นิ้วเรียวยาวของคณินสั่นเทาเล็กน้อยยามจรดปลายปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษสาเนื้อหยาบ เสียงขูดขีดของหัวปากกาดังแผ่วเบาแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะอันผิดเพี้ยนในอก
"คุณกำลังเขียนจดหมายลาตาย หรือกำลังเขียนจดหมายรักให้คนตายกันแน่ครับ คณิน"
เสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างกลางดึกเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้องสมุดโบราณ มัทนาไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้ เธอยืนพิงชั้นหนังสือโบราณที่อัดแน่นไปด้วยตำรากวีนิพนธ์โบราณ แสงตะเกียงวับแวมขับให้เงาของเธอทอดยาวทับร่างของเขาจนมิด
คณินไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงจดจ่ออยู่กับตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายที่เพิ่งร้อยเรียงเสร็จสิ้น หมึกสีดำสนิทซึมซาบลงสู่เนื้อกระดาษ ราวกับรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดลึกลงบนผิวหนัง
"ผมไม่ได้เขียนถึงคนตาย มัทนา..." คณินเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและแห้งผาก "ผมกำลังเขียนถึงคนที่ยังไม่เคยเกิดต่างหาก หรือบางที... เธออาจจะเคยมีตัวตนอยู่ในอนาคตที่ผมยังไม่เคยเดินทางไปถึง"
มัทนาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงาดล เสียงรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดในความเงียบสงบ เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาคู่คมกริบราวกับสัตว์นักล่าในยามวิกาลจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของกวีหนุ่ม
"อนาคตอย่างนั้นหรือครับ?" มุมปากของหญิงสาวหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยปริศนาและความเย้ยหยันในโชคชะตา "คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณเห็นในความฝันทุกค่ำคืน คืออนาคต... ไม่ใช่เศษซากความทรงจำจากอดีตที่คุณจงใจลบเลือนมันไปเอง เพื่อหลบหนีความจริงอันน่าสมเพช?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่านกลางใจ คณินชะงักค้าง ปลายปากกาหยุดนิ่งสนิท หมึกสีดำหยดหนึ่งหยดลงบนกระดาษ ลามเลียเป็นวงกว้างกลืนกินตัวอักษรที่เขากลั่นกรองมาทั้งคืนจนเลอะเลือน
ภาพในความฝันซ้อนทับเข้ามาในหัวสมองอย่างรุนแรง กลิ่นอายของฝนแรกในฤดูร้อน เสียงกระซิบแผ่วเบาริมหน้าต่าง และรอยยิ้มของหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาจำใบหน้าไม่ได้ชัดเจน แต่กลับคุ้นเคยยิ่งกว่าลมหายใจของตนเอง ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าเส้นแบ่งระหว่าง "ความฝัน" กับ "ความจริง" อยู่ตรงไหน โลกใบนี้ หรือโลกในหน้ากระดาษกวี
"คุณเป็นใครกันแน่ มัทนา..." คณินถามเสียงสั่นเครือ เขาวางปากกาลงแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอบังคับให้ตัวเองไม่หลบหนีแววตานั้น "ทำไมทุกครั้งที่คุณเอื้อMนบทกวี เวลาในห้องนี้ถึงมักจะเดินช้าลง... หรือบางที มันไม่ได้เดินช้าลง แต่มันกำลังหมุนย้อนกลับ?"
มัทนาไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอเอื้อมมือเรียวบางออกไปสัมผัสแผ่นกระดาษที่เปื้อนหมึกนั้น นิ้วมือของเธอผ่านเลยกระดาษไปราวกับอากาศ แต่วินาทีถัดมา หมึกที่เคยเลอะเลือนกลับค่อยๆ เคลื่อนตัวกลับมารวมกันเป็นตัวอักษรที่สมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์
หัวใจของคณินกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา และนี่ไม่ใช่ความฝันปกติธรรมดา
"กวีไม่ได้มีหน้าที่แค่ร้อยเรียงคำสวยงามเพื่อกล่อมเกลาโลกใบนี้หรอกนะครับ คณิน" มัทนากระซิบชิดริมฝีปากของเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบ "กวีที่แท้จริง คือผู้สร้างและทำลายมิติเวลาผ่านปลายปากกา... และบทกวีที่คุณเพิ่งเขียนจบเมื่อครู่"
เธอยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่บรรทัดสุดท้ายของบทกวีบทใหม่
"มันได้เปิดประตูบานที่คุณไม่มีวันปิดมันลงได้อีกแล้ว"
คณินก้มมองตามปลายนิ้วของเธอ ตัวอักษรที่เขาเพิ่งเขียนขึ้นด้วยความรู้สึกเลื่อนลอย บัดนี้ไม่ได้บันทึกเหตุการณ์ของเมื่อวาน หรือความฝันเมื่อคืน แต่มันกลับบันทึก "เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสามนาทีข้างหน้า" อย่างแม่นยำทุกตัวอักษร
*[บรรทัดสุดท้ายในกระดาษเขียนว่า: "เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างไร้วิญญาณที่ถือสมุดบันทึกเล่มเดียวกับฉัน"]*
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจริงๆ จากเบื้องนอกห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนาจากด้านใน เสียงนั้นดังขึ้นสามครั้งพอดิบพอดี ราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าด้วยความแม่นยำของนาฬิกามรณะ
คณินเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองประตูไม้บานเก่าที่สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงเคาะ ขณะที่มัทนากลับหายวับไปกับสายลม ราวกับเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ร่วงโรย และเสียงกระซิบแผ่วเบาลอยล่องมาจากความว่างเปล่า
"เปิดประตูสิครับ คณิน... ไปดูซิว่าคนที่ยืนรอคุณอยู่อีกฝั่ง คือตัวคุณในอดีต หรือศพของคุณในอนาคตกันแน่"
ด้วยความเคารพในมิตรภาพแห่งตัวอักษร,
บทกวีใต้ร่มเงา
สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล•ตอนที่ 12
ค่ำคืนแห่งการเดินทางข้ามมิติเวลา
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักคำกลอนไว้บนรอยกาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!