สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 6

รอยร้าวในความสัมพันธ์

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
กลิ่นฝุ่นเก่าคลุ้งปะปนกับกลิ่นกระดาษสาจากแฟ้มเอกสารโบราณในห้องเก็บของแคบๆ แสงไฟฉายสว่างวาบตัดผ่านความมืดจนต้องหรี่ตาลง ปลายลำแสงกวาดผ่านสันหนังสือทีละเล่ม เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดังใกล้เข้ามาทุกที... *ก๊อก... ก๊อก...* มินต์กลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงฝีเท้าข้างนอก มือบางเผลอขยุ้มเสื้อเชルต์นักเรียนของคินที่ยืนบังอยู่ด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของเธอเกือบชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่แผ่ไอความร้อนออกมาท่ามกลางบรรยากาศเย็นยะเยือก “ซ่อนอะไรกันอยู่ตรงนั้นน่ะ?” เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์ปกครองดังทะลุกำแพงชั้นหนังสือเข้ามา คินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังเงาของมินต์ให้มิดชิดยิ่งขึ้น ฝ่ามือหนายกขึ้นกุมมือของเธอที่กำเสื้อเขาไว้แน่น ออกแรงบีบเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณเตือนสติ ทว่าสัมผัสอุ่นจัดนั้นกลับทำให้มินต์ยิ่งตื่นตระหนก เธอนิ่วหน้า พยายามสะบัดมือออกแต่คินกลับกระชับแน่นขึ้นไปอีก ปลายนิ้วโป้งของเขาเผลอเกลี่ยหลังมือเธอโดยไม่ตั้งใจ ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลายเป็นสนามอารมณ์ขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยความอึดอัด “อ๋อ... สงสัยแมวแถวนี้มั้งครับอาจารย์ พอดีพวกผมมาหาเอกสารกิจกรรมเก่าตามที่ได้รับมอบหมายน่ะครับ” เสียงของคินนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความสั่นเครือ รักษาระดับความสุภาพและมาดนิ่งไว้ได้ราวกับไม่ได้กำลังทำเรื่องผิดระเบียบอยู่ อาจารย์ชะงักไปนิด ก่อนเสียงฝีเท้าจะค่อยๆ ถอยห่างออกไป พร้อมกับเสียงปิดประตูห้องเก็บของที่ดังสนั่นตามมา *ปัง!* ความมืดกลับมาครอบงำอีกครั้ง แต่มินต์ยังคงยืนนิ่ง คินผ่อนลมหายใจยาวเหยียดแล้วก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง ทว่าความตึงเครียดไม่ได้จางหายไปตามเสียงปิดประตูเลยแม้แต่น้อย “นายปล่อยได้แล้วมั้ง!” มินต์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ เธอก็ปัดกระโปรงนักเรียนแก้เก้อ ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอับอายที่ต้องตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ “ใครใช้ให้มาจับมือฉันหัดฉวยโอกาสเหรอ ประธานนักเรียนผู้แสนดี!” คินหรี่ตามองเธอ แววตาเย็นชาคู่นั้นไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามเดิม “ถ้าฉันไม่ดึงเธอไว้ ป่านนี้คงยืนอ้าปากหวอให้อาจารย์เทศน์เรื่องแอบมาอู้ในห้องเก็บของไปแล้วมั้ง สมองมีไว้ทำอะไร หรือมีไว้แค่คิดหาเรื่องเถียงฉันไปวันๆ” “นี่นาย!” มินต์พุ่งเข้าประชิด นิ้วเรียวจิ้มอกอีกฝ่ายอย่างเหลืออด “ปากแบบนี้นี่มันน่าเอาเทปกาวแปะนัก! ถ้าไม่ใช่เพราะโครงงานบ้าๆ ของนาย ฉันต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้เหรอวะ งานกลุ่มวิชาประวัติศาสตร์สังคมที่นายเป็นคนต้นคิด กำหนดส่งมะรืนนี้ แต่ดูสภาพเราตอนนี้สิ! มันพังไม่เป็นท่าเพราะความเผด็จการของนายคนเดียวเลย!” บรรยากาศในห้องเก็บของอับทึบเดือดพล่านขึ้นมาทันที คินไม่ได้ถอยหนี เขายืนนิ่ง ปล่อยให้ปลายนิ้วของเธอจิ้มลงบนอกเสื้อ ทว่าสายตาที่มองกลับมานั้นคมกริบราวกับใบมีด “เผด็จการ?” คินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กดต่ำจนน่ากลัว “ฉันเรียกว่า ‘การบริหารเวลา’ ต่างหาก มินต์ เธอต่างหากที่เอาแต่ใจตัวเอง ข้อมูลส่วนที่เธอรับผิดชอบเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองยุค 90 มีแต่น้ำ ไม่มีโครงสร้างเชิงวิเคราะห์ที่อาจารย์ต้องการเลยสักบรรทัด จะให้ฉันเอาผลงานขยะๆ แบบนี้ไปรวมกับพาร์ทของฉันรึไง?” คำว่า ‘ขยะ’ เหมือนไม้ขีดไฟที่โยนลงบนกองน้ำมัน มินต์ชะงัก ตาโตขึ้นด้วยความโกรธที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ความกดดันสะสมจากทางบ้านที่คาดหวังให้เธอเป็นที่หนึ่งในทุกเรื่อง ผสมปนเปกับความเหนื่อยล้าจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำระเบิดออกมาในวินาทีนั้น “ถ้างานมันแย่นัก ทำไมไม่ทำคนเดียวไปเลยล่ะ!” เสียงของมินต์สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาขอบตา “นายมันก็เป็นแค่ไอ้หุ่นยนต์ที่สนใจแต่เกรดเฉลี่ยและหน้าตาทางสังคม ไม่เคยแคร์ความพยายามของคนอื่นเลยสักนิด! คิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหน ประธานคินผู้เพอร์เฟกต์!” คินชะงักไป ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าที่แดงก่ำและแววตาที่ไหวระริกของคนตรงหน้า รอยร้าวในความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ มาหลายสัปดาห์ บัดนี้ได้แตกหักลงอย่างสมบูรณ์ต่อหน้ากองแฟ้มเอกสารเก่าๆ เหล่านี้ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของคินอีก สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ชายหนุ่มหันหลังให้เธอกะทันหัน เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นสะพายไหล่ ท่าทางเย็นชาไร้เยื่อใยนั้นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกแย่ๆ ในใจของมินต์ให้ดิ่งลงเหว “ถ้าคิดว่าฉันมันบงการนัก และงานกลุ่มนี้มันไร้สาระนัก...” คินหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู มือหนาวางอยู่บนลูกบิด แต่ไม่ยอมหันกลับมามอง “ก็แยกกันทำซะ พรุ่งนี้ฉันจะเอาชื่อเธอออกจากสารบบกลุ่ม... เราต่างคนต่างส่ง” *แกร๊ก...* เสียงเปิดประตูพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าจากทางเดินด้านนอกสาดเข้ามาปะทะใบหน้าของทั้งคู่ คินก้าวออกไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้มินต์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความอึดอัดที่หนาแน่นจนหายใจไม่ออก หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาเงียบๆ บนแก้ม เธอยกมือขึ้นปาดมันออกอย่างแรงด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงชั้นหนังสืออย่างคนหมดแรง พัง... พังหมดแล้ว ทั้งความสัมพันธ์ ทั้งคะแนนเก็บ ทั้งความพยายาม มินต์หลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบกำลังกัดกินหัวใจ เธอกลับได้ยินเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่เดินสวนออกไปจากห้องนั้นหยุดชะงักลง ตามด้วยเสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องเก็บของที่อยู่ติดกับสวนหย่อมด้านนอก... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงของคิน... และไม่ใช่เสียงของอาจารย์ปกครองคนเมื่อครู่ เพราะเงาที่ทาบทับลงบนกระจกใส เป็นร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่เธอนึกไม่ถึงที่สุดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้! โปรดติดตามตอนต่อไป... *(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งรักของมินต์และคิน แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนที่ 7 นะครับ/ค่ะ) - ไอศกรีมมินต์ช็อก*
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%