"เลิกพยายามตามหาความหมายในหยดหมึกที่แห้งเหือดไปแล้วเสียที คณิน... เพราะสิ่งที่นายกำลังเขียนอยู่ ไม่ใช่บทกวี แต่มันคือน้ำตาที่ขังตัวอยู่ในสุสานของความทรงจำ"
น้ำเสียงของมัทนาเยือกเย็นและแหลมคมดุจใบมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตและสมุดบันทึกนับร้อยเล่ม คณินชะงักมือที่กำลังจรดปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษ ปลายปากกาสั่นระริกทิ้งรอยหมึกหยดใหญ่สีดำสนิทไว้กลางหน้ากระดาษราวกับรอยแผลที่กำลังหลั่งเลือด
เขาวางปากกาสแตนเลสราคาแพงลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระทบกันของโลหะและเนื้อไม้ดังก้องกังวานราวกับเสียงฆ้องบอกลาวาระสุดท้ายของตัวตนที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต
"เธอคิดว่าความเจ็บปวดคือสิ่งที่ควรถูกลืมทิ้งไปเหมือนขยะข้างทางงั้นหรือ มัทนา?" คณินไม่หันไปมอง เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด เห็นเพียงเงาสะท้อนของตนเองในกระจกที่ดูเหนื่อยล้าและแก่ชรากว่าอายุจริงหลายปี "สำหรับฉัน... บทกวีเหล่านี้คือลมหายใจเดียวที่เหลืออยู่ของเธอ"
มัทนาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิแห้งโชยมาแตะจมูก เธอไม่ได้เข้ามาเพื่อปลอบประโลม แต่เข้ามาเพื่อพิพากษา หญิงสาวหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมา แล้วฉีกหน้ากระดาษที่เขาเพิ่งเขียนเมื่อครู่ทิ้งอย่างไม่ไยดี เศษกระดาษปลิวว่อนไปตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง
"ความรักไม่ใช่สมการที่นายต้องแก้ด้วยสัมผัสอักษรให้ลงตัว คณิน" เธอเอื้อมมือไปจับไหล่เขา บีบเบาๆ แต่หนักแน่น "นายหลงรักเงาของคนที่ตายไปแล้ว และใช้บทกวีสร้างคุกกักขังตัวเองไว้ นายไม่ได้รักเธอ นายแค่รักความเศร้าที่เธอทิ้งไว้ให้ต่างหาก"
คณินนิ่งอึ้ง หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะราวกับเครื่องดนตรีที่สายขาดผึง สิ่งที่มัทนาพูดแทงทะลุทะลวงเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ เขาพยายามไขว่คว้าหาถ้อยคำที่สละสลวยมาโต้ตอบเพื่อปกป้องตัวเองเหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่ทว่าในวินาทีนี้... พจนานุกรมในหัวเขากลับว่างเปล่า
ความสมบูรณ์แบบที่เขาเพียรพยายามสร้างมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เขามองเห็นสัจธรรมที่โหดร้ายที่สุด: ปากกาไม่ได้มีไว้เพื่อจารึกความอมตะ แต่มันมีไว้เพื่อยอมรับความเสื่อมสลาย
"ถ้าฉันหยุดเขียน... ฉันจะยังเหลืออะไรให้ภาคภูมิใจอีกล่ะ?" เสียงของเขาแหบพร่า น้ำตาที่กักเก็บมานานปีรื้นขึ้นมาคลอเบ้า
"นายจะเหลือความเป็นมนุษย์ที่กล้ายอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ" มัทนาตอบเบาๆ ก่อนจะวางปากกาหมึกซึมเล่มเดิมลงบนมือของเขา "ลองดูสิ... เขียนคำสุดท้ายลงไป ไม่ใช่เพื่อเธอ แต่เพื่อตัวนายเอง"
คณินหลับตาลง ชั่วขณะนั้นภาพของหญิงสาวผู้เป็นที่รักไม่ได้ปรากฏเป็นตัวอักษรหรือสัมผัสคำกลอนที่สละสลวยอีกต่อไป แต่มันกลับเป็นเพียงความทรงจำที่เลือนรางและงดงามในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่ต้องครอบครอง เขาตัดสินใจคว้าปากกาขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้จรดมันลงบนสมุดบทกวีที่รักยิ่ง
เขากลับเดินไปที่บานหน้าต่าง เปิดมันออกจนสุด แล้วโยนสมุดบันทึกเล่มหนาที่รวมบทกวีทั้งชีวิตออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กระดาษนับร้อยหน้าปลิวว่อนไปตามลมราวกับนกปีกหักที่กำลังโบยบินเป็นครั้งสุดท้าย
เสียงกรีดร้องของกระดาษที่เสียดสีกับสายลมดังชัดเจนในความรู้สึกของเขา คณินสูดหายใจลึก ปลดปล่อยความยึดติดที่เคยพันธนาการดวงวิญญาณไว้ให้หลุดลอยไปพร้อมกับหยดหมึกเหล่านั้น
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับมัทนาเพื่อขอบคุณ... ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้งราวกับมีใครมาตัดกระแสเวลา
มัทนาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว เหลือเพียงเก้าอี้ว่างเปล่าที่เธอเคยนั่ง และบนโต๊ะทำงาน... แทนที่สมุดบันทึกเล่มหนาที่เขาโยนทิ้งไป กลับมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ ลายมือบนซองจดหมายนั้นทำให้หัวใจของคณินแทบหยุดเต้น
มันเป็นลายมือของเขาเอง... ลายมือเมื่อสิบปีก่อน ในวันที่คนรักของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ โดยที่เขาไม่เคยจำได้เลยว่าเขาเคยเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา
คณินหยิบจดหมายขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ผนึกจดหมายถูกประทับตราด้วยหยดน้ำตาที่แห้งกรังไปนานปี ทันทีที่เขาเปิดซองออก กลิ่นอายความทรงจำที่เขาพยายามลบเลือนก็ย้อนกลับมาห้อมล้อมจนหายใจไม่ออก
ข้อความข้างในเขียนไว้เพียงบรรทัดเดียวด้วยหมึกสีแดงสดที่ยังคงความสดใหม่ราวกับเพิ่งเขียนเสร็จในวินาทีนี้: "คณิน... ขอบคุณที่ตามหาฉันมาตลอด แต่คนที่เธอเห็นในกระจกทุกเช้า... ไม่ใช่เธอ ไม่ใช่ฉัน... แต่คือคนที่ฆ่าเราทั้งสองคนตั้งแต่วันที่บทกวีแรกถูกเขียนขึ้น"
เงาสะท้อนในกระจกบานเดิมข้างหลังเขาเริ่มขยับเองได้โดยที่คณินยังไม่ได้หันไปมอง และใบหน้าของเงาสะท้อนนั้น... ไม่ใช่ใบหน้าของเขา แต่เป็นใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักที่สุดที่กำลังฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดหมึกแห่งความทรงจำกับผมมาจนถึงบทนี้ครับ โดยบทกวีใต้ร่มเงา
สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 31
บทเพลงส่งท้ายแด่ความรัก
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!