“ถ้าคุณจะเก็บมันไว้เพื่อทรมานตัวเอง ก็สู้เอาไฟเผาให้เป็นจุณไปเสียดีกว่า คณิน”
เสียงของมัทนาไม่ได้ดัง แต่ในความเงียบงันของห้องสมุดเก่าที่อบอวลด้วยกลิ่นกระดาษและฝุ่นผง มวลอากาศรอบกายผมกลับสั่นสะท้านขึ้นมาฉับพลัน เธอไม่ได้มองหน้าผม แต่สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังสมุดปกหนังสีเข้มที่ผมกำแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
ผมไม่ตอบโต้ เพียงแค่รักษาระยะห่างของลมหายใจไว้ กลิ่นหอมจางๆ ของมะลิลาที่ติดตัวเธอมาดูจะเย้ยหยันความหม่นหมองในใจผมเหลือเกิน มือที่สั่นเทาของผมค่อยๆ เปิดหน้ากระดาษที่กรอบเกรียมด้วยกาลเวลา บันทึกเล่มนี้ไม่ใช่สมบัติของใครอื่น แต่มันคือเศษเสี้ยวชีวิตของ 'รินรดา' หญิงสาวที่ผมเคยคิดว่ารู้จักดีที่สุด แต่กลับเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้ว่า... ผมไม่เคยเข้าถึงก้นบึ้งของหัวใจเธอเลย
“คุณกำลังมองหาความจริง หรือแค่กำลังหาข้อแก้ตัวให้ความอ่อนแอของตัวเองกันแน่ครับ?” มัทนาเยื้องย่างเข้ามาใกล้ เธอไม่ได้เข้ามาปลอบประโลม แต่เหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
ผมเมินเฉยต่อคำยั่วยุ สายตาจดจ้องไปที่ลายมือเขียนหวัดๆ ในบันทึก
*‘วันที่ความเงียบกลายเป็นเสียงกรีดร้อง... วันที่ฉันเขียนบทกวีบทสุดท้ายให้เขา ไม่ใช่เพื่อบอกรัก แต่เพื่อลากับความรู้สึกที่เขาไม่เคยเอื้อมถึง คณิน... คุณรักฉัน หรือคุณแค่รักภาพวาดของฉันที่คุณเป็นคนแต่งแต้มสีสันขึ้นมาเอง?’*
ประโยคนั้นดั่งคมมีดที่กรีดลึกลงบนหัวใจผม ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากคำถาม แต่มันเกิดจากการที่ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมองเห็นเพียง 'บทกวี' ในตัวเธอ ผมชื่นชมท่วงทำนองของเธอ ผมหลงใหลสัมผัสอักษรของเธอ แต่ผมมองข้าม 'น้ำตา' ที่ซ่อนอยู่หลังบรรทัดเหล่านั้น
“เธอไม่ได้หายไปไหนหรอกคณิน” มัทนากล่าวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเธออ่อนลง ทว่ากลับเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม “เธอแค่ถูกขังไว้ในตัวอักษรที่สวยหรูที่คุณสร้างขึ้นมาอย่างไรล่ะ คุณกักขังวิญญาณของเธอไว้ในความหมายของคำที่คุณตีความเข้าข้างตัวเอง”
“คุณพูดอะไรของคุณ” ผมเงยหน้าขึ้น จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความขุ่นมัว “คุณเป็นใครกันแน่มัทนา? ทำไมถึงรู้เรื่องรินรดาดีนัก ทำไมถึงเหมือนกับว่า... คุณมองเห็นทุกอย่างที่ผมพยายามปกปิดไว้”
มัทนาหัวเราะแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นจากมือผมไปอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวของเธอไล้ไปตามรอยหยดน้ำที่แห้งกรังบนหน้ากระดาษ รอยด่างที่ผมเคยเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความชื้นของอากาศมาตลอดหลายปี
“นี่ไม่ใช่รอยน้ำหมึกที่หกหรอกนะ แต่มันคือหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาในวันที่เธอกำลังตัดสินใจจะทิ้งทุกอย่าง... รวมถึงคุณด้วย”
เธอพลิกหน้ากระดาษไปยังหน้าสุดท้าย ซึ่งว่างเปล่า... จนกระทั่งเธอนำปลายนิ้วแตะลงไป ปรากฏตัวอักษรสีจางๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นราวกับถูกเขียนด้วยน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท
*‘หากบทกวีนี้คือรอยแผล รอยแผลนี้ก็คงเป็นสิ่งเดียวที่เตือนใจว่าฉันเคยมีชีวิตอยู่เพื่อคุณ... ลาก่อน คณิน ผู้ชายที่รักเพียงแค่อักษรแต่ไม่เคยรักคน’*
หัวใจของผมกระตุกวูบ ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ขอบตาที่แห้งผากกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ความเจ็บปวดที่รินรดาแบกรับไว้ตลอดมา มันพรั่งพรูออกมาจากบันทึกเล่มนี้ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ ผมเข้าใจแล้ว... ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงจากไปโดยไร้ร่องรอย เธอไม่ได้หนีไปไหน แต่เธอแค่เดินออกจากบทละครที่ผมเขียนไว้ให้กับเธอ
“ถ้าอย่างนั้น... ฉันควรทำอย่างไร?” ผมถาม เสียงของผมสั่นเครือจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ
มัทนาขยับตัวเข้ามาใกล้ จนผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ เธอโน้มตัวลงมาข้างหู ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้เลือดในกายผมแข็งเป็นน้ำแข็ง
“ไปที่ห้องใต้ดินของบ้านหลังเก่าในวันที่ฝนตกหนักสิครับ... ที่นั่นมีคำตอบที่รินรดาจงใจทิ้งไว้ให้คุณ แต่น่าเสียดายนะคณิน เพราะนั่นไม่ใช่คำตอบที่คุณอยากได้ยิน และที่สำคัญที่สุด... คนที่รอคุณอยู่ที่นั่นไม่ใช่คนที่จะต้อนรับคุณด้วยรอยยิ้มอย่างที่คุณหวังไว้หรอก”
เธอก้าวถอยหลังออกไปช้าๆ เงาร่างของเธอดูพร่าเลือนในความมืดสลัวของห้องสมุด ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ผมต้องลุกขึ้นยืนทันที
“เพราะคนที่คุณกำลังตามหา ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อจะถูกพบ... แต่มีไว้เพื่อให้คุณชดใช้ในสิ่งที่คุณได้พรากไป”
เสียงฝีเท้าของเธอแว่วหายไปกับความเงียบ ทิ้งให้ผมยืนเผชิญหน้ากับบันทึกในมือเพียงลำพัง ทันใดนั้น ไฟในห้องสมุดก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงสนิท ผมได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวขึ้นมาจากบันไดห้องใต้ดิน... เสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เสียงที่ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของรินรดา ในจังหวะการเดินที่กระเผลกคล้ายกับคนบาดเจ็บสาหัส!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงกลั้นหายใจไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ.
ด้วยความเคารพในมิตรภาพแห่งตัวอักษร,
บทกวีใต้ร่มเงา
สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 11
หยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นบนบทกวี
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!