สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 44

ความขัดแย้งกับพ่อแม่

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระทบกันเบาๆ บนโต๊ะอาหารยาวสไตล์ยุโรป แต่มันกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของคิน ราวกับเสียงค้อนของศาลที่กำลังเคาะพิพากษาโทษทัณฑ์ "ฉันบอกเธอเป็นร้อยรอบแล้วนะคิน ว่าตระกูลของเราไม่เคยมีที่ยืนให้กับเกรดที่ต่ำกว่าสี่จุดศูนย์ และยิ่งไม่มีทางมีที่ยืนให้กับเรื่องไร้สาระอย่างการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์บ้าๆ นั่นด้วย" น้ำเสียงของมารดาเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดโกน ทุกคำพูดถูกส่งออกมาด้วยความเรียบเฉยที่น่ากลัว มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวที่ระเบิดออกมา แต่มันคือความคาดหวังอันหนักอึ้งที่ถูกกดทับลงบนบ่าของเด็กหนุ่มมานานนับสิบปี จนกระดูกสันหลังแทบจะหักคอ คินนั่งตัวตรงแหน่วตามระเบียบวินัยที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่จำความได้ มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นอยู่บนตัก ข้อนิ้วขาวซีดเพราะแรงบีบ เขากำลังพยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวของร่างกาย ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบราวน้ำในบึงลึก ตอนนี้กลับไหววูบด้วยไฟคุโชนที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้เถ้าถ่านมาเนิ่นนาน "ผมไม่ได้ทำมันเล่นๆ นะครับ... เอ๊ย ไม่ใช่... ผมไม่ได้ทำมันเล่นๆ นะคะ... หมายถึง ผมไม่ได้ทำมันเล่นๆ ครับ..." คินเผลอหลุดคำพูดออกมาด้วยความประหม่าเมื่อสมองสับสนกับแรงกดดัน ก่อนจะรีบแก้ไขสรรพนามในใจเมื่อนึกถึงคำพูดติดปากของใครบางคนที่มักจะคอยกวนใจเขาอยู่เสมอ "อะไรนะ? ลูกพูดอะไรไม่รู้เรื่อง" ผู้เป็นพ่อละสายตาจากหนังสือพิมพ์ธุรกิจ เงยหน้าขึ้นมองบุตรชายด้วยแววตาดุจดิ่งเหว "นั่นไง ขนาดจะพูดกับพ่อแม่ยังสติหลุดลอย แล้วเธอจะไปเอาปัญญาที่ไหนมาสอบชิงทุนแพทย์ที่อเมริกาตามที่เราวางแผนไว้" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องอาหารอีกครั้ง บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟยามเย็นไม่ช่วยให้ผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย ภาพของมินต์ที่เคยยืนเท้าเอวเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความมั่นใจเมื่อตอนกลางวันผุดขึ้นมาในหัว ราวกับเป็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ส่องทะลุเข้ามาในห้องมืดทึบนี้ *'นายจะยอมให้คนอื่นขีดเส้นชีวิตให้ตลอดไปเลยหรือไง ประธานนักเรียนมาดนิ่ง!'* เสียงของหญิงสาวดังสะท้อนก้องอยู่ในความคิด คินสูดหายใจเข้าลึก ปอดของเขาพองโตด้วยความกล้าหาญที่เพิ่งรวบรวมได้เป็นครั้งแรกในชีวิต "ผมจะไม่ไปอเมริกาครับ" เสียงนั้นไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่มันหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวจนผู้เป็นพ่อถึงกับชะงัก ช้อนเงินในมือของมารดาหยุดค้างกลางอากาศ "เธอว่ายังไงนะ?" ผู้เป็นแม่วางช้อนลงเสียงดัง *เคร้ง* ใบหน้าเรียบตึงบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจเป็นครั้งแรก "ทบทวนคำพูดตัวเองใหม่อีกทีสิ คิน!" "ผมบอกว่าผมจะไม่ไปอเมริกา และผมจะไม่เรียนแพทย์ตามที่พ่อกับแม่ต้องการครับ" คินเงยหน้าขึ้นสบตากับบุพการีทั้งสองเป็นครั้งแรกในชีวิต เขามองตรงไปข้างหน้าโดยไม่หลบสายตา ความกลัวที่เคยเกาะกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเป็นอิสระอย่างประหลาด "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมทำทุกอย่างตามที่พ่อกับแม่ขีดเส้นไว้ สอบได้ที่หนึ่ง เป็นประธานนักเรียน เป็นเด็กดีที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อน... แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆ แล้วผมมีความสุขกับอะไร" "ความสุข? แกเอาความสุขไร้สาระนี่มาจากไหน!" ผู้เป็นพ่อตบโต๊ะอาหารเสียงดังลั่น ถ้วยชาสะเทือนจนน้ำชาสีอำพันกระฉอกออกมาเลอะผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด "แกเกิดมาเพื่อสืบทอดโรงพยาบาลและชื่อเสียงของตระกูลเรา ไม่ใช่มานั่งเพ้อเจ้อทำเรื่องไร้สาระแบบเด็กกะโปโล!" "เรื่องไร้สาระที่พ่อพูดถึง มันคือสิ่งที่ผมสร้างมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและหัวใจของตัวเองนะครับ!" