กลิ่นอายของซากศพสัตว์เวทมนตร์และยางไม้สนดิบอบอวลจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าคือสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองมายังอาคินจากระยะปลอดภัย พวกเขาคือเพื่อนร่วมชั้นปีที่หนึ่งแห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมีย ทุกคนต่างถอยร่นไปยืนอยู่หลังแนวเขตปลอดภัย ราวกับเกรงว่ากลิ่นอายความซวยของเด็กหนุ่มผู้สอบตกวิชาเวทมนตร์พื้นฐานจะติดตัวพวกเขาไปด้วย
"ส่งอาคินไปไว้แนวหน้าสุดของเขตป่าสนธยา... นั่นคือคำสั่งจากอาจารย์คาร์ลไม่ใช่หรือ"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากกลุ่มนักเรียนชนชั้นสูงที่สวมชุดคลุมปักดิ้นเงิน อาคินไม่ได้ใส่ใจคำถากถางเหล่านั้น ดวงตาเรียบนิ่งภายใต้กรอบแว่นทรง ☤ กำลังกวาดมองสภาพแวดล้อมตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ป่าสนธยาในยามวิกาลไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ตำราเรียนกล่าวไว้ รากไม้โบราณระโยงระยางราวกับกรงเล็บปีศาจ และที่สำคัญที่สุด... เขตแดนเวทมนตร์คุ้ม
"อาคิน นายมั่นใจนะว่าจะเดินไปทางนั้น? นั่นมันเขตของ 'หมาป่าเงาอัคคี' ขั้นกลางเชียวนะ เจ้าพวกคาบเส้นแบบนาย น่าจะเลือกมุมอับแล้วนอนรอเวลาหมดเขตสอบซะมากกว่า"
จูเลียน ทายาทตระกูลดยุกผู้ถือครองไม้เท้าหัวกะโหลกคริสตัลเอ่ยเยาะเย้ยด้วยรอยยิ้มหยัน เขากอดอกมองดูอาคินที่สะพายย่ามเก่าๆ และดาบไม้ทื่อๆ หนึ่งเล่ม
"ขอบใจที่เป็นห่วงคุณจูเลียน" อาคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างสุภาพ "แต่ผมเกรงว่า การนอนรอความตาย กับการเดินไปหาทางรอดด้วยสมองของตัวเอง... อย่างแรกคงไม่ใช่สไตล์ของผม"
สิ้นคำพูดนั้น อาคินก็หันหลังก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของแนวป่าทันทีโดยไม่ลังเล ทิ้งให้เสียงหัวingเยาะเย้ยเบื้องหลังค่อยๆ จางหายไปในสายหมอกหนบทึบ
ทันทีที่พ้นสายตาของคนอื่น ลมหายใจของอาคินก็ผ่อนลงอย่างช้าๆ ความสุขุมเยือกเย็นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสมาธิขั้นสูงสุด สมองส่วนเหตุและผลเริ่มคำนวณอัตราความน่าจะเป็นของการรอดชีวิตในพื้นที่ระดับอันตรายนี้
[ติ๊ง! ระบบประเมินสถานการณ์เริ่มทำงาน]
[เป้าหมายปัจจุบัน: เอาชีวิตรอดในป่าสนธยาเป็นเวลา 6 ชั่วโมง]
[สถานะผู้ใช้: พลังมานา 3% (ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 95%), ความแข็งแกร่งทางกายภาพเทียบเท่ามนุษย์ปกติ]
[คำเตือน: ตรวจพบคลื่นความร้อนผิดปกติในรัศมี 50 เมตร เบื้องหน้าคือรังของ 'หมาป่าเงาอัคคี' จำนวน 7 ตัว]
อาคินหยุดฝีเท้าลงทันทีเมื่อเสียงแจ้งเตือนโปร่งใสสีฟ้าลอยเด่นขึ้นใน1ดวงตา เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ ใช้กิ่งไม้แห้งปัดกลิ่นอายมนุษย์ของตนเองด้วยผงสมุนไพรดับกลิ่นที่แอบขโมยมาจากห้องเก็บของของสถาบัน นี่ไม่ใช่เรื่องของความกล้าหาญ แต่เป็นเรื่องของฟิสิกส์และชีววิทยาพื้นฐาน
*หมาป่าเงาอัคคีมีจุดอ่อนที่ต่อมรับกลิ่นใต้คาง และพวกมันเกลียดกลิ่นของยางไม้สนบลูเบอร์รี่...*
อาคินควานหาขวดแก้วขนาดเล็กในย่าม มันบรรจุของเหลวสีฟ้าใสที่เขาเคี่ยวขึ้นเองเมื่อคืนก่อน ขณะที่เขากำลังจะเปิดจุกไม้คอร์ก เสียงฝีเท้าฝ่ากิ่งไม้แห้งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีขาวที่คุ้นเคย
"เดินลึกเข้ามาขนาดนี้... นายอยากเป็นอาหารมื้อค่ำของพวกมันนักหรือ อาคิน"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเย้าแหย่ดังขึ้นเบื้องข้าง อาคินหันไปมอง พบร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์เซริน่า เธอกำลังพิงลำต้นสนยักษ์อย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคู่สวยใต้ปีกหมวกปีกกว้างจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"อาจารย์เซริน่า... นี่ไม่ใช่เวลามาเดินเล่นชมธรรมชาตินะครับ ถ้าคณะกรรมการสอบมาเห็นว่าอาจารย์มาป้วนเปี้ยนแถวเขตสอบภาคสนาม นักศึกษาคนนี้คงโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการทุจริตแน่" อาคินกระซิบตอบ พยายามรักษาความสุภาพแม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวย
