กลิ่นอายจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นจากผนังหินปูนใต้ดินยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องทดลองส่วนตัวของภาควิชาโบราณคดี แสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างระบบโปร่งแสงสะท้อนลงบนดวงตาคู่คมของอาคิน เด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น "ตัวประกอบสอบตก" แห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมีย กำลังยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิมมาเกือบสิบนาทีแล้ว
รอบตัวเขามีเพียงความเงียบงัน เสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำด้านล่างดัง "ติ๊ง... ติ๊ง..." เป็นจังหวะราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังเดินถอยหลัง ชัยชนะเหนือโกเล็มศิลาโบราณในลานประลองทดสอบเมื่อช่วงบ่าย ไม่ใช่แค่การรอดตายปาฏิหาริย์ แต่มันคือจุดพลิกผันที่ทำให้ตัวเลขบนหน้าจออินเทอร์เฟซของระบบพุ่งทะยานจนน่าตกใจ
[ขอแสดงความยินดยิ่ง! ท่านสามารถเอาชนะ "การทดสอบระดับสูง (ฉุกเฉิน)" ด้วยเงื่อนไขการใช้ตรรกะเชิงพื้นที่]
[ระบบกำลังคำนวณแต้มประสบการณ์และแต้มพิเศษจากพฤติกรรมการต่อสู้...]
[ความเสียหายที่ได้รับ: 0%]
[อัตราการใช้มานา: ประหยัดสูงสุด]
[คะแนนความสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา: SSS]
ตัวเลขสีทองอร่ามเริ่มกระโดดขึ้นอย่างบ้าคลั่งจากหลักร้อย สู่หลักพัน และทะยานผ่านหลักหมื่นในเวลาเพียงพริบตาเดียว เสียงแจ้งเตือนดัง "ติ๊ง!" ถี่รัวจนประสาทหูแทบชา
อาคินกะพริบตาปริบๆ ลมหายใจของเขาผ่อนออกมาช้าๆ เพื่อตั้งสติ สมองอันปราดเปรื่องของเขาเริ่มคำนวณมูลค่าของแต้มมหาศาลตรงหน้าทันที การได้แต้มระดับนี้ในฐานะตัวประกอบ หมายความว่าเขาสามารถซื้อวัตถุดิบหายาก ตำราเวทมนตร์ระดับตำนาน หรือแม้แต่อัปเกรด "สกิลรากหญ้า" ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดให้กลายเป็นอาวุธทำลายล้างได้ในชั่วข้ามคืน
"ไม่คิดเลยว่าการใช้หลักการหักเหของแสงสะท้อนกับจุดอ่อนของศิลาเวท จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าขนาดนี้..." อาคินพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางใช้นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอระบบเพื่อตรวจสอบยอดรวมสุทธิ
[ยอดแต้มสะสมปัจจุบัน: 154,320 แต้ม]
"หนึ่งแสนหื่นห้าหมื่นกว่าแต้ม..." อาคินสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ แต้มจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อคฤหาสน์หรูในเมืองหลวงได้ทั้งหลังด้วยซ้ำ สำหรับเด็กหนุ่มที่เคยมีแต้มติดลบจนเกือบโดนไล่ออกจากหอพัก นี่คือความมั่งคั่งระดับพระเจ้าประทาน
ทว่า ในขณะที่เขากำลังวางแผนว่าจะแบ่งแต้มไปพัฒนาทักษะด้านใดก่อน ประตูไม้เนื้อแข็งของห้องทดลองก็ถูกผลเปิดออกอย่างนิ่มนวล ไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ มีเพียงสายลมเย็นยะเยือกที่พัดพาเอาเส้นผมสีเงินยววงของหญิงสาวผู้ก้าวเข้ามาให้พลิ้วไหวเล็กน้อย
เซริน่า อาจารย์สาวประจำภาควิชาโบราณคดีก้าวเข้ามาภายในห้อง เสื้อคลุมสีเข้มของเธอยังคงมีคราบฝุ่นละอองจากการสำรวจซากปรักหักพังติดอยู่บ้าง ดวงตาสองสีที่มักจะฉายแววเบื่อหน่ายโลกใบนี้ บัดนี้กลับพินิจพิเคราะห์ร่างของอาคินด้วยประกายแสงประหลาดที่อ่านไม่ออก
"ดูท่าทางเจ้าจะมีความสุขกับ 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ไม่น้อยเลยนะ อาคิน" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้น เธอเดินมาหยุดยืนพิงขอบโต๊ะทำงานไม้ตัวเก่า กอดอกมองเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งน่าค้นหาและแฝงความลับบางอย่างที่ทำให้อาคินต้องระPัดระวังตัวโดยสัญชาตญาณ
