“ถ้าคิดว่าการเงียบจะทำให้เธอหลุดพ้นจากความผิดพลาดได้ล่ะก็... เธอกำลังคิดผิดอย่างมหันต์เลยนะมินต์”
เสียงทุ้มต่ำของคินดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่คำปลอบโยน แต่มันคือมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่ทันได้ตกสะเก็ด ฉันยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ กลิ่นควันไฟจากโปรเจกต์กิจกรรมที่เพิ่งมอดไหม้ไปหมาดๆ ยังอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับจะตอกย้ำว่าความพยายามทั้งเดือนของฉันมันกลายเป็นเถ้าถ่านเพียงเพราะความประมาทชั่ววินาที
ฉันหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อนดูเย็นชาจนน่าใจหาย ดวงตาคู่นั้น... ที่ฉันเคยเผลออ่านไม่ออก บัดนี้กลับฉายแววผิดหวังอย่างชัดเจน
“งั้นนายจะให้ฉันทำยังไงล่ะคิน? จะให้ฉันคุกเข่าขอโทษกลางห้องประชุม หรือจะให้ฉันลาออกจากการเป็นหัวหน้าทีมเพื่อสนองความสะใจของนาย?” ฉันสวนกลับทันควัน เสียงสั่นเครือที่พยายามเก็บซ่อนไว้เกือบจะหลุดออกมา “พูดมาสิ! ทำไมต้องทำหน้าเหมือนฉันเป็นตัวกาลกิณีของโรงเรียนขนาดนั้น!”
คินไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาหาฉันหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าเราห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวหน้าฉัน ความเย็นชาที่เขาเคยใช้เป็นเกราะป้องกันเริ่มแตกร้าว เหลือเพียงความอัดอั้นที่สื่อออกมาผ่านสายตาที่จ้องมองมายังริมฝีปากฉัน ก่อนจะตวัดขึ้นสบตา
“เธอคิดว่าฉันต้องการเห็นเธอพังพินาศงั้นเหรอ?” เขาถาม น้ำเสียงเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ “มินต์... ถ้าฉันอยากเห็นเธอพัง ฉันคงไม่ดึงเธอออกมาจากกองเพลิงตอนที่ไฟกำลังลามไปถึงตัวเธอแบบนั้นหรอก”
หัวใจฉันกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์ตอนนั้นย้อนกลับมาในหัว... ตอนที่ฉันสติแตกจนยืนนิ่งขณะที่อุปกรณ์ประกอบฉากล้มระเนระนาด คินคือคนเดียวที่พุ่งเข้ามาฉุดแขนฉันไว้ก่อนที่โครงเหล็กจะล้มทับ
“นาย...” ฉันชะงัก คำด่าทอที่เตรียมไว้ในใจมลายหายไปสิ้น “นายช่วยฉันทำไม ในเมื่อเธอก็เกลียดฉันจะตายไป”
“ฉันไม่เคยเกลียดเธอ” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วราวกับรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรออกไป “ไปล้างหน้าซะ เธอดูไม่ได้เลย”
เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินหันหลังให้ฉันทันที ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความสับสนที่เริ่มกัดกินหัวใจ ความโกรธที่เคยมีต่อเขาเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาด... ความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความหวั่นไหว' มันไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังรัวอยู่ในอก
ฉันเดินทอดน่องไปตามทางเดินแคบๆ ที่เงียบสงัดของตึกเรียนเก่า พยายามสลัดความคิดเรื่องคินออกไป แต่ทุกย่างก้าวกลับยิ่งทำให้ฉันสงสัย... ทำไมเขาต้องทำดีกับฉันในตอนที่ฉันทำตัวแย่ที่สุด? ทำไมเขาต้องแบกความคาดหวังที่หนักอึ้งไว้เพียงลำพังจนดูเหมือนคนไร้หัวใจ?
ขณะที่ฉันกำลังจะเลี้ยวเข้ามุมทางเดิน สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มๆ พาดผ่านผนัง ฝีเท้าของฉันหยุดชะงักลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นเยือกวิ่งพล่านไปตามสันหลัง
"คุยกันสนุกดีนี่..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเงามืด เสียงนั้นฟังดูคุ้นหูอย่างน่าขนลุก
ฉันพยายามเพ่งมองฝ่าความมืดสลัว ร่างของใครบางคนค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด แสงไฟจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ๆ เหนือหัวทำให้ฉันเห็นเค้าโครงใบหน้านั้นชัดเจนขึ้น หัวใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าของคนตรงหน้า
นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับโปรเจกต์นี้ ทุกอย่างที่ทำให้ฉันต้องทะเลาะกับคิน จนมาถึงเหตุการณ์ในตอนนี้
"เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดจากความผิดพลาดของเธอคนเดียว?" คนตรงหน้าเอ่ยพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ยังมีอีกหลายอย่างที่เธอไม่รู้... และหลังจากคืนนี้ไป โลกที่แสนสมบูรณ์แบบของเธอก็จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกเลย"
ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเห็นสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ... มันคือไฟล์เอกสารสำคัญที่ฉันคิดว่ามันถูกเผาไปพร้อมกับความล้มเหลวของโปรเจกต์นั้นแล้ว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับมินต์และคินนะคะ แล้วพบกันในตอนต่อไปค่ะ - ไอศกรีมมินต์ช็อก
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 24
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!