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้ไม้สักราคาแพงถูกดันถอยหลังจนเกิดเสียงครูดกับพื้นดังแสบแก้วหู หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แต่อกข้างซ้ายกลับพองโตด้วยความรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือการกบฏครั้งแรกในชีวิตของประธานนักเรียนผู้แสนสมบูรณ์แบบ มารดานั่งนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ นางไม่เคยเห็นลูกชายคนนี้แสดงท่าทีแข็งกร้าวใส่มาก่อน ดวงตาคู่คมของคนเป็นแม่ฉายแววทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยว "เพราะผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม... ยัยเด็กเกเรคนที่ชื่อมินต์นั่นใช่ไหมที่เป่าหูแก!" คินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น แต่แทนที่จะปฏิเสธ รอยยิ้มจางๆ กลับระบายขึ้นบนมุมปากของเขาอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพใบหน้ายุ่งเหยิงเวลาที่มินต์โมโห ภาพดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้น และคำพูดคอยกระตุ้นเตือนสติในยามที่เขาไขว้เขว... ทุกอย่างมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอนาคตที่ถูกจัดวางไว้เสียอีก "ไม่ใช่เพราะใครอื่นหรอกครับ... แต่เป็นเพราะผมตื่นแล้วต่างหาก" คินตอบเสียงนิ่ง ทว่าแววตากลับเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด "ผมเคารพพ่อกับแม่เสมอนะครับ แต่ขอร้องเถอะครับ... ปล่อยให้ผมได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเองสักครั้งเถอะ" สิ้นคำพูดนั้น ความกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ ผู้เป็นพ่อลุกขึ้นยืนจ้องหน้าบุตรชายด้วยแววตาเย็นชาไร้เยื่อใย "ถ้าแกกล้าเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปเพื่อทำตามใจตัวเอง วันนี้ก็ถือว่าแกตัดขาดจากตระกูลเรา และไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับอากาศทั้งหมดในห้องถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ลมหายใจของคินสะดุดกึก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่คือเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตวัยรุ่นของเขา การตัดสินใจก้าวเท้าออกไปในวินาทีนี้ หมายถึงการสูญเสียทุกสิ่งที่เคยคุ้นเคย และเริ่มต้นใหม่ด้วยสองมือของตัวเอง คินมองหน้าพ่อและแม่สลับกัน ความลังเลใจฉายชัดขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนที่ภาพของโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เขาทุ่มเททำร่วมกับใครบางคนจะผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ ที่มักจะมาพร้อมกับคำพูดท้าทายเสมอ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ดึงเนกไทที่รัดคอแน่นออกเล็กน้อยเพื่อให้อากาศไหล "ครับ... ถ้าการเป็นลูกที่ดีในสายตาพ่อกับแม่ หมายถึงการต้องตายทั้งเป็นแบบนี้... งั้นผมขอเลือกทางเดินของผมเองดีกว่าครับ" คินหันหลังเดินก้าวฉับๆ ออกจากห้องอาหารโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย แม้เสียงเรียกด้วยความเกรี้ยวกราดจากมารดาจะดังไล่หลังมา แต่เขากลับรู้สึกเหมือนปีกที่ถูกพันDไว้นั้นเพิ่งได้รับการปลดปล่อยให้บินโผบินสู่ท้องฟ้ากว้าง เสียงปิดประตูบ้านดังสนั่นก้องสะท้อนในความมืดของค่ำคืน คินยืนอยู่ท่ามกลางสายลมอ่อนยามค่ำคืนที่พัดปะทะใบหน้า ความหนบหนาวเหน็บแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่น่าแปลกที่หัวใจกลับร้อนรุ่มและเต้นเป็นจังหวะของความอิสระอย่างแท้จริง มือหนายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย ปลายนิ้วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดเปิดหน้าจอเพื่อส่งข้อความหาใครบางคนที่อยู่ในหัวมาตลอดทาง *ครืดดด—* เสียงข้อความเข้าขัดจังหวะความเงียบ คินก้มลงมองหน้าจอ หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ *[มินต์]: อยู่ไหนเนี่ย? ประธานมาดนิ่ง... ฉันรู้ว่านายกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่อยู่ใช่ไหมล่ะ? ห้ามร้องไห้ขี้มูกโป่งเด็ดขาดนะยะ!* คินเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางความมืด ความอ้างว้างเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พิมพ์ข้อความตอบกลับ ประตูรั้วบ้านด้านหลังที่เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะข้างเคียงก็ถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดฮู้ดตัวโคร่งที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยแววตากวนประสาทที่เป็นเอกลักษณ์ "ไม่ต้องส่งข้อความมาหรอก... เพราะฉันยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วต่างหาก!" มินต์กอดอก ยิ้มมุมปากด้วยความเหนือกว่าเล็กน้อย "ว่าไงล่ะ... เด็กหนุ่มผู้หลุดพ้นจากกรงทอง จะไปหาอะไรกินฉลองความบ้าบิ่นครั้งแรกในชีวิตสักหน่อยไหมล่ะ นายมาดนิ่ง?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความกล้าหาญของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%