"คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?" รินเอ่ยถาม เสียงของเธอสั่นพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว ขณะที่มือข้างหนึ่งกำมีดปอกผลไม้ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ชายในชุดสูทสีดำหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาปะทะกับกลิ่นดินและกลิ่นกะทิสดที่อบอวลอยู่ในครัวบ้านสวนจนน่าอึดอัด เขาคลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะวางช่อดอกลิลลี่สีขาวลงบนโต๊ะไม้เก่าที่เต็มไปด้วยคราบแป้ง "ผมแค่มาแสดงความยินดีครับคุณริน โครงการที่ผมอนุมัติให้ระงับไป... เพิ่งมีการยื่นคำร้องใหม่จากเบื้องบน และสวนของคุณถูกจัดอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์พิเศษ"
รินนิ่งงัน หัวใจเต้นรัวเหมือนกำลังถูกบีบคั้นด้วยมือที่มองไม่เห็น นี่คือสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมางั้นหรือ? ความโกรธแค้นที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความสับสนมึนงง ลุงป้องที่ยืนอยู่มุมครัวค่อยๆ วางไม้พายลง เสียงเหล็กกระทบขอบหม้อดังแผ่วเบา แต่ในจังหวะนี้มันกลับดังก้องในความเงียบ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญออกไปค่ะ" รินกล่าวเสียงเรียบ แม้ในใจจะพายุหมุน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนองตอบต่อรอยยิ้มอาบยาพิษนั้นอีก
หลังจากชายคนนั้นจากไป ทิ้งไว้เพียงช่อดอกไม้ที่ดูแปลกแยกท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวน รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกสูตรอาหารของยายขึ้นมาเปิด พลิกผ่านหน้ากระดาษที่เหลืองกรอบจนมาถึงหน้าสุดท้าย... หน้าที่ว่างเปล่ามาตลอดหลายปีที่เธอพยายามทำอาหารตามสูตรของยาย แต่ไม่เคยได้รับแม้แต่คำชม
"ยายคะ... หนูทำอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ?" เธอพึมพำกับความว่างเปล่า
ลุงป้องเดินเข้ามาใกล้ วางมือที่หยาบกร้านลงบนไหล่ของเธอ "ริน... รสชาติอาหารมันไม่ใช่แค่สูตรนะลูก แต่มันคือการ 'ยอมรับ' ในสิ่งที่ตัวเราเป็น ยายไม่ได้หายไปไหนหรอก ยายอยู่ในทุกจานที่หนูตั้งใจทำนั่นแหละ"
ลุงป้องหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นไป แล้วพลิกกลับไปที่หน้าแรก หน้าที่รินไม่เคยสังเกตมาก่อน มันไม่ใช่สูตรแกงหรือขนม แต่เป็นลายมือหวัดๆ ของยายที่เขียนทิ้งไว้ว่า *'รสชาติที่อร่อยที่สุด คือรสชาติของความภูมิใจที่ได้ส่งต่อให้คนที่เรารัก... รินหลานรัก ยายภูมิใจในตัวลูกเสมอ ไม่ว่าจะในวันที่ล้มหรือวันที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง'*
น้ำตาของรินร่วงเผาะลงบนกระดาษ ความเจ็บปวดจากการถูกคาดหวังที่เธอแบกไว้มาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เธอไม่เคยทำอาหารเพื่อใคร เธอแค่ทำเพื่อพิสูจน์ให้คนตายเห็นว่าเธอดีพอ แต่สิ่งที่เธอเพิ่งค้นพบคือ... ยายไม่เคยต้องการเชฟที่สมบูรณ์แบบ ยายต้องการแค่รินที่ใช้หัวใจปรุงรส
รินปาดน้ำตา เธอลุกขึ้นหยิบตะหลิวขึ้นมาใหม่ แววตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้เต็มไปด้วยความกดดันเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือประกายของความเข้าใจ เธอเริ่มปรุงแกงเผ็ดเป็ดย่างสูตรดั้งเดิมของยายอีกครั้ง แต่คราวนี้... เธอไม่ได้ชั่งตวงวัดตามปริมาณ แต่เธอ 'ชิม' ด้วยความรู้สึกที่ตกตะกอนในใจ
กลิ่นเครื่องเทศพริกแกงคั่วหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านสวน ลุงป้องยืนยิ้มอยู่ห่างๆ พยักหน้าให้กับการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติของริน นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่มันคือการถ่ายทอดวิญญาณผ่านรสชาติ
"ริน ลูกทำได้แล้ว..." เสียงแหบพร่าของลุงป้องเอ่ยขึ้นเบาๆ
รินตักแกงใส่ถ้วย ควันจางๆ ลอยกรุ่น กลิ่นหอมของใบโหระพาและกะทิสดสดชื่นขึ้นมาในความรู้สึก เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่โอบกอดเธอไว้ ราวกับอ้อมกอดของยายที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต ในขณะที่เธอกำลังจะยกถ้วยแกงนั้นขึ้นมาชิม ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูรั้วที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง...
ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่มันคือจังหวะการเคาะสามครั้งที่รินจำได้แม่นยำที่สุดตั้งแต่วัยเด็ก... จังหวะที่ยายมักจะเคาะก่อนจะกลับเข้ามาในบ้านทุกครั้งหลังจากไปตลาด รินชะงักมือที่ถือช้อนค้างไว้ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับเสียงลุงป้องที่อุทานออกมาด้วยความตกใจจนตัวสั่นว่า "เป็นไปไม่ได้... ยายไม่อยู่แล้วนี่นา!"
คนแปลกหน้าในชุดดำคนเดิมเดินกลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว เขาก้าวถอยหลังเพื่อเปิดทางให้ใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังในเงามืดของรั้วบ้าน ซึ่งค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่รินไม่ได้เห็นมานานหลายปี... ใบหน้าที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนไปโดยสิ้นเชิง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินมาถึงตอนนี้นะคะ!
สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน•ตอนที่ 26
คำชมที่รอคอย
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับตำรับยาย: กลิ่นไอรักในบ้านสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!