"นายพูดอะไรนะคิน... ทวนอีกทีสิ?"
ฉันจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มที่ปกติจะเรียบนิ่งดุจผิวน้ำ แต่ยามนี้กลับไหววูบราวกับพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ข้างใน มือที่ถือโทรศัพท์ของฉันสั่นเทาจนแทบจะคุมไม่อยู่ เสียงลมหายใจของคนตรงหน้าขัดจังหวะความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องชมรมหลังเลิกเรียน
คินไม่ได้ตอบในทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหลังให้ฉันแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นสนามฟุตบอลเบื้องล่าง แผ่นหลังกว้างของเขากำลังแบกรับบางอย่างที่หนักอึ้งเกินกว่าเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีจะรับไหว
"ครอบครัวฉันตัดสินใจแล้วมินต์" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและราบเรียบอย่างน่าใจหาย "พวกเขารู้เรื่องที่เรา... เรื่องที่เราแอบคุยกัน แล้วก็เรื่องที่เธอพยายามขุดคุ้ยความลับของบริษัทพ่อ"
"นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะสั่งให้ย้ายโรงเรียน!" ฉันก้าวเข้าไปหาเขา ใจเต้นรัวด้วยความโกรธที่ผสมปนเปไปกับความกลัว "นายไม่ใช่ตุ๊กตาของใครนะคิน นายคือประธานนักเรียน คือคนที่มีเป้าหมายของตัวเอง นายจะปล่อยให้เขาทำแบบนี้ไม่ได้!"
คินหมุนตัวกลับมา สายตาที่เขามองฉันมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ทั้งโหยหา ทั้งตัดพ้อ และสุดท้ายคือความยอมจำนน เขาเดินเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขา กลิ่นที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่วันนี้ กลิ่นนั้นกลับทำให้ฉันอยากจะร้องไห้
"เธอไม่เข้าใจหรอกมินต์" คินเอื้อมมือมาแตะปลายคางฉันแผ่วเบา ก่อนจะชักกลับเหมือนกลัวว่าตัวเองจะเปราะบางไปมากกว่านี้ "ครอบครัวฉันไม่ใช่แค่บริษัท แต่มันคือพันธนาการที่ถักทอด้วยกฎเกณฑ์และอำนาจ ถ้าฉันไม่ไป... พ่อจะเล่นงานเธอ และฉันไม่มีวันยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น"
"นายเลยเลือกที่จะหนีงั้นเหรอ?" ฉันแค่นหัวเราะ ทั้งที่ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว "ปากบอกว่าเกลียดกรอบพวกนั้น แต่สุดท้ายนายก็เดินกลับเข้าไปหามันเอง นายก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่งคิน!"
คำพูดที่ฉันพ่นออกไปเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของตัวเอง ฉันเห็นรอยร้าวในแววตาของเขาชัดเจน คินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
"ใช่ ฉันมันขี้ขลาด" เขาพูดเสียงต่ำ "ขี้ขลาดพอที่จะยอมแลกอนาคตตัวเองเพื่อรักษาที่ที่ปลอดภัยไว้ให้เธอในโรงเรียนนี้... มินต์ เธอต้องอยู่ต่อ อยู่ในที่ที่เธอเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ที่ที่ถูกล้อมกรอบไปด้วยความกดดันแบบที่ฉันเจอ"
บทสนทนาของเราถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนมาจากทางเดินหน้าห้องชมรม เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่ฟังดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ ฉันหันไปมองที่ประตูไม้บานใหญ่ด้วยความตระหนก คินเองก็ขมวดคิ้วแน่น เขารีบขยับมาบังฉันไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ
ประตูถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะ ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มภูมิฐานก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดอีกสองคน ใบหน้าของเขามีเค้าโครงที่ถอดแบบมาจากคินไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ความเย็นชาในดวงตาคู่นั้นมันลึกซึ้งและไร้ความปรานีมากกว่าหลายเท่า
