สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 41

ความพยายามรั้งเอาไว้

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“ถ้าถอยไปตอนนี้ ก็เท่ากับว่านายยอมแพ้ให้กับโชคชะตาที่ใครบางคนขีดเส้นไว้ให้แล้วนะ คิน!” เสียงของมินต์ดังสะท้อนก้องในห้องชมรมที่ปิดตาย กลิ่นอายของเอกสารเก่าๆ และฝุ่นละอองที่ลอยคว้างกลางอากาศดูจะหนักอึ้งขึ้นในทันทีที่เธอปาแฟ้มโครงการลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว เสียงกระทบของมันดังพอที่จะทำให้คนตรงหน้าชะงักฝีเท้า คินหยุดนิ่ง มือที่กำลังคว้าสายกระเป๋าเป้ค้างไว้เพียงครู่ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่า—ว่างเปล่าจนมินต์รู้สึกราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก “มันไม่ใช่การยอมแพ้ มินต์ แต่มันคือการยอมรับ” น้ำเสียงของคินราบเรียบไร้ความรู้สึก ราวกับบทเรียนที่เขาถูกบังคับให้ท่องจำมานับพันครั้ง “ฉันไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเองตั้งแต่วันที่ฉันก้าวเข้ามารับตำแหน่งนี้แล้ว และเธอเองก็น่าจะรู้ดีที่สุด ว่าคนอย่างฉันไม่มีที่ว่างสำหรับคำว่า ‘ความต้องการส่วนตัว’” มินต์หัวเราะร่า แต่เสียงนั้นสั่นเครืออย่างห้ามไม่ได้ เธอเดินเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยของเขายิ่งทำให้น้ำตาของเธอรื้นขึ้นมา “อย่ามาใช้เหตุผลจอมปลอมนั่นปิดบังความขี้ขลาดของนายเลยนะ นายแค่กลัว... กลัวว่าถ้าเลือกที่จะอยู่ต่อ นายจะต้องเผชิญหน้ากับความคาดหวังที่พังทลายของทุกคน แต่เคยถามตัวเองไหมว่าถ้าไป นายจะเหลืออะไรนอกจากเปลือกนอกที่ตายแล้ว!” คินไม่ตอบ เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่ามินต์กลับรุกคืบเข้าไปอีก เธอใช้มือคว้าปกเสื้อนักเรียนของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือไปเพียงเสี้ยววินาที เขาจะสลายกลายเป็นหมอกควันไปตลอดกาล “มินต์ ปล่อยมือ” เขาเตือน เสียงต่ำและกดดัน “ไม่!” เธอตะคอกใส่หน้าเขา ปากที่เคยด่าทอเก่งกาจเริ่มสั่นระริก “นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนดื้อรั้น งั้นวันนี้ฉันก็จะดื้อให้ดู! นายจะไปไม่ได้ถ้าฉันไม่อนุญาต ไม่ใช่ในฐานะประธานนักเรียนหรืออะไรทั้งนั้น แต่ในฐานะ... ในฐานะที่ฉันยังไม่อนุญาตให้นายหายไปจากชีวิตฉัน!” คินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ แววตาที่เคยเย็นชาฉายประกายร้าวรานออกมาเพียงชั่ววูบ เขามองใบหน้าของหญิงสาวที่เขามักจะคอยหาเรื่องแกล้งให้หัวหมุนอยู่ทุกวี่วัน ตอนนี้ใบหน้านั้นเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต “เธอไม่มีเหตุผลเลย” คินพึมพำ ก่อนจะยกมือขึ้นจับข้อมือของมินต์ มือของเขาอบอุ่นกว่าที่เธอคิดไว้เสมอ แต่มันเป็นความอบอุ่นที่กำลังจะกลายเป็นความหนาวเหน็บในใจเธอ “ฉันไม่ต้องการเหตุผล! ฉันต้องการแค่ให้นายอยู่ที่นี่!” เธอโพล่งออกมา พร้อมกับปล่อยโฮอย่างไม่อาย คินมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดที่แฝงลึกอยู่ใต้ท่าทีนิ่งขรึม เขาเอนตัวลงมาเล็กน้อยจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจของเขารดรินอยู่บนผิวแก้มของเธอ “มินต์... ถ้าฉันอยู่ที่นี่ สิ่งที่เธอต้องรับมือต่อจากนี้มันจะเลวร้ายกว่าที่เธอเคยเจอมาหลายเท่า เธอแน่ใจแล้วเหรอว่าเธอจะรั้งฉันไว้เพื่อเห็นฉันพังทลายไปพร้อมกับเธอ?” “ฉันไม่สน” มินต์ตอบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด “ถ้ามันจะพัง ก็ขอให้พังไปด้วยกัน นายอย่าได้คิดว่าจะหนีไปเสวยสุขในที่ที่ไม่มีฉันได้เด็ดขาด!” