"ไม่มีทาง ฉันไม่ทำงานกับหมอนี่เด็ดขาดค่ะอาจารย์!"
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำเงินเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักจนเกิดเสียงดังสะท้อนก้องห้องพักครู มินต์ยืนกรานตัวตรง สองแขนกอดอกแน่น ปลายนิ้วจิกลงบนท่อนแขนเสื้อนักเรียนจนเนื้อผ้าขึ้นรอยยับ ริมฝีปากเคลือบลิปมันสีพีชเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตที่ล้อมกรอบด้วยขนตายาวตวัดมองคนข้างตัวด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ตรงกันข้ามกับคนถูกพาดพิงอย่างสิ้นเชิง
คินนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม นิ้วเรียวยาวประสานกันอยู่บนหน้าตักอย่างสงบ เสื้อเชิ้ตนักเรียนสีขาวรีดเรียบกริบจนแทบจะบาดนิ้ว ปลอกแขนประธานนักเรียนสีแดงสดติดอยู่ที่ต้นแขนซ้ายอย่างไร้ที่ติ เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยราวกับรูปปั้นหินอ่อน ทว่าแววตาใต้กรอบแว่นสายตากลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—สายตาที่ไม่ได้มองเธอเป็นเพียง 'คู่ปรับตัวแสบ' เหมือนทุกวันอีกต่อไป
มันคือสายตาของคนที่เพิ่งปะติดปะต่อจิ๊กซอว์สำคัญในอดีตได้สำเร็จ... *เธอคนนั้น คือมินต์ในวัยห้าขวบ*
"ครูไม่ได้ขอความคิดเห็นนะพชรมนต์ ครูออกคำสั่ง" อาจารย์กานดา หัวหน้าฝ่ายวิชาการดันแว่นสายตาขึ้นพลางถอนหายใจยาว กวาดสายตามองนักเรียนหัวกะทิสองคนที่ยืนอยู่คนละขั้วความคิด "งานนิทรรศการวิชาการและวัฒนธรรมครบรอบห้าสิบปีของโรงเรียนปีนี้เป็นหน้าเป็นตาของพวกเรา บอร์ดบริหารต้องการผลงานที่ทั้งสร้างสรรค์และมีระเบียบวินัย คนหนึ่งกล้าคิดนอกกรอบแต่คุมยาก อีกคนหนึ่งเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วแต่ไร้ชีวิตชีวา... พวกเธอสองคนต้องดุลอำนาจกัน"
"แต่การจับเราสองคนมาขังไว้ในโปรเจกต์เดียวกัน มันไม่ใช่การดุลอำนาจค่ะอาจารย์ มันคือการจุดระเบิดเวลาชัดๆ!" มินต์เถียงกลับทันควัน ลมหายใจอุ่นร้อนพรูออกมาด้วยความขัดใจ
"ถ้าเธอไม่มั่นใจว่าจะควบคุมอารมณ์ตัวเองเพื่อทำงานส่วนรวมได้ ก็เซ็นใบสละสิทธิ์ตำแหน่งตัวแทนชมรมกิจกรรมไปซะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้อง คินไม่ได้หันมาสบตาเธอตรงๆ เขาเพียงแค่ปรายตามองแฟ้มเอกสารที่มินต์เพิ่งทุบลงไป "หรือว่า... เธอกลัวว่าจะทำงานออกมาได้ไม่ดีเท่ามาตรฐานของสภานักเรียน?"
"นายว่าใครกลัว?!" มินต์หันขวับไปประจันหน้า ดวงตาวาวโรจน์ "คิดว่าตัวเองถือตรายางสภานักเรียนแล้วจะวิเศษวิเศษมาจากไหนฮะ นายคินนภัทร? ฝีมือการจัดงานของชมรมฉันปีก่อนคนเข้าชมเยอะกว่าซุ้มวิชาการแห้งแล้งของนายตั้งสามเท่า!"
"คนเยอะ แต่เกินงบประมาณไปยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แถมเอกสารเบิกจ่ายล่าช้าไปสองสัปดาห์" คินสวนกลับด้วยข้อเท็จจริงสั้นกระชับ น้ำเสียงนิ่งสนิทจนน่าหมั่นไส้ "นั่นไม่ใช่ความสำเร็จ มินต์ เขาเรียกว่าการบริหารจัดการที่ล้มเหลว"
"นาย—!"
"พอได้แล้วทั้งคู่!" อาจารย์กานดาตบโต๊ะเบาๆ ตัดบทสงครามประสาทที่พร้อมจะปะทุ "สรุปตามนี้ คินดูแลโครงสร้างงบประมาณและภาพรวม มินต์ดูแลการแสดงและการประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ เย็นนี้เริ่มประชุมวางแผนงานแรกที่ห้องเก็บเอกสารสภานักเรียน ถ้าวันพรุ่งนี้แปดโมงเช้าครูยังไม่เห็นร่างโครงงานแรกบนโต๊ะ... ครูจะหักคะแนนจิตพิสัยของทั้งสองฝ่าย ยี่สิบคะแนนเต็ม แยกย้ายได้!"
