"ถ้าจะทำแกงรัญจวนให้ได้รสชาติที่คนกินน้ำตาซึม แกต้องหยุดเอาตำรามากางเดี๋ยวนี้ แล้วดมกลิ่นกะปิในครกนั่นให้ดี ริน"
เสียงของลุงป้องไม่ได้ดัง แต่กลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของริน หญิงสาวกำสากในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ใหญ่ที่สุดในครัวบ้านสวน เมื่อวัตถุดิบหลักที่เตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงสำคัญเกิดเน่าเสียเพราะความผิดพลาดของระบบขนส่ง และแขกคนสำคัญที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมง คือคนเดียวกับที่มีชื่อปรากฏอยู่ในโฉนดที่ดินผืนนี้... ชื่อของเจ้าของบ้านที่หายสาบสูญไปนานหลายสิบปี
"ลุงป้องคะ... กะปิชุดนี้มันเข้มข้นก็จริง แต่มันกลบกลิ่นเครื่องเทศที่หนูเตรียมไว้จนหมดเลย ถ้าขืนฝืนทำต่อไป อาหารจานนี้ต้องเสียของแน่ๆ" รินกัดริมฝีปาก พยายามข่มความตื่นตระหนกที่ตีรวนอยู่ในอก
ลุงป้องไม่ตอบ เขาเดินไปที่มุมสวนหลังบ้านที่รินมักจะเดินผ่านโดยไม่เคยเหลียวแล ชายชราก้มลงถอนต้นไม้ใบหญ้าหน้าตาแปลกๆ สองสามชนิด ก่อนจะวางลงบนเขียงไม้เก่าๆ กลิ่นหอมจางๆ คล้ายใบมะกรูดผสมกับกลิ่นดินหลังฝนตกโชยขึ้นมาแตะจมูก
"รู้ไหมว่าทำไมยายถึงปลูกเจ้า 'ตะไคร้ต้นหอม' กับ 'ใบย่านางแดง' ไว้ตรงนี้" ลุงป้องถามพลางขยี้ใบไม้ในมือให้กลิ่นหอมฟุ้ง "ยายบอกว่า สมุนไพรไม่ใช่แค่ตัวช่วยปรุงรส แต่คือ 'ตัวเชื่อม' ของความทรงจำ เมื่อเครื่องปรุงหลักถูกขัดจังหวะ เราต้องใช้ตัวเชื่อมที่อ่อนโยนที่สุดดึงรสชาติที่แท้จริงออกมา"
รินมองสมุนไพรในมือลุงป้องด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่เคยได้รับคำชมจากยาย เพราะเธอเอาแต่ยึดติดกับสูตรที่จดไว้ในสมุด มากกว่าจะใช้หัวใจสัมผัสถึงจิตวิญญาณของสิ่งที่อยู่ในมือ
"ลุงจะให้หนูเอาของพวกนี้ไปดับกลิ่นกะปิที่ฉุนเกินไปเหรอคะ?"
"ไม่ใช่ดับ... แต่คือการ 'โอบอุ้ม'" ลุงป้องตอบพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก "ลองหั่นใบย่านางแดงให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำคั้นจากตะไคร้ต้นหอมดู แล้วค่อยๆ หยอดลงในแกงรัญจวนทีละนิด เจ้าสิ่งนี้แหละที่จะเปลี่ยนความฉุนของกะปิให้กลายเป็นความนุ่มลึกเหมือนเสียงเพลงที่บรรเลงในสวนแห่งนี้"
รินลงมือทำตามอย่างตั้งใจ บรรยากาศในครัวเงียบงัน มีเพียงเสียงมีดกระทบเขียงเบาๆ และกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ไม่คุ้นเคยค่อยๆ กระจายไปทั่วห้องครัว กลิ่นที่เคยฉุนกึกบัดนี้กลับละมุนละไมอย่างน่าประหลาด ราวกับมีเวทมนตร์มาลบเหลี่ยมมุมที่หยาบกระด้างออกไปจนหมดสิ้น รินสัมผัสได้ถึงความรุ่มรวยของวัตถุดิบที่เธอเคยมองข้าม มันไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่มันคือการแก้ไขความผิดพลาดด้วยภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาผ่านดินและน้ำ
"กลิ่นนี้..." รินพึมพำ น้ำตาคลอเบ้า "เหมือนกับแกงที่หนูเคยแอบจดสูตรตอนเด็กๆ เลยค่ะลุง"
"เพราะนั่นคือกลิ่นที่เจ้าของบ้านคนนี้รักที่สุดอย่างไรล่ะ" ลุงป้องพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันไปทางหน้าต่างที่มองเห็นทางเข้าบ้านสวน
ในขณะที่รินกำลังบรรจงตักแกงรัญจวนลงในถ้วยดินเผา เสียงรถยนต์หรูคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้ว ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณจนได้ยินเสียงหัวใจของรินที่เต้นแรงผิดจังหวะ ร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบก้าวลงจากรถ เขาเดินตรงมาที่ระเบียงบ้านด้วยท่าทางที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าใจหาย
ชายคนนั้นหยุดยืนหน้าประตูครัว สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ริน แต่เขากลับจ้องมองถ้วยแกงบนโต๊ะด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินต้องหยุดชะงักลมหายใจ
"กลิ่นนี้... ไม่ใช่กลิ่นของคนทั่วไปหรอกนะ" ชายคนนั้นกล่าวพลางขยับก้าวเข้ามาใกล้ "มันคือกลิ่นของ 'ความรักที่ยังไม่ได้รับคำตอบ'... บอกฉันที ว่าใครเป็นคนสอนเธอทำแกงหม้อนี้"
รินวางทัพพีลงช้าๆ มือของเธอสั่นเทาขณะหันไปสบตากับผู้มาเยือนคนนั้น และในจังหวะนั้นเอง เธอก็สังเกตเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ข้อมือซ้ายของเขา... รอยแผลเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ในรูปถ่ายเก่าเก็บในกล่องสมบัติของยายที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อวานนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกลิ่นไอของความทรงจำและรสชาติแห่งรักไปกับครัวคุณยายนะคะ
สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 24
การประยุกต์ด้วยภูมิปัญญา
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!