เซริน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่แฝงไปด้วยความลึกลับที่ทำให้อาคินต้องระวังตัวทุกครั้งที่เข้าใกล้ "ทุจริตอะไรกัน เลิกพูดจาเป็นทางการน่าเบื่อแบบนั้นสักที อาคิน... ฉันแค่ผ่านมาตรวจงาน แล้วบังเอิญเห็น 'ตัวประกอบ' ที่ทุกคนคิดว่าจะตายในสัปดาห์แรก กำลังวางแผนจะใช้ปฏิกิริยาเคมีพื้นฐานจัดการกับฝูงหมาป่าระดับกลางต่างหาก"
อาคินหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองเริ่มประมวลผลคำพูดของอาจารย์สาวคนนี้อีกครั้ง ตั้งแต่เขาเข้ามาในสถาบันนี้ เซริน่าคือคนเดียวที่มักจะปรากฏตัวในเวลาคับขันเสมอ และเธอมักจะรู้ว่าระบบที่อยู่ในหัวของเขาทำงานอย่างไร แม้ว่าเธอจะไม่เคยพูดมันออกมาตรงๆ ก็ตาม
"ถ้าอาจารย์รู้ว่าผมจะทำอะไร งั้นก็กรุณาช่วยถอยไปห่างๆ สCับสี่เมตรครับ เพราะปฏิกิริยาที่กำลังจะเกิดขึ้น... อาจทำให้ชุดสวยๆ ของอาจารย์เปื้อนเขม่าควันได้"
อาคินไม่รอคำอนุญาต เขาขว้างขวดแก้วสีฟ้าออกไปสุดแรงไปยังพุ่มไม้ฝั่งตรงข้าม
*เพล้ง!*
ของเหลวภายในขวดกระทบกับกิ่งไม้แห้งและเกิดปฏิกิริยารุนแรงกับอากาศทันที กลิ่นฉุนรุนแรงของก๊าซซัลเฟอร์ผสมยางสนพวยพุ่งออกมาราวกับควันพิษ ทันใดนั้น ฝูงหมาป่าเงาอัคคีที่ซ่อนตัวอยู่ก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความตื่นตระหนก พวกมันวิ่งพล่านชนกันเองอย่างไร้ทิศทางเนื่องจากประสาทรับกลิ่นถูกรบกวนอย่างรุนแรง
"ฉลาดนี่... ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ชดเชยมานาที่ขาดหายไป" เซริน่าเอ่ยชมด้วยแววตาเป็นประกาย เธอขยับตัวเข้ามาใกล้จนอาคินได้กลิ่นหอมจางๆ นั้นชัดเจนขึ้น "แต่ว่านะ อาคิน... นายคิดจริงๆ หรือว่าเสียงระเบิดแค่นี้จะจัดการพวกมันได้ทั้งหมด?"
ยังไม่ทันที่อาคินจะได้เอ่ยปากแย้ง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน เสียงคำรามต่ำลึกที่สั่นประสาทจนแก้วหูแทบแตกดังสะท้อนก้องไปทั่วผืนป่า
[แจ้งเตือนด่วนระดับ SSS!]
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์นอกเหนือจากฐานข้อมูล: 'ราชันย์หมาป่าเงาอัคคี (ธาตุมืด/ไฟ)' ปลุกสัญชาตญาณการล่า]
[เงื่อนไขการเอาชีวิตรอดเปลี่ยน: กำจัดหรือหลบหนีภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นสถานะจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์]
เงาสีดำทึบขนาดมหึมาผุดขึ้นจากหลุมยุบเบื้องหน้า ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมายังพวกเขา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวกลายเป็นสีดำสนิท และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนหน้าผากของมันมีรอยประทับเวทมนตร์รูปวงแหวนโบราณ—รอยประทับเดียวกับที่ปรากฏบนแหวนประจำตัวของผู้อำนวยการสถาบัน
อาคินสูดหายใจเข้าลึก and กำดาบไม้ในมือแน่น ขณะที่เซริน่าที่เคยมีท่าทีสบายๆ กลับหุบยิ้มลง ใบหน้าของเธอกลายเป็นจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ดูท่าทาง..." เซริน่ากระซิบข้างหูอาคินด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำให้ขนลุกซู่ "การสอบครั้งนี้... พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะให้นายแค่สอบตกหรอกนะ อาคิน"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกอันตรายนี้ไปด้วยกันนะครับ — วาเลนเทียอัศวินมืด
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น!•ตอนที่ 4
ภารกิจเอาชีวิตรอดในป่าเวทมนตร์
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!