"ถอยไป!"
เสียงหวานตวาดลั่นพร้อมกับแรงผลักที่อัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน มินต์ไม่สนใจสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยอำนาจของบิดาอีกต่อไป ในวินาทีที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลของประธานกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวคิน มือเรียวบางก็พุ่งไปคว้าข้อมือหนาของคนตัวสูงกว่าทันที แรงกดดันมหาศาลจากผู้เป็นพ่อทำให้หัวใจของเธอเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอำนาจของตระกูลตนเอง คือแววตานิ่งสนิทที่ไร้ความเกรงกลัวใดๆ ของคนที่ยืนอยู่ข้างกาย
คินยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งได้อย่างน่าประหลาด แม้ว่าบอดี้าร์ดร่างยักษ์อีกสี่คนจะก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออกของห้องสมุดเก่าหลังตึกเรียนเอาไว้จนหมดสิ้นแล้ว ดวงตาคมปลาบของเขาเหลือบมองมือบางที่สั่นเทาเล็กน้อยซึ่งกำลังกำข้อมือเขาแน่น ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับมินต์ ชั่วขณะหนึ่ง... ประกายความอ่อนโยนบางเบาไหววับอยู่ในนัยน์ตาสสีนิลคู่นั้น เป็นความอ่อนโยนที่มักจะซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากประธานนักเรียนเจ้าระเบียบเสมอ
"ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นครับ... คุณลุง" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและหนักแน่นพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา "และผมคิดว่า การใช้อำนาจคุกคามเด็กนักเรียนในเขตพื้นที่สถานศึกษา เป็นเรื่องที่ต่ำกว่ามาตรฐานของนักธุรกิจระดับแถวหน้าไปเสียหน่อยนะ"
"ไอ้เด็กปากกล้า!" เสียงทวิดต่ำลอดไรฟันของบิดามินต์บ่งบอกถึงความอดทนที่ขาดผึ่ง "แกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแค่ไหน ถึงกล้ามาต่อรองกับคนอย่างฉัน มินต์... กลับบ้านเดี๋ยวนี้!"
"ไม่! หนูไม่กลับ!" มินต์ก้าวเท้าขึ้นมาบังหน้าคินไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ส่วนสูงจะต่างกัน แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวชนิดที่ต่อให้เป็นพ่อก็ยังต้องชะงัก "ถ้าพ่อกล้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายนิ้ว หนูสาบานเลยว่าพ่อจะไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวคนนี้อีกตลอดชีวิต!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสมุดฝุ่นตลบชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของมินต์และเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องด้านนอก บิดามินต์ขบกรามแน่นจนสันนูน สายตาดุดันมองบุตรสาวสลับกับเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความชิงชังระคนประหลาดใจ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียม
"ดี... งั้นก็ลองดูว่าเธอจะปกป้องมันได้สักแค่ไหน!"
สิ้นคำสั่งนั้น บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก็พุ่งเข้ามาตะครุบตัวคินทันทีด้วยความรวดเร็วเกินกว่าเด็กมัธยมปลายทั่วไปจะตั้งตัวทัน แม้คินจะไหวตัวทันและพยายามปัดป้องอย่างเต็มที่ แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าและทักษะการต่อสู้ระดับมืออาชีพ ทำให้สถานการณ์พลิกผันในพริบตา
"คิน!" มินต์กรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นไหล่กว้างกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือเก่าจนฝุ่นตลบ คัมภีร์และตำราเรียนโบราณนับร้อยเล่มร่วงหล่นลงมาราวกับหิมะโปรยปราย
"หนีไป มินต์! อย่าสนใจผม!" คินตะโกนกลับมา เสียงของเขาขาดหายไปช่วงหนึ่งเมื่อหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ท้องน้อยจนร่างสูงต้องงอตัวลงด้วยความจุก แต่ดวงตายังคงมองตรงมาที่เธอ เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ระอุอยู่ข้างใน
