“ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะฟ้องอาจารย์ใหญ่ว่านายแอบซ่อนเหล้าหมักไว้ใต้เตียง!”
เสียงหอบหายใจของมินต์ขาดเป็นช่วงๆ ร่างบางแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อแข็งของห้องเก็บของเก่าหลังหอพัก กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นมินต์จางๆ จากตัวเธอ ความมืดสลัวยามค่ำคืนทำให้เห็นเพียงเงาลางๆ ของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้า คินไม่ได้ถอยหนี เขากลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดอยู่บนแก้มนวล
“ฟ้องสิ… เอาเลย” เสียงทุ้มต่ำของประธานนักเรียนผู้ไร้พ่ายดังลอดไรฟัน มันไม่ได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าประหลาด “แต่เธอก็รู้นี่ ว่าคนที่จะซวยที่สุดไม่ใช่ฉัน… แต่เป็นเธอที่แอบเข้ามา ‘รื้อค้น’ ของส่วนตัวของคนอื่นในยามวิกาลแบบนี้”
มินต์กัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความทิฐิ แม้ในใจจะเต้นรัวราวกับกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันก็ตาม เธอกลอยตามองเลยไหล่กว้างของเขาไปด้านหลัง ความมืดมิดภายนอกห้องเก็บของว่างเปล่า ไม่มีเสียงฝีเท้าของใครอื่นนอกจากเสียงลมหายใจของคนตรงหน้า โธ่เว้ย! ไอ้บ้านี่มันจงใจหลอกให้เธอตกใจกลัวตั้งแต่แรกต่างหาก!
“นายมัน… ไอ้คนเจ้าเล่ห์!” เธอกระแทกเสียงใส่ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างผลักอกแกร่งเต็มแรงเพื่อให้เขาก้าวถอยหลังไป คินเซถอยไปสองก้าวอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเย็นชาตามเดิมราวกับหน้ากากที่ถอดไม่ออก
“เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแล้วไสหัวกลับห้องไปซะ มินต์” คินเอ่ยเสียงเรียบ พรางเอื้อมมือไปคว้าสวิตช์ไฟข้างประตู แต่ในจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของมินต์ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษรายงานเก่าๆ บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยมุมห้อง
มันคือสมุดปกหนังสีดำเข้มขอบทอง เล่มคุ้นตาที่เธอเห็นเขาถือติดตัวอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่เคยยอมให้ใครแตะต้อง… สมุดที่พกพาความลับบ้าบออะไรบางอย่างที่เขารักนักหนา
ด้วยสัญชาตญาณความแสบสันต์ที่เหนือกว่าเหตุผล มินต์พุ่งตัวผ่านร่างสูงโปร่งไปราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือเรียวคว้าหมับเข้าที่สมุดเล่มนั้นก่อนที่คินจะทันตั้งตัว
“เฮ้ย! ส่งคืนมานะ!”
คินหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก ตั้งแต่รู้จักกันมา มินต์ไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้แสดงอาการลนลานขนาดนี้มาก่อน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปากของสาวมั่นทันที “อุ๊ย! อะไรเนี่ย? ของลับเหรอคุณประธาน? หรือว่าเป็นจดหมายรักจากแฟนคลับสาวๆ ล่ะ?”
“มินต์! หยุดเล่นแล้วส่งมันมานี่!” คินพยายามพุ่งตัวเข้าไปแย่งคืน ร่างสูงโถมเข้าใส่จนมินต์เสียหลัก ทั้งคู่เซถล่มกลิ้งลงไปกองกับพื้นห้องฝุ่นตลบ สมุดเล่มนั้นหลุดจากมือกระเด็นไปไกล ทว่าในจังหวะที่มินต์พยายามยันตัวเองลุกขึ้น มือของเธอกลับปัดไปโดนลิ้นชักโต๊ะทำงานที่ไม่ได้ล็อกไว้ให้ร่วงหล่นลงมา เอกสารและสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ อีกหลายสิบเล่มกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องเก็บของทันที
คินคุกเข่าอยู่บนพื้น มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปเก็บสมุดเล่มสีดำขึ้นมาแนบอก สีหน้าของเขาในตอนนี้… ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง จองหอง หรือมาดนิ่งที่มคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว มันคือความเปราะบาง แตกสลาย และหวาดกลัวยิ่งกว่าเด็กน้อยที่ทำความลับสำคัญหลุดมือ
มินต์ชะงักค้าง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความโกรธและอารมณ์อยากเอาชนะเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อได้เห็นแววตาคู่นั้น แววตาที่เต็มไปด้วยภาระอันหนักอึ้งที่เขาแบกรับมันไว้คนเดียว
“คิน…” เสียงของมินต์อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยตั้งท่าจะหาเรื่อง ค่อยๆ เอื้อมไปแตะที่สันสมุดเล่มหนึ่งที่ตกอยู่ใกล้ตัว สมุดเล่มที่หน้าปกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นว่า *‘บันทึกความกดดัน - สัปดาห์ที่ 42’*
“บอกแล้วไง… ว่าอย่ามายุ่ง” คินพึมพำเสียงแหบพร่า เขาไม่สบตาเธอ ปลายจมูกโด่งรั้นขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความอัดอั้นตันใจ มือของเขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางเพื่อดึงสมุดออก แต่มินต์กลับกำมันแน่นขึ้น
“นายเป็นอะไรวะคิน?” มินต์ถามออกไปตรงๆ น้ำเสียงไม่มีร่องรอยของการประชดประชันหลงเหลืออยู่เลย “ทำไมต้องทำตัวเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวตลอดเวลาวะ? คนอื่นมองว่านายสมบูรณ์แบบ เพอร์เฟกต์ เป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียน… แต่ในนี้มันคืออะไรวะ?”
เธอพลิกหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่เปิดค้างไว้ด้วยความบังเอิญ ลายมือเป็นระเบียบแต่กดน้ำหนักหนักหน่วงจนกระดาษเกือบทะลุ บรรยายความรู้สึกเหนื่อยล้า ความกลัวที่จะทำพลาด ความคาดหวังจากครอบครัวที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก และคำว่า *‘ฉันเหนื่อยเหลือเกิน’* ที่ถูกเขียนซ้ำๆ นับร้อยครั้งจนเต็มหน้ากระดาษ
หัวใจของมินต์กระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก มันเหมือนกับภาพสะท้อนของตัวเธอเอง… เด็กสาวที่ต้องทำตัวเข้มแข็ง เพอร์เฟกต์ และไร้ที่ติ เพื่อแลกกับการได้รับการยอมรับจากพ่อแม่
“เธอไม่เข้าใจหรอก…” คินหลับตาลงช้าๆ หันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอเบ้า “คนอย่างเธอที่มีทุกอย่าง… จะไปเข้าใจอะไรกับความกดดันที่ถ้าตกลงมาแล้วจะไม่มีใครให้อภัยล่ะ”
“ใครว่าฉันไม่เข้าใจเล่า!” มินต์ตะคอกกลับเสียงดัง น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดไว้ในใจตลอดหลายปีพรั่งพรูออกมา “นายคิดว่าฉันอยากเป็นยัยตัวร้ายปากร้ายที่ใครๆ ก็หมั่นไส้นี่เหรอวะ?! นายคิดว่าฉันมีความสุขเหรอที่ต้องยิ้มรับคำชมบ้าๆ นั่น ทั้งที่ข้างในมันพังยับเยินไปหมดแล้วน่ะหะ?!”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจสะท้านของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนก้อง คินลืมตาขึ้นมองหน้าเธอ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงความตกตะลึงและประกายความเข้าใจบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มินต์ยังคงถือสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้แน่น ขณะที่คินค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือของเธอ เปลี่ยนเป็นปลายนิ้วอุ่นที่แตะลงบนหลังมือเธอเบาๆ สัมผัสที่ไร้การรุกราน แต่มันกลับทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
“มินต์… เธอ…”
ยังไม่ทันที่คินจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปึงปัง!
“เฮ้ย! ข้างในมีใครอยู่หรือเปล่า? ประจำตึกรายงานตัวด่วน!”
คินสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เพราะถ้ามีใครมาเห็นพวกเขาสองคนอยู่ในสภาพนี้… แถมยังมีสมุดความลับพวกนี้กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เรื่องใหญ่แน่!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง คินไม่รอช้า เขารวบเอวบางของมินต์เข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซเข้าปะทะกับแผ่นอกกว้าง แล้วดันร่างเธอกดติดกับมุมมืดหลังชั้นวางหนังสือเก่า พร้อมกับใช้ร่างสูงใหญ่ของตัวเองบังเธอไว้มิดชิด ลมหายใจของเขารดอยู่ใกล้ซอกคอเธอจนขนลุกซู่
ประตูดันถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทก แสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาในห้องเก็บของ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ… เรื่อยๆ… จนหยุดอยู่ตรงหน้าชั้นหนังสือที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ครับ - ไอศกรีมมินต์ช็อก
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 5
ความลับใต้โต๊ะ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!