"กลิ่นอายแบบนี้มันไม่ใช่ระดับสามที่พวกเราถูกบอกไว้ในคู่มือภาคปฏิบัติแน่นอน..."
อาคินพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนเปลือกไม้ของต้นสนโบราณที่มีรอยไหม้เกรียมเป็นทางยาว อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทั้งที่เมื่อครู่ป่าฝึกหัดเขตเจ็ดแห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมียยังคงมีแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านเรือนยอดไม้ แต่วินาทีนี้ ท้องฟ้าเหนือหัวกลับถูกกลืนกินด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีเทาเข้มที่ม้วนตัวเข้าหากันอย่างผิดธรรมชาติ
เขากำลังยืนอยู่ลำพัง หลังจากที่กลุ่มของเขาแยกย้ายกันหาตัวอย่างสมุนไพรเวทมนตร์ตามคำสั่งของอาจารย์ผู้ควบคุม แต่อาคินรู้ดีด้วยสัญชาตญาณและความรู้เชิงตรรกะที่สะสมมา ว่าความผิดปกติระดับนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของระบบนิเวศ
กึก... กรับ...
เสียงเหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกล เป็นจังหวะหนักหน่วงและมั่นคงราวกับเสียงค้อนทั่งของช่างตีเหล็ก อาคินไม่รอช้า เขาทิ้งตัวลงแนบกับพุ่มไม้หนา ใช้เวทมนตร์พรางตาขั้นพื้นฐานที่เพิ่งฝึกฝนจนคล่องแคล่วปกปิดร่องاناتและกลิ่นอายของตนเองทันที
เงาสีดำมหึมาเคลื่อนผ่านม่านหมอกหนาทึบ ร่างของมันสูงใหญ่เกือบสี่เมตร ปกเกล็ดสีนิลเงาวับที่สะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากรอยแยกบนพื้นดิน ดวงตาสองคู่จ้องมองตรงมายังจุดที่อาคินเคยยืนอยู่เมื่อไม่กี่วินาที
"เวนเอลรอนด์... สัตว์อสูรกลายพันธุ์ระดับราชา" อาคินกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม
ตามหลักสูตรแล้ว สัตว์อสูรระดับราชาไม่มีทางหลุดเข้ามาในเขตป่าฝึกหัดที่มีอาคมป้องกันหนาแน่นถึงเจ็ดชั้นได้ เว้นแต่จะมีใครจงใจเปิดช่องว่าง หรือ... มันถูกดึงดูดด้วยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขาเอง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับอันตรายสูงสุด (S-Rank) ในรัศมี 50 เมตร]
[คำเตือน: อัตราการรอดชีวิตของท่านในกรณีปะทะตรง 0.03%]
[ข้อเสนอแนะจากระบบ: ใช้ "ทักษะวิเคราะห์เชิงตรรกะ" เพื่อค้นหาจุดอ่อนทางกายภาพ และหาทางหลบหนีภายใน 180 วินาที]
ตัวอักษรสีแดงฉานโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า อาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขารู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในสถานการณ์คับขัน สายตากวาดมองสำรวจโครงสร้างร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรตัวยักษ์อย่างรวดเร็ว เกล็ดหนาเตอะ ปีกคู่ใหญ่ที่แนบอยู่ด้านหลัง และที่สำคัญที่สุด... บริเวณอกซ้ายของมันมีรอยแผลเป็นเก่าที่ปล่อยละอองมานาน่ารำคาญออกมา
'จุดนั้นคือจุดที่เคยรับความเสียหายรุนแรงโครงสร้างกระดูกส่วนนั้นจึงบางกว่าส่วนอื่น' อาคินคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าฝั่งตรงข้ามก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดคลุมสีเทาเข้มของภาควิชาโบราณคดี เซริน่าก้าวออกมาจากหลังม่านหมอกอย่างไม่เร่งรีบ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังสัตว์อสูรระดับราชาด้วยแววตาสمสมเพชเวทนามากกว่าความตื่นตระหนก
"อาจารย์เซริน่า! ตรงนั้นอันตรายเกินไป ถอยออกมาครับ!" อาคินเผลอส่งเสียงกระซิบลอดพุ่มไม้ด้วยความร้อนรน
เซริน่าชะงักเล็กน้อย นางปรายตามาทางพุ่มไม้ที่อาคินหลบอยู่ มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเด็กหนุ่มจะแอบตามมาสังเกตการณ์ตั้งแต่แรก
"อาคิน... เด็กน้อยผู้มีความลับมากมาย เธอกล้าดียังไงมาสั่งอาจารย์ในคาบเรียนภาคปฏิบัตินี้กัน?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
สัตว์อสูรเวนเอลรอนด์ส่งเสียงคำรามก้องจนแผ่นดินสะเทือน มันหันความสนใจจากร่องรอยของอาคินไปยังเซริน่าที่ยืนขวางทางอยู่ อ้าปากกว้างเผยให้เห็นเปลวเพลิงสีครามที่กำลังลุกโชนอยู่ในลำคอ
เซริน่ายกมือขึ้นช้าๆ ไม้เท้าโบราณในมือสลักลวดลายอักขระแปลกประหลาดเปล่งแสงสีทองเรืองรอง นางไม่ได้ตั้งท่าจะต่อสู้ แต่กลับร่ายคาถาด้วยภาษาโบราณที่อาคินไม่เคยได้ยินมาก่อน น้ำเสียงของเธอก้องกังวานทรงพลัง สะท้อนก้องไปทั่วทั้งผืนป่า
"จงหลับใหลเสีย เจ้าสิ่งมีชีวิตที่หลงยุค..."