มินต์ขบฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เธอคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมากอดแนบอกอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องพักครูไปโดยไม่คิดจะรอใคร
ทว่าจังหวะที่เดินผ่านร่างสูงโปร่ง กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นมินต์อ่อนๆ ประจำตัวเขากลับลอยมาแตะจมูก และชั่ววินาทีนั้น มินต์รู้สึกได้ชัดเจนว่าคินไม่ได้ขยับหนีเหมือนทุกที ฝ่ามือหนาของเขาขยับคล้ายจะเอื้อมมารั้ง แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะทิ้งลงข้างลำตัวตามเดิม
พิลึกคน... วันนี้หมอนั่นมองเธอแปลกๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว
***
สี่ทุ่มเศษ บรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารเก่าของสภานักเรียนเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าส่องสะท้อนโต๊ะไม้ยาวที่เต็มไปด้วยกองกระดาษ แผนผังอาคาร และเศษกระดาษโน้ตโพสต์อิทหลากสีสัน
มินต์นั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้หมุน ขมวดคิ้วมุ่นพลางจรดปลายปากกาไฮไลต์สีส้มลงบนกระดาษอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมหางม้าที่เคยมัดไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มหลุดลุ่ย ปรอยผมเคลียข้างแก้มเนียนที่ซับสีเลือดฝาดจากความเหนื่อยล้า เธอทำงานติดต่อกันมาเกือบสี่ชั่วโมงโดยไม่ยอมหยุดพัก เพียงเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าหาเรื่องตำหนิได้แม้แต่จุดเดียว
*ครืด... ครืด...*
โทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำหน้าอยู่ข้างข้อศอกสั่นสะเทือนเป็นจังหวะยาว มินต์เหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
*[ แม่: ผลสอบพรีเทสต์จำลองออกแล้วนะมินต์ คะแนนชีวะตกไปอยู่อันดับสี่ ถ้าเกรดยังทรงๆ แบบนี้ พอร์ตยื่นหมอคงต้องทิ้ง เลิกทำกิจกรรมไร้สาระแล้วโฟกัสหนังสือได้แล้ว อย่าให้แม่ต้องผิดหวังซ้ำสอง ]*
ข้อความบนหน้าจอปรากฏเพียงไม่กี่วินาทีก่อนจะดับลง แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในความรู้สึก ปลายนิ้วที่จับปากกาของมินต์เริ่มสั่นเทา ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอกลับสะดุดเป็นห้วงสั้นๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนซีดขาว ความกดดันมหาศาลที่แบกรับไว้ถาโถมเข้าใส่จนหน้าอกรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีหินผาทับไว้
เธอต้องสมบูรณ์แบบ... เธอจะพลาดไม่ได้... ทั้งเรื่องเรียน และงานบ้าๆ นี่
มินต์พยายามสูดหายใจลึก กะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้า แต่ความตึงเครียดกลับทำให้สมาธิที่ประคองไว้พังทลาย ปลายนิ้วที่ไร้เรี่ยวแรงเผลอปัดโดนแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราว
แก้วพลาสติกเอียงวูบ ของเหลวสีเข้มกำลังจะหกลงบนเอกสารสรุปแผนงานเพียงฉบับเดียว!
"ระวัง!"
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ขอบแก้วได้อย่างหวุดหวิดก่อนที่มันจะคว่ำลง น้ำกาแฟกระฉอกเปื้อนหลังมือขาวของคินเล็กน้อย แต่เอกสารสำคัญบนโต๊ะปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
มินต์สะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองคนที่เอื้อมตัวข้ามโต๊ะมาด้วยระยะประชิด ใบหน้าของคินอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ เธอเห็นแววตาตื่นตระหนกที่หาได้ยากยิ่งในดวงตาคมกริบคู่นั้น ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกที่อ่านไม่ออก
"ซุ่มซ่าม" คินเอ่ยเสียงเรียบ แต่ไม่ได้ปล่อยมือจากแก้วกาแฟ เขาดึงทิชชู่ออกมาเช็ดหลังมือตัวเองช้าๆ "ถ้างานนี้พังเพราะความประมาทของเธอ ฉันจะฟ้องอาจารย์กานดาจริงๆ แน่"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ" มินต์ตอบเสียงแผ่วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเปราะบางที่พยายามซ่อนไว้เผลอหลุดรอดออกมาทางน้ำเสียง เธอรีบดึงโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากระโปรง หลบสายตาคมปราบคู่นั้นทันที "ขอโทษแล้วกัน คืนนี้พอก่อนเถอะ ฉันจะกลับบ้าน"
