"คุณคือใครคะ?"
เสียงของรินแหบพร่า ทว่ากังวานในความเงียบงันของห้องครัว กลิ่นหอมฟุ้งของกะทิสดที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผาดูจะจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านสันหลัง เธอจ้องมองรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวบนข้อมือซ้ายของชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา มันเป็นรอยเดียวกับที่ปรากฏในภาพถ่ายขาวดำเก่าคร่ำที่เธอเพิ่งขุดพบในกล่องเหล็กใต้ถุนเรือนเมื่อวานนี้
ชายแปลกหน้าคนนั้นไม่ได้ตอบทันที เขาค่อยๆ ลดมือลง แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งน้ำนิ่งกลับไหวระริกราวกับมีพายุพัดผ่าน เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่กลับกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยเครื่องปรุงรสและตำราอาหารลายมือของคุณยาย
"กลิ่นเครื่องแกงเจ้านี้... ยังคงเข้มข้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตามาที่ริน "ผมเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในหม้อใบนั้นหรอกครับริน... มัสมั่นไก่สูตรที่ยายของเธอไม่เคยเขียนลงในกระดาษแผ่นไหน"
รินกำทัพพีในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "คุณรู้ได้ยังไงว่ายายไม่เคยเขียนสูตรนี้ไว้? แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงมีรอยแผลเป็นแบบเดียวกับคนที่อยู่ในรูปถ่ายเก่าของยาย?"
ลุงป้องที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องมาตลอดกาลเดินเข้ามาใกล้ เขาวางมือลงบนไหล่ของรินเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้อารมณ์ที่พุ่งพล่านของเธอสงบลงชั่วขณะ ลุงป้องถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปสบตากับชายแปลกหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
"ในที่สุดเจ้าก็กลับมา... หลังจากผ่านไปสามสิบปี" ลุงป้องพูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะหันมาบอกริน "ริน... วันนี้เป็นงานสำคัญ แขกเหรื่อรอชิมฝีมือเราอยู่ ปรุงต่อเถอะลูก ส่วนเรื่องชายผู้นี้... เดี๋ยวเราค่อยคุยกันหลังจบงาน"
รินรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนเคว้ง เธอตัดสินใจวางคำถามเหล่านั้นลงในมุมมืดของใจชั่วคราว เธอหันกลับมาหาหม้อแกงมัสมั่นตรงหน้า กลิ่นของลูกกระวาน อบเชย และกานพลูที่ถูกคั่วจนหอมฉุยลอยอบอวลไปทั่วห้อง รินหลับตาลง นึกถึงภาพคุณยายที่เคยยืนหยัดอยู่ตรงนี้ มือที่เหี่ยวย่นแต่ทรงพลังนั่นคอยสอนเธอว่า 'อาหารที่อร่อยที่สุด ไม่ใช่เครื่องปรุงที่แพงที่สุด แต่คือความทรงจำที่ใส่ลงไปทุกขั้นตอน'
วันนี้คือวันงานรำลึกถึงผู้ล่วงลับที่รินตั้งใจจัดขึ้นที่สวนแห่งนี้ เธอเลือกที่จะปรุง 'มัสมั่นไก่ยอดผัก' ซึ่งเป็นเมนูที่ยายเคยทำให้เธอทานครั้งสุดท้ายก่อนจากไป มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือจดหมายลาที่เธอไม่เคยได้อ่าน รินหยิบเครื่องแกงที่โขลกเองกับมือลงผัดกับกะทิเคี่ยวจนแตกมัน กลิ่นหอมนวลชวนให้ใจสั่น เธอตักกะทิลงไปทีละน้อย บรรจงเคี่ยวเนื้อไก่ให้เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนงานด้านนอกเริ่มคึกคัก ผู้คนจากละแวกใกล้เคียงต่างทยอยเข้ามาร่วมงาน กลิ่นหอมจากครัวของรินเตะจมูกแขกทุกคนที่ผ่านไปมา เมื่อถึงเวลาเสิร์ฟ รินตักมัสมั่นลงในชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา เธอก้าวออกไปที่โต๊ะใหญ่กลางสวน ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย
ชายแปลกหน้าคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวในสุด เขามองรินด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา รินวางชามมัสมั่นลงตรงหน้าเขาด้วยมือที่มั่นคงกว่าตอนแรก
"เชิญค่ะ... นี่คือรสชาติที่ฉันคิดว่ายายอยากให้คนสำคัญที่สุดของท่านได้ชิม"
ชายคนนั้นตักมัสมั่นขึ้นมาชิมเพียงคำเดียว เขานิ่งไปนาน หยดน้ำตาใสๆ ไหลรินลงมาอาบแก้มท่ามกลางความเงียบงันของแขกเหรื่อทุกคน เขาวางช้อนลงช้าๆ แล้วมองมารินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหา
"ริน... เธอเชื่อเรื่องการย้อนเวลากลับไปหาอดีตผ่านรสชาติไหม?" เขาถามพลางหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับไว้อย่างดีออกจากกระเป๋าเสื้อ "ยายของเธอไม่ได้จากไปเพราะความป่วยไข้อย่างที่ทุกคนเข้าใจหรอกนะ... แต่ท่านจากไปเพราะต้องเก็บรักษาความลับหนึ่งไว้กับตัว... ความลับที่อยู่ในภาพถ่ายใบนั้น"
เขายื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ริน มันเป็นแผนที่โบราณของสวนแห่งนี้ ที่มีจุดกากบาทสีแดงทับอยู่บนตำแหน่งต้นไม้ใหญ่หลังเรือน ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ยายมักจะห้ามรินเข้าไปใกล้เสมอมา
"และในวินาทีนี้... คนที่ฆ่ายายของเธอกำลังก้าวเข้ามาในงานนี้แล้ว"
รินชะงักงัน หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอหันขวับไปทางประตูทางเข้าสวน และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ลมหายใจเธอแทบหยุดชะงัก เมื่อเห็นชายในชุดสูทสีดำสนิทที่เธอคุ้นตาเป็นอย่างดี... เขาคือคนเดียวกันกับที่เพิ่งอนุมัติโครงการไล่ที่สวนของเธอเมื่ออาทิตย์ก่อน และเขากำลังถือดอกไม้ช่อใหญ่เดินตรงมาทางนี้ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
ครัวคุณยายขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินมาจนถึงตอนที่ 25 นี้ด้วยนะคะ
สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 25
เมนูรำลึกยาย
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!