พลังเวทมหาศาลแผ่พุ่งออกไปราวกับคลื่นกระแทก อาคินต้องใช้มือยึดพื้นดินไว้แน่นเพื่อไม่ให้ปลิวไปตามแรงลม แต่น่าแปลกที่เวนเอลรอนด์ไม่ได้ถูกโจมตีด้วยความรุนแรง กลับมีโซ่ตรวนเวทมนตร์สีทองผุดขึ้นจากพื้นดิน ล็อกขาและลำตัวของมันไว้ในพริบตา
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย รอยแยกสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือหัวของสัตว์อสูร แรงดึงดูดมหาศาลราวกับหลุมดำฉุดกระชากทุกสิ่งเข้าหาตัว
เซริน่าหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก นางอุทานเบาๆ "แย่แล้ว... ผนึกใต้ดินกำลังจะพังทลายเพราะเจ้านี่!"
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบความผิดปกติของมิติเวลา]
[ภารกิจลับระดับ SSS: "ผู้ปิดผนึกประตูแห่งความมืด" ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ]
[คำสั่ง: หากท่านปล่อยให้สัตว์อสูรหลุดลอดเข้าไปในเขตก่อสร้างสถาบัน อัตราการรอดชีวิตของมนุษยชาติจะลดลงเหลือ 0%]
อาคินมองหน้าจอระบบที่กะพริบถี่รัวสลับกับร่างของเซริน่าที่กำลังพยายามใช้พลังเวทต้านทานแรงดึงดูดของรอยแยกมิติ เขาไม่มีเวลามานั่งคิดถึงเหตุผลหรือความคุ้มค่าอีกต่อไป ในเมื่อระบบบังคับให้เขาต้องเลือก และความซวยมักจะเลือกเขาเสมอ
อาคินกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ ประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ถ่าย
"อาจารย์ครับ! ถ่ายทอดพลังมาที่ผมครึ่งหนึ่ง!" อาคินตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เซริน่าหันมามองด้วยความตกตะลึง แต่นางพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล ถ่ายทอดกระแสมานาบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวของอาคินผ่านทางการสัมผัสที่ไหล่
[ปลดล็อกขีดจำกัดชั่วคราว: สกิล 'คำนวณสรรพสิ่ง' ยกระดับเป็น 'เจตจำนงแห่งผู้สร้าง']
อาคินยื่นมือออกไปเบื้องหน้า อากาศรอบตัวหยุดนิ่ง รอยแยกมิติหยุดขยายตัวชั่วขณะ เสียงกระซิบประหลาดดังขึ้นจากความว่างเปล่า พร้อมกับเงาสีดำร่างหนึ่งที่กำลังก้าวเท้าข้ามม่านมิติออกมาจากอีกฟากฝั่ง
เงาร่างนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เป็นมนุษย์สวมชุดเกราะโบราณที่ผุพัง แต่ดวงตาทັງสองข้างกลับสว่างวาบด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... ใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กนั้น กลับมีเค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายกับตัวอาคินเองราวกับพิมพ์เดียวกัน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกอันตรายนี้ไปด้วยกันนะครับ — วาเลนเทียอัศวินมืด
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น!•ตอนที่ 5
สัตว์อสูรระดับราชาที่มาผิดที่
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!