"ตรรกะของเวทมนตร์บทที่สี่ไม่ได้ล่มสลายเพราะพลังงานในตัวเจ้าหมดสิ้น... แต่มันพังทลายตั้งแต่วินาทีที่เจ้าเลือกผสานวงแหวนธาตุไฟเข้ากับเขตอาคมปฐพีในมุมองศาที่สิบห้าแล้วต่างหาก"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานของอาคินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองกลางแจ้ง เสียงฝีเท้าของเขาที่กระทบกับพื้นหินแกรนิตไม่ได้รีบร้อน ทว่าทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยความมั่นคงที่น่าประหลาด รอบตัวของเด็กหนุ่มไม่มีออร่าเวทมนตร์สีสันฉูดฉาด ไม่มีประกายสายฟ้าแห่งความเกรี้ยวกราด หรือแม้แต่เศษเสี้ยวมานาก็ยังไม่อาจสัมผัสได้จากตัวเขา
ทว่า... บรรยากาศรอบกายกลับกดดันจนคู่ต่อสู้ตรงหน้าถึงกับผ่าวร้อนที่ใบหน้า
เรย์มอนด์ บุตรชายแห่งดยุกผู้ทรงอิทธิพลและเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ของชั้นปีที่สาม หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเหยียดหยหยามและความมั่นใจในฐานะอัจฉริยะเวทมนตร์ บัดนี้กลับฉายแววหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด มือทั้งสองข้างที่สั่นระริกยังคงค้างอยู่ในท่าร่ายคาถาบทใหญ่ แต่ไม่ว่าจะพยายามอัดฉีดมานาเข้าไปมากแค่ไหน วงแหวนเวทมนตร์สีแดงฉานตรงหน้าก็ยังคงบิดเบี้ยวและแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาอย่างไร้ความหมาย
"เป็นไปไม่ได้..." เรย์มอนด์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ "ข้าคำนวณสูตรโครงสร้างมาจากตำราหลวงฉบับสมบูรณ์! มานาในตัวข้าก็มีปริมาณเหนือกว่าเจ้าเป็นสิบเท่า! เหตุใด... เหตุใดคาถา 'หอกเพลิงทลายปฐพี' ของข้าถึงสะท้อนกลับมาทำลายตัวเองได้!"
อาคินหยุดยืนห่างออกไปเพียงสามก้าว ดวงตาสีนิลคู่คมมองตรงไปยังเด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์ด้วยความสงบนิ่ง ราวกับกำลังมองนักเรียนประถมที่กำลังแก้โจทย์เลขพื้นฐานผิดพลาด เขาไม่ได้ชักไม้กายสิทธิ์ ไม่ได้ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ เพียงแค่สอดมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมตัวโคร่งตามนิสัย
"ตำราหลวงเล่มนั้นพิมพ์ขึ้นเมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน ในยุคที่สภาพแวดล้อมและหนาแน่นของมานาในบรรยากาศแตกต่างจากปัจจุบันถึงสربعةเปอร์เซ็นต์" อาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังบรรยายสรุปวิชาประวัติศาสตร์ในห้องเรียน "เจ้าเอาสูตรสำเร็จรูปของคนโบราณมาใช้โดยไม่ยอมปรับค่าสัมประสิทธิ์การหักเหของธาตุ ดึงดันจะผสานไฟกับดินในจุดที่แรงตึงผิวของมานะเป็นศูนย์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่การโจมตีที่ทรงพลัง แต่เป็นการสร้าง 'หลุมดำทางทฤษฎี' ที่ดูดกลืนมานาของเจ้าเองจนหมดสิ้นตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นรัศมีวงแหวนรอบที่สอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลองอีกครั้ง