"ไม่! ปล่อยเขานะ ไอ้พวกคนเลว!" มินต์สติหลุดกระเจิง ความโกรธความกลัวตีรวนจนเธอพุ่งเข้าทุบตีบอดี้การ์ดคนหนึ่งที่กำลังล็อกแขนคินไว้ ทว่าแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ มีหรือจะสู้แรงของชายฉกรรจ์ได้ ร่างบางถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปอย่างไร้ความปรานี สะโพกกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่อย่างจัง ความเจ็บแปล๊บวิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลังจนน้ำตาซึมออกมา แต่เธอกลับไม่สนใจความเจ็บปวดของตัวเองแม้แต่น้อย
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ดวงตาของคินเบิกกว้าง ความอดทนทั้งหมดพังทลายลงในเสี้ยววินาที
พลังฮึดเฮือกสุดท้ายถูกดึงออกมาจากสัญชาตญาณการปกป้อง คินสะบัดแขนหลุดจากการจับกุม พุ่งเข้ากระแทกบอดี้การ์ดคนใกล้ที่สุดล้มคว่ำไปพร้อมกัน ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้ามารวบร่างของมินต์ที่กำลังพยายามพยุงตัวลุกขึ้นมากอดไว้แนบอก
"เจ็บตรงไหนไหม..." เสียงทุ้มที่เคยนิ่งสนิท บัดนี้สั่นเครือและแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วเรียวที่มักจะถือปากกาตรวจเอกสารอย่างมั่นคง บัดนี้กำลังสั่นเทาขณะลูบไล้ไปตามเส้นผมและใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเธอ "มินต์... ตอบผมสิ เธอเจ็บตรงไหนรึเปล่า"
"ฉันไม่เป็นไร... นายต่างหาก คิน เลือดออกนี่!" มินต์สะอื้นไห้พลางใช้มือเลอะฝุ่นปาดคราบเลือดที่มุมปากของคนตรงหน้า หัวใจของเธอเจ็บแปลบยิ่งกว่าตอนกระแทกโต๊ะเสียอีกเมื่อเห็นรอยช้ำม่วงบนใบหน้าหล่อเหลานั้น
"ฉันไม่เป็นไรจริงๆ เด็กดื้อเอ๊ย..." คินยิ้มจางๆ ทั้งที่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยแผล เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาจากประธานนักเรียนจอมเฮี้ยบคนนี้
ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ท่ามกลางความโกลาหล เสียงตะโกนด้วยความตกใจของบอดี้การ์ดคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น
"ระวัง! ชั้นหนังสือข้างบนมันกำลังจะล้มลงมาแล้ว!"
ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผลคำเตือนนั้น โครงสร้างไม้สักโบราณขนาดมหึมาที่ถูกแรงกระแทกก่อนหน้านี้ ก็ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว น็อตตัวใหญ่ขาดสะบั้นทีละตัว น้ำหนักของหนังสือหลายร้อยกิโลกรัมกำลังโน้มเอียงลงมาทับจุดที่พวกเขายืนอยู่
ไม่มีเวลาให้คิด... ไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!
คินหันขวับมามองร่างบางในอ้อมแขนด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักร่างของมินต์ให้พ้นรัศมีอันตราย กระเด็นออกไปตกบนกองเบาะโซฟาเก่าที่มุมห้องได้อย่างปลอดภัย
*โครมมมม!*
เสียงไม้ลั่นและแรงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นหนาทึบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว ชั้นหนังสือขนาดยักษ์ล้มทับร่างของคินลงไปต่อหน้าต่อตาของมินต์ที่นอนตะลึงอยู่บนโซฟา
"ไม่... ไม่นะ! คินนนนน!"
เสียงกรีดร้องแทบขาดใจของมินต์ดังสะท้อนก้องห้องสมุดที่เงียบสงัดลง บิดามินต์และเหล่าบอดี้การ์ดต่างยืนนิ่งงิ่งด้วยความตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน มินต์ไม่สนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไป เธอลุกขึ้นวิ่งฝ่ากลุ่มควันและซากหนังสือมหาศาลอย่างบ้าคลั่ง สองมือเล็กๆ ขุดคุ้ยกองหนังสือและแผ่นไม้หนักอึ้งออกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด น้ำตาหลั่งรินอาบสองแก้มผสมกับเหงื่อและฝุ่นควัน
"คิน! ได้ยินฉันไหม คิน! อย่าเป็นอะไรนะ นายสัญญาแล้วนี่ว่าจะเถียงฉันไปจนจบปีการศึกษา!" มินต์ตะโกนเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่มเมื่อมือของเธอสัมผัสโดนปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของอีกฝ่ายใต้กองหนังสือหนาทึบ
และในความมืดมิดของกลุ่มควันและเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกนั้นเอง นิ้วมือที่เธอสัมผัสก็ขยับตอบกลับมาเบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอดออกมาจากซากปรักหักพัง
"อย่า... ร้องไห้... ยัยตัวร้าย..."
ไอศกรีมมินต์ช็อกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 49
เหตุการณ์ระทึกขวัญ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!