สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 51

มิตรภาพท่ามกลางความขัดแย้ง

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“ถ้าจะจ้องหน้ากันจนตัวจะทะลุขนาดนั้น แนะนำว่าให้ซื้อตั๋วเข้าโรงหนังแล้วนั่งจ้องตอนฉายตัวอย่างหนังเถอะค่ะ จะได้ไม่เปลืองพื้นที่หายใจของคนอื่นเขา” เสียงของ ‘ริน’ เพื่อนสนิทของมินต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสภานักเรียนที่ปกติควรจะเงียบสงัด แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยสมาชิกกลุ่มเพื่อนของทั้งสองฝ่ายที่มารวมตัวกันด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครอยากยอมรับว่า ‘จำใจ’ มินต์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *เคร้ง* เธอตวัดสายตาไปมองคินที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารงบประมาณชมรมอยู่ฝั่งตรงข้าม ฝ่ายนั้นไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อย แต่สันกรามที่ขบแน่นจนนูนเด่นชัดบอกให้รู้ว่าเขากำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อยู่เพียงใด “งบประมาณส่วนนี้ไม่ผ่านค่ะ” คินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเผด็จการแบบที่มินต์เกลียดนักหนา “ชมรมดนตรีไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินจ้างวิทยากรภายนอกในเมื่อพวกคุณมีทักษะระดับนั้นอยู่แล้ว” “นั่นมันข้ออ้างของคนขี้เกียจตรวจสอบเอกสารมากกว่ามั้งคะ ประธานคิน” มินต์สวนทันควัน เธอโน้มตัวไปข้างหน้าจนแผ่นหลังตึงเปรี๊ยะ สายตาของเธอคมกริบราวกับใบมีด “หรือจริงๆ แล้วที่ไม่อนุมัติ เพราะกลัวว่าถ้าชมรมนี้โดดเด่นขึ้นมา เก้าอี้ประธานที่นั่งทับอยู่มันจะร้อนจนนั่งไม่ได้คะ?” “มินต์!” เพื่อนๆ ในห้องอุทานขึ้นพร้อมกัน ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนมินต์และฝ่ายที่คอยระวังหลังให้คิน ต่างคนต่างขยับตัวด้วยความอึดอัด คินวางปากกาลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับมินต์ แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่มินต์คาดหวัง แต่มันกลับว่างเปล่าและลุ่มลึกจนมินต์รู้สึกหวิวในใจอย่างประหลาด เขาขยับตัวช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเงียบในห้องเริ่มกดทับลงมาเหมือนอากาศที่หายไป “ถ้าคิดว่าผมตัดสินใจด้วยอคติส่วนตัวแบบนั้น ก็เชิญตามสบายครับ” คินเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของมินต์ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวที่ผสมกับกลิ่นหนังสือเก่าๆ ของเขาทำเอามินต์ชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่ถ้าจะให้ผ่านงบ... ก็พิสูจน์ให้เห็นสิว่าทำไมมันถึงคุ้มค่า ไม่ใช่มานั่งปะทะคารมแบบเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้” “ไอ้คนเผด็จการ!” มินต์พึมพำ แต่ทว่าน้ำเสียงกลับแผ่วเบากว่าปกติ “เฮ้ย พอได้แล้ว!” บาส เพื่อนสนิทของคินที่มักจะทำตัวเป็นตัวกลางอยู่เสมอแทรกตัวเข้ามา “พวกแกจะเถียงกันไปถึงไหนวะ? มินต์... คิน... ตั้งแต่เปิดเทอมมาพวกแกทำลายบรรยากาศวงข้าวเย็นเราไปกี่รอบแล้ว? วันนี้พวกเราตั้งใจมานั่งกินข้าวกันดีๆ นะเว้ย” มินต์เม้มปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นที่แบกไว้ในใจเริ่มสั่นคลอน เธออยากจะเถียงต่อ แต่สายตาของเพื่อนๆ รอบโต๊ะที่มองมาด้วยแววตาที่เริ่มเปลี่ยนไป—จากความรำคาญเป็นความเห็นใจ—ทำให้เธอกลืนคำพูดลงคอ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกคนเห็นความพยายามของทั้งคู่ที่พยายามจะเอาชนะกัน แต่ลึกๆ แล้วทุกคนต่างรู้ดีว่าแรงจูงใจนั้นมันเกินกว่าแค่การเกลียดขี้หน้ากันธรรมดา มันคือการที่คนสองคน ‘มองเห็น’ ตัวตนที่เปราะบางของอีกฝ่ายผ่านกำแพงที่สร้างขึ้นมาป้องกันตัวเอง “ฉันแค่ต้องการความชัดเจน” มินต์พูดเสียงเบา หลบสายตาไปทางหน้าต่าง “ชีวิตที่ต้องแบกความหวังของที่บ้าน... มันเหนื่อยนะที่ต้องทำอะไรให้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา” บรรยากาศในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงแอร์ คินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มมองร่างเล็กที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยเมื่อเขาเห็นไหล่ที่ดูบอบบางนั่น “ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่เหนื่อย” คินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนทุกคนในห้องต่างหันมามอง เขาขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ มินต์โดยไม่สนสายตาใคร “ที่ผมเข้มงวด เพราะผมเองก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ทำผิดพลาดเหมือนกัน ถ้าผมปล่อยงบมั่วซั่ว ผมคือคนรับผิดชอบ แต่ถ้าเธอปล่อยให้งานดนตรีพัง... คนที่พังคือตัวเธอเองไม่ใช่เหรอ?” มินต์หันไปมองเขา แววตาสั่นระริก “เราต่างก็เป็นนักโทษของความคาดหวังนั่นแหละ” คินพูดต่อ “เลิกทำตัวเป็นศัตรูกันได้แล้วมั้ง มันเปลืองพลังงานชีวิตเปล่าๆ” ความรู้สึกในห้องเปลี่ยนไปจากความขัดแย้งเป็นความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เพื่อนๆ เริ่มชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของคนในกลุ่ม ความตึงเครียดที่เคยกั้นกลางเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยมิตรภาพที่กำลังเบ่งบานกลางความขัดแย้ง ทว่า ในขณะที่มินต์กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับคิน ประตูห้องสภานักเรียนก็ถูกเปิดผางออกโดยไม่มีการเคาะ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดัง *ตึก... ตึก... ตึก* จังหวะที่หนักแน่นและคุ้นเคยจนทำให้มินต์รู้สึกเย็นเยียบไปถึงไขสันหลัง ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาของเธอไม่ได้มองใครนอกจากมินต์ ผู้เป็นแม่ของมินต์กวาดตามองกลุ่มเพื่อนและคินด้วยสายตาเหยียดหยามก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “นี่หรือคะสังคมที่ลูกเลือก... สมควรแล้วที่คะแนนสอบวิชาเศรษฐศาสตร์ของแกถึงได้ตกลงมาขนาดนี้” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มินต์หน้าซีดเผือด เธอหันไปมองคินที่กำลังกำหมัดแน่นข้างตัว—ความลับที่มินต์พยายามปิดบังว่าแม่ของเธอไม่เคยยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น ถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าเพื่อนที่เธอกำลังเริ่มเปิดใจด้วย มินต์ลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทา เธอไม่เหลือพื้นที่ให้ซ่อนตัวอีกแล้ว และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอยังไม่ทันจะได้เห็นสีหน้าของคินเลยว่า... เขาจะผิดหวังในตัวเธอมากแค่ไหนที่เธอปิดบังเรื่องนี้มาตลอด ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางและกุมมือมินต์กับคินไว้จนมาถึงบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%