บรรดานักเรียนที่ยืนล้อมรอบอยู่บนอัฒจันทร์ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครส่งเสียงโห่ร้องเยาะเย้ยเหมือนตอนที่อาคินก้าวขึ้นมาบนลานประลองอีกต่อไป ทุกคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้ตัดสินด้วยความรุนแรงของพลังเวท ไม่มีการปะทะกันของเปลวเพลิงและสายฟ้า อาคินยืนอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เรย์มอนด์ใช้พลังทั้งหมดโจมตีใส่ แต่ด้วยการชี้จุดบอดทางทฤษฎีเพียงประโยคเดียว กลับทำให้เวทมนตร์ระดับสามที่ทรงอานุภาพพังทลายลงภายในพริบตาเดียว
นี่มันไม่ใช่การต่อสู้... แต่มันคือการประหารชีวิตทางปัญญาอย่างแท้จริง
[ติ๊ง! วิเคราะห์รูปแบบการใช้เวทมนตร์ของเป้าหมายสำเร็จ]
[ระบบตรวจพบความผิดพลาดทางทฤษฎีระดับพื้นฐาน จำนวน 4 จุด ดำเนินการหักล้างด้วยตรรกะทางคณิตศาสตร์เวทมนตร์เสร็จสิ้น]
[ท่านได้รับแต้มความเข้าใจ (Insight Points) +500 แต้ม]
[สถานะปัจจุบัน: ปลดล็อกฉายา "ผู้ทำลายล้างสามัญสำนึก" เลเวล 1]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของอาคิน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา เด็กหนุ่มลอบถอนหายใจยาวในใจ ดวงตาคู่คมกวาดตามองตัวเลขแต้มที่เพิ่มขึ้นอย่างเงียบเชียบ 'ให้ตายเถอะ... แทนที่จะให้ระบบประทานสกิลโกงๆ มาต่อสู้เหมือนพระเอกนิยายทั่วไป ทำไมข้าถึงต้องมานั่งแก้โจทย์ฟิสิกส์เวทมนตร์ให้พวกเด็กเหลือขอพวกนี้ด้วยทุกทีฟะเนี่ย'
แม้ในใจจะบ่นอุบอาย แต่สีหน้าภายนอกของอาคินยังคงรักษามาดของปราชญ์ผู้สุขุมเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
เรย์มอนด์เข่าทรุดลงกับพื้น แรงกดดันจากความพ่ายแพ้ที่ไร้การสัมผัสตัวทำให้เขาแทบจะเสียสติ สำหรับผู้ที่ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะมาตลอดชีวิต การถูกเด็กสอบตกผู้ไม่มีมานาเอาชนะด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ถือเป็นการตบหน้าอย่างรุนแรงที่สุด
"แก... แกเป็นใครกันแน่ อาคิน..." เรย์มอนด์เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและหวาดกลัว "คนธรรมดาที่สอบตกภาคปฏิบัติทุกวิชาไม่มีทางมองเห็นจุดบอดของโครงสร้างเวทระดับสูงได้... แกซ่อนอะไรไว้กันแน่!"
อาคินก้มมองคู่ต่อสู้ที่กำลังหมดสภาพครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพตามแบบฉบับของตน
"ข้าก็แค่นักเรียนตัวประกอบคนหนึ่งที่ขยันอ่านหนังสือมากกว่าเจ้านิดหน่อยก็เท่านั้นเองครับ เรย์มอนด์คุง... เวทมนตร์ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่มันคือวิทยาศาสตร์ที่ยังอธิบายไม่ได้ต่างหาก ถ้าเจ้ายังเอาแต่พึ่งพาพลังดิบโดยไม่ใช้สมองคิดวิเคราะห์ ต่อให้เจ้ามีมานาล้นทะลักแค่ไหน วันหนึ่งเจ้าก็จะถูกเวทมนตร์ของตัวเองกลืนกินอยู่ดี"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงกลางใจของทุกคนที่ได้ยิน
ท่ามกลางความเงียบงันและสายตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงของฝูงชน มีเสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดใต้อัฒจันทร์ฝั่งทิศตะวันตก
แปะ... แปะ... แปะ...
