ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น!•ตอนที่ 5

สัตว์อสูรระดับราชาที่มาผิดที่

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"กลิ่นอายแบบนี้มันไม่ใช่ระดับสามที่พวกเราถูกบอกไว้ในคู่มือภาคปฏิบัติแน่นอน..." อาคินพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนเปลือกไม้ของต้นสนโบราณที่มีรอยไหม้เกรียมเป็นทางยาว อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทั้งที่เมื่อครู่ป่าฝึกหัดเขตเจ็ดแห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมียยังคงมีแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านเรือนยอดไม้ แต่วินาทีนี้ ท้องฟ้าเหนือหัวกลับถูกกลืนกินด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีเทาเข้มที่ม้วนตัวเข้าหากันอย่างผิดธรรมชาติ เขากำลังยืนอยู่ลำพัง หลังจากที่กลุ่มของเขาแยกย้ายกันหาตัวอย่างสมุนไพรเวทมนตร์ตามคำสั่งของอาจารย์ผู้ควบคุม แต่อาคินรู้ดีด้วยสัญชาตญาณและความรู้เชิงตรรกะที่สะสมมา ว่าความผิดปกติระดับนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของระบบนิเวศ กึก... กรับ... เสียงเหยียบย่ำกิ่งไม้แห้งดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกล เป็นจังหวะหนักหน่วงและมั่นคงราวกับเสียงค้อนทั่งของช่างตีเหล็ก อาคินไม่รอช้า เขาทิ้งตัวลงแนบกับพุ่มไม้หนา ใช้เวทมนตร์พรางตาขั้นพื้นฐานที่เพิ่งฝึกฝนจนคล่องแคล่วปกปิดร่องاناتและกลิ่นอายของตนเองทันที เงาสีดำมหึมาเคลื่อนผ่านม่านหมอกหนาทึบ ร่างของมันสูงใหญ่เกือบสี่เมตร ปกเกล็ดสีนิลเงาวับที่สะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากรอยแยกบนพื้นดิน ดวงตาสองคู่จ้องมองตรงมายังจุดที่อาคินเคยยืนอยู่เมื่อไม่กี่วินาที "เวนเอลรอนด์... สัตว์อสูรกลายพันธุ์ระดับราชา" อาคินกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม ตามหลักสูตรแล้ว สัตว์อสูรระดับราชาไม่มีทางหลุดเข้ามาในเขตป่าฝึกหัดที่มีอาคมป้องกันหนาแน่นถึงเจ็ดชั้นได้ เว้นแต่จะมีใครจงใจเปิดช่องว่าง หรือ... มันถูกดึงดูดด้วยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขาเอง [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับอันตรายสูงสุด (S-Rank) ในรัศมี 50 เมตร] [คำเตือน: อัตราการรอดชีวิตของท่านในกรณีปะทะตรง 0.03%] [ข้อเสนอแนะจากระบบ: ใช้ "ทักษะวิเคราะห์เชิงตรรกะ" เพื่อค้นหาจุดอ่อนทางกายภาพ และหาทางหลบหนีภายใน 180 วินาที] ตัวอักษรสีแดงฉานโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า อาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขารู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในสถานการณ์คับขัน สายตากวาดมองสำรวจโครงสร้างร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรตัวยักษ์อย่างรวดเร็ว เกล็ดหนาเตอะ ปีกคู่ใหญ่ที่แนบอยู่ด้านหลัง และที่สำคัญที่สุด... บริเวณอกซ้ายของมันมีรอยแผลเป็นเก่าที่ปล่อยละอองมานาน่ารำคาญออกมา 'จุดนั้นคือจุดที่เคยรับความเสียหายรุนแรงโครงสร้างกระดูกส่วนนั้นจึงบางกว่าส่วนอื่น' อาคินคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าฝั่งตรงข้ามก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดคลุมสีเทาเข้มของภาควิชาโบราณคดี เซริน่าก้าวออกมาจากหลังม่านหมอกอย่างไม่เร่งรีบ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังสัตว์อสูรระดับราชาด้วยแววตาสمสมเพชเวทนามากกว่าความตื่นตระหนก "อาจารย์เซริน่า! ตรงนั้นอันตรายเกินไป ถอยออกมาครับ!" อาคินเผลอส่งเสียงกระซิบลอดพุ่มไม้ด้วยความร้อนรน เซริน่าชะงักเล็กน้อย นางปรายตามาทางพุ่มไม้ที่อาคินหลบอยู่ มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเด็กหนุ่มจะแอบตามมาสังเกตการณ์ตั้งแต่แรก "อาคิน... เด็กน้อยผู้มีความลับมากมาย เธอกล้าดียังไงมาสั่งอาจารย์ในคาบเรียนภาคปฏิบัตินี้กัน?