"ทักทายกันพอหรือยังคิน?" คุณชายใหญ่ตระกูลเวชการเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะมองมาที่ฉัน "รถรออยู่ข้างล่างแล้ว อย่าทำให้ฉันต้องเสียเวลาไปกับการจัดการเรื่องไร้สาระของเด็กที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"
"ผมจะไปตามนัดครับพ่อ แต่ขอเวลาผมอีกห้านาที" คินพยายามต่อรอง แต่น้ำเสียงนั้นกลับดูอ่อนแรงลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับต้นตอของความกดดันทั้งหมดในชีวิต
ชายวัยกลางคนแค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบของเขากวาดมองมาที่ฉันราวกับจะมองให้ทะลุปรุโปร่งไปถึงตัวตนที่ฉันพยายามปกปิด "เธอคือคนที่ชื่อมินต์สินะ... เด็กที่มีดีแค่ปากกับความรั้นที่ไม่มีประโยชน์"
เขาเดินเข้ามาใกล้เราช้าๆ ทิ้งระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นซิการ์ราคาแพงลอยปะทะจมูกจนฉันรู้สึกคลื่นไส้ เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากอกเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง เสียงของมันกระทบโต๊ะเบาๆ แต่มันดังก้องในโสตประสาทของฉันอย่างประหลาด
"ฉันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่ฉันมาเพื่อแจ้งให้ทราบ" เขากล่าวพลางเหลือบมองคิน "ถ้าหากคนคนนี้ยังอยู่ในโรงเรียนนี้แม้แต่วันเดียว ข้อมูลที่ฉันถืออยู่ในมือ... เรื่องที่พ่อของเธอติดหนี้ก้อนโตกับคาสิโนเถื่อนจะถูกส่งถึงมือนักข่าวในเช้าวันพรุ่งนี้"
ฉันตัวแข็งทื่อ ความเย็นเฉียบแล่นผ่านสันหลัง วูบหนึ่งฉันรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เรื่องหนี้ของพ่อ... เป็นความลับที่ฉันเพิ่งจะยอมสารภาพกับคินไปเมื่อคืน แล้วมันมาอยู่ในมือของคนคนนี้ได้อย่างไร?
คินหันมามองฉันด้วยแววตาที่แตกสลาย เขาไม่ได้โกรธที่ฉันมีความลับ แต่เขาโกรธตัวเองที่ไม่อาจปกป้องฉันจากอำนาจที่เหนือกว่านี้ได้
"คิน... ไปซะ" ฉันกระซิบ เสียงของฉันเบาหวิวราวกับจะขาดใจ
"ไม่! ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอเจอกับเรื่องพวกนี้คนเดียว มินต์ ฟังฉันนะ..." คินคว้ามือฉันไว้แน่น แต่พ่อของเขากลับก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างเรา ก่อนจะคว้าข้อมือคินแล้วกระชากให้เดินตามไปที่ประตู
"เราไม่มีเวลาสำหรับบทละครน้ำเน่านี่แล้ว" ผู้เป็นพ่อประกาศกร้าวโดยไม่หันกลับมามอง "ส่วนเธอ... ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ต้องพังพินาศเพราะความซื่อบื้อของตัวเอง ก็จงลืมซะว่าเคยมีเด็กผู้ชายที่ชื่อคินอยู่ในชีวิต"
ประตูห้องชมรมปิดลงดังปัง! ทิ้งให้ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้น กวาดสายตาไปที่ซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะด้วยความสั่นเทา ก่อนจะตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาเปิดออก
เอกสารที่อยู่ข้างในไม่ใช่แค่หลักฐานเรื่องหนี้ของพ่อ... แต่มันคือภาพถ่ายของฉันกับคินในมุมที่ฉันไม่เคยรู้ว่ามีใครแอบถ่ายไว้ และที่สำคัญที่สุด... ในแผ่นสุดท้ายของเอกสารนั้น มีโน้ตที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงของใครบางคนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีเสียบอยู่
'เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะมินต์... และคนที่นายรักที่สุด ก็คือเบี้ยตัวแรกที่จะต้องถูกกำจัดทิ้งจากกระดานนี้'
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดของมินต์ในตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยหัวใจที่เข้มแข็งนะคะ!
- ไอศกรีมมินต์ช็อก -
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 39
อุปสรรคจากทางบ้านคิน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!