เธอทำท่าจะลุกขึ้นเก็บของ ทว่ามือหนาของคินกลับยื่นมาช้อนข้อมือเธอไว้เบาๆ สัมผัสนั้นไม่ได้ออกแรงบีบบังคับ แต่มันกลับหยุดการเคลื่อนไหวของเธอได้อย่างน่าประหลาด
"มินต์"
คินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงประชดประชันของประธานนักเรียน ไม่ใช่น้ำเสียงเย็นชาที่เธอคุ้นเคย แต่มันเจือความอ่อนโยนบางอย่างที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
"อะไรอีกล่ะ..." เธอถามโดยไม่ยอมหันไปมอง พยายามดึงมือออก "จะบ่นอะไรก็รีบบ่นมา ฉันเหนื่อยจะเถียงกับนายแล้วนะ"
"ถ้าไม่ไหว ก็แค่วางลงบ้าง"
คำพูดสั้นๆ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับดังก้องในโสตประสาทของมินต์ ร่างบางชะงักงันไป คินปล่อยมือจากข้อมือเธออย่างสุภาพ ก่อนจะเลื่อนกล่องคุกกี้เนยสดที่วางอยู่ข้างกระเป๋าเอกสารของเขามาตรงหน้าเธอ—กล่องเหล็กสีฟ้าลายคุ้นตาที่เธอจำได้ว่าเขาไม่เคยพกขนมแบบนี้มาก่อน
"น้ำตาลตก จะทำให้คิดงานไม่ออก" คินขยับแว่นสายตา มองไปทางอื่นเหมือนแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ "กินซะ แล้วนั่งพักสักสิบนาที เดี๋ยวฉันเคลียร์ตารางงบประมาณส่วนที่เหลือเอง"
มินต์จ้องมองกล่องคุกกี้นั้นสลับกับใบหน้าด้านข้างของคิน ความทรงจำวัยเด็กบางอย่างที่เลือนรางวาบเข้ามาในหัวอย่างฉับพลัน... *กล่องคุกกี้ลายนี้ รสชาตินี้ เหมือนกับที่เธอเคยยื่นให้เด็กผู้ชายขี้แงคนหนึ่งที่หกล้มหัวเข่าแตกในสนามเด็กเล่นเมื่อสิบกว่าปีก่อน*
แต่คินเนี่ยนะ? ประธานนักเรียนจอมเฮี้ยบคนนี้จะไปเกี่ยวอะไรกับความทรงจำเลือนรางในวัยห้าขวบของเธอได้?
"นายไปเอากล่องนี้มาจากไหน?" มินต์ถามพลางหรี่ตาลง น้ำเสียงเริ่มระคนความสงสัย "ร้านเบเกอรี่โบราณตรงซอยสามปิดไปตั้งเจ็ดปีแล้ว กล่องลายนี้ไม่มีผลิตแล้วด้วยซ้ำ"
คินชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักขยับคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก เสียงโทรศัพท์ของคินที่วางอยู่บนกองแฟ้มก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าที่ทำให้สีหน้าของประธานนักเรียนมาดนิ่งเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที: **[ ผู้อำนวยการ (พ่อ) ]**
มินต์เห็นประกายความเจ็บปวดและหวาดหวั่นพาดผ่านดวงตาของคินเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะรีบกดตัดสายทิ้ง ทว่าแรงกดดันที่กระแทกกระทั้นกลับยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเขาไม่ต่างจากสิ่งที่เธอกำลังเผชิญ
ในจังหวะที่คินขยับตัวเพื่อเก็บของ สมุดบันทึกหนังเล่มหนาของเขาก็พลัดตกลงมาจากขอบโต๊ะ กระดาษด้านในเปิดอ้าออก เผยให้เห็นภาพถ่ายใบเก่าที่สอดซ่อนไว้ด้านหลังปฏิทินงาน... ภาพถ่ายโพลารอยด์ที่เริ่มซีดจางของเด็กผู้หญิงตัวเล็กแก้มกลมในชุดเอี๊ยมยีนส์ กำลังยื่นพลาสเตอร์ยาปิดแผลลายการ์ตูนให้เด็กผู้ชายตัวผอมที่นั่งร้องไห้อยู่บนม้านั่ง
และที่มุมล่างของภาพถ่ายใบนั้น มีลายมือหวัดๆ เขียนไว้ชัดเจนว่า: *'เด็กแสบของผม - 2012'*
ลมหายใจของมินต์ขาดห้วงไปทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่าเด็กผู้หญิงในภาพนั้นคือใคร... และเด็กผู้ชายที่กุมพลาสเตอร์ยาไว้แน่นในวันนั้น คือคนคนเดียวกับที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้!
ยังไม่ทันที่ความจริงอันน่าตกตะลึงจะได้หลุดออกจากปาก เสียงลูกบิดประตูด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนต้องหยุดหายใจ!
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและคอยลุ้นไปกับความป่วนของคู่นี้ จากใจ "ไอศกรีมมินต์ช็อก" ค่ะ
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 4
งานกิจกรรมที่ไม่ได้ขอ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!