จังหวะปรบมือช้าๆ ที่ก้องกังวานทำให้ทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบทองของอาจารย์สาวประจำภาควิชาโบราณคดีก้าวออกมาจากเงาไม้ แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้กระทบกับกรอบแว่นทรงรีสะท้อนประกายวาววับ รอยยิ้มที่มุมปากของเธอบ่งบอกถึงความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
เซริน่าหยุดยืนอยู่ที่ขอบลานประลอง ดวงตาคู่สวยใต้กรอบแว่นจ้องตรงมาที่อาคินด้วยความหมายลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง
"ช่างเป็นการบรรยายที่ยอดเยี่ยมเสียจริง อาคินคุง..." เซริน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้าหยอก รอยยิ้มของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่สำหรับอาคินแล้ว รอยยิ้มนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนรอยยิ้มของแมวที่กำลังจ้องมองหนูในกรง "ไม่นึกเลยว่าเด็กหนุ่มผู้สอบตกวิชาเวทมนตร์พื้นฐาน จะมีความเข้าใจใน 'สถาปัตยกรรมมานายุคบรรพกาล' ได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเสียอีก"
อาคินหรี่ตาลงเล็กน้อย ความระแวดระวังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในทันที อาจารย์สาวคนนี้มักจะปรากฏตัวในเวลาที่เขาแสดงความสามารถที่เกินตัวออกไปเสมอ และทุกครั้งที่เธอพูดถึง "ยุคบรรพกาล" ระบบหมายเลขศูนย์ในหัวของเขาก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรง
"ท่านอาจารย์กำลังเข้าใจผิดแล้วครับ ข้าก็แค่อ่านเจอมาจากหนังสือเก่าในห้องสมุดเท่านั้น" อาคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รักษาระยะห่างอย่างระมัดระวัง
"หนังสือเก่าอย่างนั้นหรือ?" เซริน่ายกยิ้มมุมปาก เดินเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยมาแตะจมูก "ตำราเล่มที่ว่าคงจะพิเศษน่าดูสินะ ถึงได้มีบันทึกเกี่ยวกับ 'รหัสพันธุกรรมมานา' ที่ถูกลบหายไปจากหอสมุดหลวงเมื่อสามร้อยปีก่อนได้... ว่าไหมล่ะ? เจ้าของระบบหมายเลขศูนย์"
หัวใจของอาคินกระตุกวูบไปชั่วขณะ ข้อความสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากของอาจารย์สาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาคนเดียว
ไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ไม่มีหน้าต่างสีฟ้าปรากฏขึ้น แต่ความหน Icy ที่แล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลังบอกให้อาคินรู้ทันทีว่า... ความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด กำลังถูกเปิดเผยโดยผู้หญิงคนนี้
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงคลื่นสมองจากบุคคลภายนอก]
[ระดับภัยคุกคาม: SSS]
[เป้าหมาย: อาจารย์เซริน่า กำลังทำการปลดล็อกมาตรการรักษาความปลอดภัยฉุกเฉิน...]
เสียงแจ้งเตือนรัวเร็วดังขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาคินก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว เซริน่าก็ยื่นมือเรียวบางออกมาแตะที่ปลายคางของเขาเบาๆ ด้วยความเร็วที่เขาไม่สามารถมองตามได้ทัน
ปลายนิ้วของเธอกลัดกุมไปด้วยพลังงานสีม่วงเข้มจางๆ และในวินาทีที่สัมผัสโดนผิวเนื้อ อาคินก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อหน้าต่างระบบทั้งหมดในหัวของเขาเกิดอาการรวนอย่างหนัก ภาพตรงหน้าพร่ามัวลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกระซิบกระซับจะดังขึ้นชิดริมหูของเขา
"เกมสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเองนะ อาคิน... อย่าเพิ่งรีบทำให้ฉันหมดสนุกเสียล่ะ ว่าแต่... นายพร้อมจะรับมือกับ 'บททดสอบที่แท้จริง' ของประตูบานนั้นแล้วหรือยัง?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ร่วมกันนะครับ!
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น!•ตอนที่ 9
สยบด้วยทฤษฎีเวทมนตร์
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่สอบตก แต่ดันปลดล็อกสกิลเทพซะงั้น! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!