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ คินมองลึกลงไปในดวงตาที่ดื้อรั้นคู่เดิมที่เขามักจะพ่ายแพ้ให้เสมอ เขาค่อยๆ ผ่อนแรงมือที่จับไหล่ของเธอลง ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำมาก่อน... เขาวางกระเป๋าเป้ใบนั้นลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปึ้ก’ แล้วคว้ามือของมินต์มากุมไว้แน่นเสียจนคนฟังรู้สึกถึงจังหวะชีพจรที่เต้นไม่เป็นจังหวะ “ถ้าเธอเลือกแบบนี้ มินต์... ก็อย่ามาหาว่าฉันใจร้ายทีหลัง” คินพูดพลางก้มลงกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อน แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่รุนแรงจนเธอแทบยืนไม่อยู่ “เพราะถ้าฉันเลือกที่จะอยู่ต่อ... ฉันจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธออีก ต่อให้โลกทั้งใบจะลุกเป็นไฟก็ตาม” มินต์เบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปไกลกว่าที่เคยเป็นมา นี่คือคำสัญญาหรือคำขู่กันแน่ แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากถาม เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแรงจนทั้งคู่ผละออกจากกันแทบไม่ทัน “ประธานคะ! คุณแม่ของคุณโทรมาสายตรงจากต่างประเทศ บอกว่ารถที่มารับคุณกำลังจอดรออยู่ที่ประตูทางออกทิศเหนือ... ท่านกำชับว่าห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียวค่ะ!” เสียงของเลขานุการชมรมดังมาจากหน้าประตู มินต์หันไปมองคินด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่คินกลับนิ่งสนิท เขามองไปที่โทรศัพท์มือถือที่สั่นไม่หยุดบนโต๊ะ ก่อนจะมองกลับมาที่มินต์ที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า คินเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดรับสายช้าๆ ท่ามกลางความเงียบที่กดดันถึงขีดสุด “ครับแม่...” เขาขานรับด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบเหมือนหิมะ ก่อนจะหันมามองมินต์ สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างประหลาด ราวกับคนละคน “ผมขอเวลาอีกสิบนาที... เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ ผมจะมีเรื่องที่สำคัญกว่าเครื่องบินลำนั้นต้องสะสางให้จบเสียก่อน” เขาวางสาย กดปิดเครื่องแล้วโยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะก้าวเดินตรงมาหามินต์ที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป “ตอนนี้... ถึงตาเธอบ้างแล้ว มินต์” คินกล่าวพลางขยับยิ้มที่ทำให้มินต์รู้สึกหนาวสันหลัง “ในเมื่อเธอรั้งฉันไว้ได้สำเร็จ เธอก็ต้องรับผิดชอบต่อจากนี้ด้วย... ว่าทำไมเมื่อครู่ เธอถึงได้กล้าบอกว่า ‘ไม่อนุญาต’ ให้ฉันไป” เขาก้าวมาจนประชิดตัวเธออีกครั้ง ล็อกประตูห้องชมรมด้วยกลอนอันเก่าก่อนจะหันกลับมาประจันหน้า “บอกความจริงมา... มินต์” เขาขยับเข้ามาใกล้จนเธอไม่มีที่ให้ถอย “ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจทำอะไรที่ย้อนกลับไม่ได้อีกต่อไป” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 41 นี้ด้วยกันนะคะ ไอศกรีมมินต์ช็อกจะพยายามเขียนทุกตัวอักษรให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%