สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 52

ความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดกวนๆ

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“นายจะยืนจ้องกองเอกสารนั่นไปอีกนานแค่ไหนคะคิน ถ้ามันจะงอกออกมาเป็นลูกได้ นายคงไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำหน้ายักษ์ใส่แบบนี้หรอก” มินต์วางถ้วยโกโก้ร้อนลงบนโต๊ะไม้โอ๊กของห้องสภานักเรียน เสียงกระทบของก้นแก้วกับพื้นผิวไม้ดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับฟังดูดังก้องในความเงียบงันที่แสนอึดอัด คินละสายตาจากกระดาษรายงานงบประมาณกิจกรรมประจำปี เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิทตามแบบฉบับเจ้าชายน้ำแข็งที่ใครๆ ต่างเกรงขาม ทว่าลึกๆ ในดวงตาคู่นั้น มินต์กลับเห็นความเหนื่อยล้าที่เขามักจะซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเสมอ “คนไม่มีงานทำอย่างเธอ คงไม่เข้าใจหรอกมั้งว่าความรับผิดชอบที่ต้องแบกไว้บนบ่าน่ะ มันหนักหนากว่าการหาเรื่องป่วนประสาทคนอื่นไปวันๆ ขนาดไหน” คินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ทว่าแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่าย มินต์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต “อ๋อเหรอคะ? แล้วประธานนักเรียนสุดเพอร์เฟกต์ที่แบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเนี่ย เคยลองหัดวางมันลงบ้างไหม หรือว่ากลัวถ้าปล่อยมือแล้วจะกลายเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่ไม่มีใครหันมามองกันแน่” คินชะงักไปครู่หนึ่ง ปากกาหมึกซึมในมือหยุดเคลื่อนไหว เขามองจ้องหน้ามินต์ผ่านเลนส์แว่นสายตาที่ทำให้ใบหน้าของเขาดูคมคายขึ้นไปอีกขั้น มินต์เองก็ไม่ยอมหลบตา เธอเท้าคางมองเขาด้วยสายตาท้าทายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ บรรยากาศรอบตัวกลับดูเปลี่ยนไป ความขัดแย้งที่เคยเป็นดั่งพายุกลับเริ่มผ่อนคลายลงเหลือเพียงกระแสความรู้สึกที่ถักทอเข้าหากันอย่างประหลาด “ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะมินต์” คินเอ่ยเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา “รู้ตัวไหมว่านิสัยเถียงคำไม่ตกฟากของเธอเนี่ย มันน่ารำคาญพอๆ กับความคาดหวังของพ่อฉันเลย” “ถ้ามันน่ารำคาญขนาดนั้น ทำไมนายไม่ไล่ฉันออกไปตั้งแต่นาทีแรกที่เดินเข้ามาล่ะคะ” คำถามนั้นทำให้ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง คินไม่ได้ตอบในทันที เขาวางปากกาลงแล้วขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นมินต์เย็นๆ ที่ติดตัวหญิงสาวทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในอก คินเอื้อมมือไปเลื่อนแก้วโกโก้ที่มินต์ซื้อมาให้เข้ามาใกล้ตัว ก่อนจะจิบมันช้าๆ “เพราะถ้าฉันไล่เธอไป... ใครจะคอยมาสะกิดให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่จริงๆ นอกเหนือจากตัวเลขและตารางงานพวกนี้อีกล่ะ” ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนมาดนิ่งทำให้มินต์ถึงกับพูดไม่ออก หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอตั้งใจจะมาต่อล้อต่อเถียงเพื่อกวนประสาทเขาเหมือนทุกที แต่คำพูดที่แฝงไปด้วยความเปราะบางของคินกลับทำให้กำแพงในใจของเธอพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกผิดที่มักจะซ่อนอยู่ภายใต้ความมั่นใจจอมปลอมผุดพรายขึ้นมา มินต์รู้ดีว่าภายใต้หน้ากากประธานนักเรียนที่สมบูรณ์แบบ คินเองก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่กำลังอ่อนแอไม่ต่างจากเธอ “นายมันบ้า...” มินต์พึมพำ น้ำเสียงไม่ได้มีความเผ็ดร้อนเหมือนประโยคก่อนหน้า “บ้าที่เก็บทุกอย่างไว้คนเดียว แล้วก็บ้าที่มาพูดอะไรแบบนี้ให้ฉันได้ยิน” “แล้วเธอไม่บ้าหรือไงที่ยังวนเวียนอยู่รอบตัวคนที่เธอควรจะเกลียดที่สุด” คินย้อนถาม สายตาที่เขามองเธอนั้นเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชา แต่มันเต็มไปด้วยคำถามที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ “มินต์... ความเกลียดชังที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาน่ะ มันเริ่มจะไม่เนียนแล้วนะ” “ใครบอกว่าฉันพยายามสร้างคะ” มินต์เถียงกลับทันควัน แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ “ฉันก็แค่... ก็แค่หาความบันเทิงใส่ตัวไม่ได้แค่นั้นเอง” “ความบันเทิงที่ทำให้เธอต้องมานั่งเฝ้าฉันทำงานจนดึกดื่นแบบนี้เนี่ยนะ?” คินยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มแรกของวันที่ทำเอาหัวใจของมินต์เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เขาเอื้อมมือมาคว้ามือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแทรกซึมผ่านผิวหนังของเธอไปถึงหัวใจ “ปล่อยนะคิน! เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า...” “เห็นก็ดีสิ” คินขัดขึ้น น้ำเสียงเข้มขึ้นจริงจัง “คนจะได้เลิกถามสักทีว่าทำไมฉันถึงยอมให้ยัยตัวร้ายอย่างเธอปั่นหัวได้ทุกวี่ทุกวัน” บรรยากาศในห้องสภานักเรียนที่เคยดูเหมือนสนามรบ กลับกลายเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวของคนสองคนที่ต่างมีบาดแผลในใจ มินต์มองมือของตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือใหญ่ของเขา เธอนิ่งงันไปเมื่อตระหนักได้ว่าความรู้สึกที่เคยคิดว่าเป็นความเกลียดชัง แท้จริงแล้วมันอาจจะเป็นเพียงกลไกป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวดจากความรักที่เธอไม่เคยกล้าจะยอมรับ ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างดีที่สุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังก้องมาจากทางเดินหน้าห้อง ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น มินต์รีบชักมือกลับแทบไม่ทัน เธอและคินหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ ร่างสูงโปร่งของ ‘อาจารย์จิรวัฒน์’ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาสภานักเรียนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเกินกว่าปกติ ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีรอยยับยู่ยี่ราวกับถูกเปิดออกมาก่อนแล้ว อาจารย์หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของคิน สายตาคมกริบกวาดมองทั้งสองคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนกองรายงานของคินจนกระดาษกระจายเกลื่อน “ฉันเพิ่งได้รับรายงานเรื่องงบประมาณที่ผิดปกติในโครงการกิจกรรมฤดูร้อน” อาจารย์จิรวัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “และในฐานะประธานนักเรียน คิน... นายต้องเป็นคนตอบว่าทำไมลายเซ็นอนุมัติเงินก้อนนี้ ถึงเป็นของ ‘แม่ของเธอ’ ที่ไม่ควรจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสภานักเรียน!” คินหน้าซีดเผือดราวกับถูกตบหน้า มินต์มองซองเอกสารนั่นด้วยความมึนงง ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งเกิดขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อเธอเห็นชื่อบนเอกสารที่แนบมากับเงินก้อนนั้น... มันคือชื่อของคนในครอบครัวเธอเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและกุมมือมินต์กับคินไว้จนมาถึงบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%