเขาแห่งความเงียบงัน' สถานที่ซึ่งเสียงสะท้อนถูกกักขัง และความเงียบไม่ใช่เพียงการไร้ซึ่งเสียง แต่คือภาวะบีบคั้นที่กัดกินโสตประสาท คณินรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดจากหุบเหวเบื้องล่าง มันเหมือนหลุมดำที่พร้อมจะสูบกลืนทุกสรรพสิ่งรวมถึงความทรงจำที่เขารักษาไว้ดั่งชีวิต
"ทางตันมีไว้สำหรับคนที่ไม่กล้าก้าวผ่านความกลัวครับคณิน" มัทนาหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดผ่านม่านหมอก "คุณอยากพบเธอไม่ใช่หรือ? หรือแท้จริงแล้ว คุณแค่ต้องการอยู่ในสถานะของผู้โหยหา เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่า... เธอไม่ได้หายไปไหน แต่คุณต่างหากที่เป็นคนลบเธอออกไปจากโลกใบนี้ด้วยความอ่อนแอของตัวเอง"
คำพูดนั้นเหมือนเข็มพันเล่มที่พุ่งเข้าใส่กลางอก คณินกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความเจ็บปวดที่เขาพยายามปิดซ่อนไว้ถูกกระชากออกมาประจันหน้ากันอย่างโหดร้าย เขาเดินเข้าไปประชิดตัวเธอ จนได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและหยาดฝนที่ติดอยู่บนเรือนผมของหญิงสาว
"อย่ามาพูดเหมือนคุณรู้จักผมดีนักเลยมัทนา" คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน "คุณมันก็แค่เงาที่ฉวยโอกาสจากความสูญเสียของคนอื่น... บอกมา เบาะแสถัดไปอยู่ที่ไหน? หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียงเกมที่คุณตั้งขึ้นเพื่อหัวเราะเยาะความเจ็บปวดของผม"
มัทนาไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธ เธอเพียงแค่อ่อนมุมปากเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหยิบปากกาขนนกสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วบรรจงเขียนอักขระบางอย่างลงบนรอยร้าวของศิลาจารึกนั้นทันที ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็บังเกิดขึ้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นไหวราวกับแผ่นดินกำลังกรีดร้อง ความเงียบงันที่เคยปกคลุมถูกทำลายลงด้วยเสียงครืนครางดังกึกก้องที่มาจากใจกลางของภูเขา
คณินเซถลาไปข้างหลัง เขาเห็นแสงสีทองจางๆ พุ่งออกมาจากรอยร้าวของศิลา มันไม่ได้เป็นเพียงหินจารึกธรรมดา แต่มันคือประตู... ประตูที่กำลังเปิดออกสู่ความลับที่ถูกฝังไว้ใต้กาลเวลา
"เตรียมตัวให้พร้อมคณิน" มัทนากระซิบ น้ำเสียงของเธอกลับมานุ่มนวลอย่างประหลาด ทว่าในความนุ่มนวลนั้นกลับมีความเด็ดขาดที่ยากจะปฏิเสธ "เมื่อก้าวข้ามผ่านประตูนี้ไป คุณจะไม่ได้พบกับสิ่งที่คาดหวัง แต่คุณจะได้พบกับสิ่งที่ 'จำเป็น' ต้องรู้ เพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่คุณรัก"
แสงจากศิลาจารึกเจิดจ้าขึ้นจนกลืนกินร่างของมัทนาหายเข้าไปในม่านแสงนั้น คณินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ใจหนึ่งเขาสะพรึงกลัวต่อสิ่งที่รออยู่ อีกใจหนึ่งกลับโหยหาจนแทบจะขาดใจ ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวตามเข้าไป แรงดึงดูดมหาศาลก็ฉุดกระชากตัวเขาจนล้มลงบนพื้นหินเย็นเยียบ
ทว่าท่ามกลางความสับสน เขากลับได้ยินเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยที่สุด... เสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานนับปี เสียงที่กระซิบอยู่ข้างหูเขาอย่างชัดเจน ท่ามกลางความเงียบที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง
"คณิน... กลับไปเสีย ก่อนที่บันทึกบทสุดท้ายจะถูกเขียนขึ้นด้วยเลือดของคุณเอง"
เงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่เบื้องหลัง แสงสีทองจากศิลาเริ่มหม่นแสงลงจนเกือบมืดมิด คณินหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างปริศนาที่ยืนอยู่ตรงขอบเหว ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ บุคคลผู้นั้นไม่ได้สวมชุดคลุมโบราณเหมือนมัทนา แต่เขากำลังสวมแหวนรุ่นที่สลักชื่อเดียวกับที่เขาสวมใส่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย... แหวนของคนรักที่หายสาบสูญไป!
"คุณ... คุณเป็นใคร?" คณินถามด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่เคยเปล่งออกมา
ร่างนั้นก้าวเข้ามาในเงามืด พร้อมกับหยิบหนังสือปกหนังเล่มเก่าขึ้นมาเปิด และในหน้าสุดท้ายนั้น... ชื่อของผู้ที่กำลังจะกลายเป็นเครื่องสังเวยคนต่อไป กลับปรากฏเด่นหราด้วยลายมือที่คณินรู้จักดีที่สุด... ลายมือของตัวเขาเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดแห่งชีวิตไปกับบทกวีใต้ร่มเงานะครับ
สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 17
รอยร้าวบนแผ่นศิลาจารึก
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!