"อาจารย์เซริน่า... ท่านเข้ามาโดยไม่เคาะประตูกล่าวเตือนอีกแล้วนะครับ" อาคินปิดหน้าต่างระบบด้วยการสะบัดมือเบาๆ แม้จะตกใจเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขากลับยังคงความสุขุมเยือกเย็นไว้ได้อย่างแนบเนียน "อีกอย่าง ของขวัญที่ท่านว่า ผมต้องแลกมาด้วยการเกือบเอาชีวิตไปทิ้งในลานประลองนะ"
เซริน่าหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอนั้นราวกับเสียงกระดิ่งเงินในคืนเหมันต์ "เกือบเอาชีวิตไปทิ้งงั้นรึ? เจ้าเด็กแสบ... คนที่ใช้เวลาแค่สามนาทีในการวิเคราะห์จุดอับสายตาของโกเล็มยักษ์ แล้วดีดหินก้อนเดียวจนมันพังทลายลงมาเป็นจุลอย่างเจ้า ไม่น่าจะใช้คำว่า 'เกือบตาย' ได้อย่างสนิทใจหรอกมั้ง"
เธอยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นสมุนไพรโบราณและกระดาษเก่าโชยเข้าจมูกอาคิน เซริน่าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับต้องการมองทะลุผ่านเปลือกนอกเข้าไปสำรวจกลไกของ "ระบบ" ที่ซ่อนอยู่ภายในจิตวิญญาณของเขา
"เจ้ารู้ไหมว่าแต้มหนึ่งแสนห้าหมื่นที่เจ้าได้มาเนี่ย มันไม่ได้มีไว้แค่ซื้อของเล่นกระจุกกระจิกหรอกนะ..." เซริน่ากระซิบเสียงแผ่วเบา ใบหน้าของเธอโน้มเข้ามาใกล้จนอาคินได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ "ระบบที่เจ้าถือครองอยู่ มันไม่ใช่บั๊กของโลกใบนี้... แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคสงครามเทพเจ้า"
หัวใจของอาคินกระตุกวูบไปชั่วขณะ ข้อมูลนี้ไม่มีระบุไว้ในคู่มือการใช้งานระบบ และไม่เคยปรากฏในหน้าต่างแจ้งเตือนใดๆ ทั้งสิ้น อาจารย์สาวคนนี้รู้เรื่องระบบของเขาได้อย่างไร? หรือว่าเธอเองก็...
"ท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่ครับ อาจารย์" อาคินถามเสียงเรียบ แต่สายตาคมกริบจ้องมองเธอกลับอย่างไม่ลดละ บรรยากาศภายในห้องทดลองเริ่มอึมครึมลงทันที แรงกดดันบางเบาแผ่ออกมาจากตัวของเซริน่า บ่งบอกว่าเธอมิใช่แค่อาจารย์โบราณคดีธรรมดาๆ ทั่วไปในสถาบันแห่งนี้
เซริน่าไม่ได้ตอบคำเธอยกยิ้มมุมปากลึกล้ำ ก่อนจะยื่นมือเรียวบางไปแตะที่หน้าอกด้านซ้ายของอาคิน ตรงตำแหน่งที่ดวงจิตของระบบกำลังเชื่อมต่ออยู่
ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งแสงสีแดงฉานที่อาคินไม่เคยเห็นมาก่อนก็เด้งขึ้นมากลางอากาศโดยที่เขาไม่ได้สั่งการ ตัวอักษรสีเลือดปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงเตือนสัญญาณชีพจรที่ดังถี่รัวในหัว
[คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการเข้าถึงจากผู้ดูแลระบบภายนอก]
[เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: "สกิลลับที่ยังไม่ได้เปิดใช้" กำลังเริ่มกระบวนการปลดล็อกบังคับ]
[อัตราการซิงโครไนซ์: 13%... 45%... 89%...]
อาคินเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาพยายามจะถอยหลังหนี แต่ร่างกายกลับถูกตรึงไว้ด้วยสนามพลังเวทมนตร์อันทรงพลังที่เซริน่าปล่อยออกมา เธอยังคงวางมือไว้ที่เดิม ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น ขณะที่กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริงนะ อาคิน... ถึงเวลาดูเสียทีว่าใต้หน้ากากตัวประกอบสอบตกของเจ้านั้น แท้จริงแล้วมีตัวตนระดับไหนซ่อนอยู่กันแน่"
ตู้ม!
พื้นห้องทดลองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประตูไม้หนาถูกแรงกระแทกจากภายนอกพังกระเด็นเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของอธิการบดีสถาบันเวทมนตร์ที่พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดและโลหิตที่มุมปาก เขาตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ท่านเซริน่า! แย่แล้ว! ผนึกใต้หอคอยทิศเหนือ... ผนึกกำลังถูกทำลายโดยตัวตนระดับภัยพิบัติที่พวกเราไม่รู้จัก!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกอันตรายนี้ไปด้วยกันนะครับ — วาเลนเทียอัศวินมืด
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น!•ตอนที่ 6
สกิลลับที่ยังไม่ได้เปิดใช้
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!