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สัตว์อสูรเวนเอลรอนด์ส่งเสียงคำรามก้องจนแผ่นดินสะเทือน มันหันความสนใจจากร่องรอยของอาคินไปยังเซริน่าที่ยืนขวางทางอยู่ อ้าปากกว้างเผยให้เห็นเปลวเพลิงสีครามที่กำลังลุกโชนอยู่ในลำคอ เซริน่ายกมือขึ้นช้าๆ ไม้เท้าโบราณในมือสลักลวดลายอักขระแปลกประหลาดเปล่งแสงสีทองเรืองรอง นางไม่ได้ตั้งท่าจะต่อสู้ แต่กลับร่ายคาถาด้วยภาษาโบราณที่อาคินไม่เคยได้ยินมาก่อน น้ำเสียงของเธอก้องกังวานทรงพลัง สะท้อนก้องไปทั่วทั้งผืนป่า "จงหลับใหลเสีย เจ้าสิ่งมีชีวิตที่หลงยุค..." พลังเวทมหาศาลแผ่พุ่งออกไปราวกับคลื่นกระแทก อาคินต้องใช้มือยึดพื้นดินไว้แน่นเพื่อไม่ให้ปลิวไปตามแรงลม แต่น่าแปลกที่เวนเอลรอนด์ไม่ได้ถูกโจมตีด้วยความรุนแรง กลับมีโซ่ตรวนเวทมนตร์สีทองผุดขึ้นจากพื้นดิน ล็อกขาและลำตัวของมันไว้ในพริบตา ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย รอยแยกสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือหัวของสัตว์อสูร แรงดึงดูดมหาศาลราวกับหลุมดำฉุดกระชากทุกสิ่งเข้าหาตัว เซริน่าหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก นางอุทานเบาๆ "แย่แล้ว... ผนึกใต้ดินกำลังจะพังทลายเพราะเจ้านี่!" [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบความผิดปกติของมิติเวลา] [ภารกิจลับระดับ SSS: "ผู้ปิดผนึกประตูแห่งความมืด" ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ] [คำสั่ง: หากท่านปล่อยให้สัตว์อสูรหลุดลอดเข้าไปในเขตก่อสร้างสถาบัน อัตราการรอดชีวิตของมนุษยชาติจะลดลงเหลือ 0%] อาคินมองหน้าจอระบบที่กะพริบถี่รัวสลับกับร่างของเซริน่าที่กำลังพยายามใช้พลังเวทต้านทานแรงดึงดูดของรอยแยกมิติ เขาไม่มีเวลามานั่งคิดถึงเหตุผลหรือความคุ้มค่าอีกต่อไป ในเมื่อระบบบังคับให้เขาต้องเลือก และความซวยมักจะเลือกเขาเสมอ อาคินกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ ประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ถ่าย "อาจารย์ครับ! ถ่ายทอดพลังมาที่ผมครึ่งหนึ่ง!" อาคินตะโกนสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เซริน่าหันมามองด้วยความตกตะลึง แต่นางพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล ถ่ายทอดกระแสมานาบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวของอาคินผ่านทางการสัมผัสที่ไหล่ [ปลดล็อกขีดจำกัดชั่วคราว: สกิล 'คำนวณสรรพสิ่ง' ยกระดับเป็น 'เจตจำนงแห่งผู้สร้าง'] อาคินยื่นมือออกไปเบื้องหน้า อากาศรอบตัวหยุดนิ่ง รอยแยกมิติหยุดขยายตัวชั่วขณะ เสียงกระซิบประหลาดดังขึ้นจากความว่างเปล่า พร้อมกับเงาสีดำร่างหนึ่งที่กำลังก้าวเท้าข้ามม่านมิติออกมาจากอีกฟากฝั่ง เงาร่างนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เป็นมนุษย์สวมชุดเกราะโบราณที่ผุพัง แต่ดวงตาทັງสองข้างกลับสว่างวาบด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... ใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กนั้น กลับมีเค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายกับตัวอาคินเองราวกับพิมพ์เดียวกัน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกอันตรายนี้ไปด้วยกันนะครับ — วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%