“รุ่นพี่คินคะ... คือว่า... หนูชอบพี่ค่ะ!”
เสียงแหลมใสของเด็กสาวชั้นปีหนึ่งที่ยืนบิดตัวไปมาอยู่หน้าห้องสภานักเรียน เหมือนเสียงแตรที่ดังแผดก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน มินต์ยืนแข็งทื่ออยู่หลังบานประตูที่แง้มไว้นิดเดียว มือที่กำลังจะผลักเข้าไปเพื่อเอาเอกสารงานกิจกรรมไปส่งหยุดชะงักลงทันที
ฉันควรจะเดินเข้าไปตอนนี้ไหมนะ? หรือควรจะยืนฟังต่อไปว่า 'ท่านประธานมาดนิ่ง' ของโรงเรียนจะตอบรับคำสารภาพรักที่แสนจะใสซื่อนี้อย่างไร
คินนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน กองเอกสารที่เคยเป็นอาณาจักรของเขาดูจะกลายเป็นเพียงฉากหลังไปเสียสนิท ใบหน้าคมสันเรียบเฉยตามแบบฉบับเจ้าของฉายา 'น้ำแข็งเดินได้' ดวงตาคู่สีเข้มที่มักจะมองใครด้วยความเย็นชาคู่นั้นดูอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ขอบคุณนะ” น้ำเสียงของคินทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างเคย แต่มันช่างบาดหูคนแอบฟังอย่างฉันเหลือเกิน “แต่ตอนนี้ฉันยังไม่มีเวลาคิดเรื่องส่วนตัว และฉันก็... ไม่ได้มองใครเป็นพิเศษในเชิงนั้น”
โกหก... มินต์แอบแค่นหัวเราะในใจ กัดริมฝีปากจนรู้สึกถึงรสฝาดของเลือด ใครจะไปเชื่อว่าไอ้คนเจ้าระเบียบที่แม้แต่ปากกาก็ต้องวางให้ตรงขอบโต๊ะจะ 'ไม่มีใครในใจ'
“งั้น... ถ้าหนูพยายามให้มากกว่านี้ล่ะคะ?” เด็กสาวรุ่นน้องคนนั้นยังไม่ยอมแพ้ เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิด
ฉันไม่อดทนอีกต่อไปแล้ว มือที่ถือแฟ้มเอกสารกระแทกเข้ากับประตูเสียงดังสนั่นจนมันเปิดอ้าออกกว้าง สายตาสองคู่—คู่หนึ่งประหลาดใจ อีกคู่ตกใจ—ตวัดมามองที่ฉันพร้อมกัน ฉันเดินเชิดหน้าเข้าไปในห้องพลางปัดมือที่ถือแฟ้มไปมาเหมือนกำลังปัดฝุ่นที่มองไม่เห็น
“ขอโทษทีนะ พอดีฉันได้ยินว่ามี 'ขยะ' ขวางทางเดินเอกสารอยู่ เลยต้องรีบเข้ามาจัดการ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจิกกัดพลางเดินไปวางแฟ้มลงบนโต๊ะของคินแรงๆ จนปากกาบนโต๊ะเขากลิ้งตกลงพื้น
คินขมวดคิ้ว มือที่กำลังจะหยิบปากกาชะงัก เขาเงยหน้ามองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “มินต์ เธอมาทำอะไรที่นี่?”
“ก็เอาเอกสารมาส่งไง! หรือต้องรอให้ประธานนักเรียนผู้แสนยุ่งยุ่ง 'ทำธุระ' กับรุ่นน้องให้เสร็จก่อนถึงจะส่งได้?” ฉันประชดประชัน สายตากวาดมองเด็กสาวรุ่นน้องคนนั้นด้วยความรู้สึกที่เรียกไม่ถูก มันมีทั้งความหงุดหงิด ความหมั่นไส้ และอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นที่ฉันพยายามจะกดมันเอาไว้
เด็กสาวคนนั้นหน้าเสีย เธอรีบก้มหัวให้คินแล้ววิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงฉันกับคินที่จ้องตากันด้วยความเงียบที่กดดัน
“เธอเป็นอะไรของเธอ?” คินถามพลางลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งของเขาทำเอาพื้นที่ในห้องดูแคบลงไปถนัดตา
“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ นายไม่พอใจเหรอ?” ฉันกอดอก เชิดหน้าท้าทาย “อุตส่าห์ขัดจังหวะโปรเจกต์รักใสๆ ของนายไป น่าจะดีใจนะ เพราะดูจากหน้าตานายตอนเมื่อกี้ ก็ดูจะปฏิเสธไม่ค่อยเป็นนี่นา”
คินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่มีความสะอาดและเยือกเย็นแบบผู้ชายเจ้าระเบียบปะทะเข้ากับจมูกของฉัน ทำให้ฉันต้องถอยกรูดจนหลังชนกับชั้นวางหนังสือ
“เธอหึงฉันเหรอ?” คินถามเสียงนิ่ง ทว่าแววตาของเขากลับมีความวิบวับบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
“หึง? นายเอาความมั่นใจมาจากไหน!” ฉันแหวใส่ เสียงสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ “ฉันแค่เกลียดเวลาที่ใครมาทำให้บรรยากาศในโรงเรียนเสียด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้ก็เท่านั้น ประธานนักเรียนน่ะควรจะทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่มานั่งฟังคนสารภาพรักจนงานการไม่เดิน!”
คินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ต่ำและสั่นพร่า เขาขยับเข้ามาใกล้จนฉันไม่มีทางหนี มือใหญ่ของเขาเลื่อนมาวางบนชั้นวางหนังสือข้างหูฉัน กักตัวฉันไว้ในอ้อมแขนของเขาที่ไม่ได้สัมผัสตัวแต่กลับให้ความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง
“งั้นเหรอ?” เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกัน “แต่น่าแปลกนะ มินต์... ถ้าเธอไม่แคร์จริงๆ ทำไมต้องมือสั่นขนาดนั้นตอนวางแฟ้มลงบนโต๊ะฉันล่ะ?”
หัวใจของฉันเต้นรัวเหมือนกลองชุด มันเต้นแรงจนฉันกลัวว่าเขาจะได้ยิน ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความนิ่งเฉย แต่มันกำลังอ่านใจฉันออกหมดเปลือก
“ฉัน... ฉันแค่เกลียดนาย” ฉันกระซิบ เสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศ “นายเป็นคู่แข่งของฉัน นายเป็นไอ้คนชอบบงการ และที่สำคัญ... นายชอบทำตัวให้ฉันรู้สึกว่าฉันคุมสถานการณ์ไม่ได้”
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองลึกลงไปในตาของฉัน ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะเอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาหวิวแต่กลับทำให้ผิวหนังของฉันพองร้อน
“ฉันไม่เคยอยากเป็นคู่แข่งของเธอเลยนะ มินต์” คินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย “แต่ถ้าการเป็นคู่แข่ง... คือวิธีเดียวที่จะทำให้เธอหันมามองฉันบ้าง ฉันก็คงต้องยอมเป็นมันตลอดไป”
ฉันแทบจะหยุดหายใจ คำสารภาพที่ดูไม่เหมือนคำสารภาพนั้นทำให้โลกของฉันหมุนเคว้ง ฉันอ้าปากจะโต้กลับ แต่จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของคินที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้
คินถอนหายใจอย่างเสียดายก่อนจะผละตัวออกไปรับสาย ฉันยืนนิ่งอยู่ที่เดิม พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับมา แต่ทว่าสิ่งที่คินพูดหลังจากรับสายกลับทำให้หัวใจของฉันดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม
“ครับแม่... ได้ครับ ผมจะรีบกลับไปจัดการเรื่องคู่หมั้นที่แม่บอก... ใช่ครับ ผมพร้อมจะทำตามข้อตกลงแล้ว”
คินวางสายแล้วหันกลับมามองฉัน ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบอีกครั้ง เขาหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้บนเก้าอี้ขึ้นมาสวม “ขอโทษทีนะมินต์ เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้... ถือซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเถอะ ฉันมีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าความรู้สึกงี่เง่าพวกนี้”
เขาก้าวเดินผ่านฉันไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว ทิ้งให้ฉันยืนตัวชาอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสภานักเรียน
'คู่หมั้น' อย่างนั้นเหรอ?
ไอศกรีมมินต์ช็อกหวังว่าตอนนี้ทุกคนจะเริ่มเข้าใจแล้วนะคะว่าทำไมความสัมพันธ์ของมินต์กับคินถึงได้ยากเย็นนัก และแน่นอนว่าเรื่องราวในตอนหน้านั้น... จะทำให้คุณต้องตะลึงจนวางนิยายไม่ลงเลยทีเดียวค่ะ!
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 14
ความหึงหวงที่ไม่กล้ายอมรับ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!