"หลบไปสิย่ะ!"
เสียงกระซíbลอดไรฟันของมินต์ดังขึ้นพร้อมกับแรงดึงแขนที่ทำเอาคินเซถลา ร่างสูงใหญ่ในชุดนักเรียนรีบทรุดตัวลงมุดหายไปใต้โต๊ะเลคเชอร์ตัวยาวอย่างไม่ทันตั้งตัว หนังสือเรียนเล่มหนาหลายเล่มเกือบคว่ำคะมำถ้าเขาไม่คว้ามันไว้ได้ทัน กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อเชิ้ตของคินลอยแตะจมูกมินต์ในระยะประชิด ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
ตึง! เสียงหนังสือตกลงบนโต๊ะดังสนั่นเหนือศีรษะของพวกเขา ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของบรรณารักษ์ห้องสมุดที่เดินตรวจความเรียบร้อยผ่านล็อกชั้นหนังสือไปอย่างเฉียดฉิว มินต์กลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตของมินต์เบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คินกำลังใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นโต๊ะไว้ ส่วนอีกข้างโอบประคองข้อศอกเธอไม่ให้ชนกับขาโต๊ะโดยสัญชาตญาณ
"เธอ... เกือบทำแผนพังหมดแล้วนะ มินต์" คินกระซิบเสียงต่ำ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มของเธอ สายตาที่ปกติมักจะเรียบนิ่งและเย่อหยิ่ง กลับฉายแววความกังวลระคนโล่งอกอย่างปิดไม่มิด
"ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายซวย ถ้าอาจารย์ฝ่ายวิชาการมาเห็นว่าประธานนักเรียนคนเก่งกับเด็กหลังห้องกำลังสุมหัวทำอะไรใต้โต๊ะแบบนี้ มีหวังชื่อฉันถูกประจานหน้าเสาธงแน่!" มินต์เถียงเสียงเบาแต่เฉียบขาด เธอพยายามจะขยับตัวถอยหนี แต่พื้นที่แคบๆ ใต้โต๊ะไม้ตัวเก่ากลับไม่เป็นใจเอาเสียเลย หัวเข่าของเธอชนเข้ากับเข่าของคินเต็มรัก จนเธอต้องสูดปากด้วยความเจ็บ
"อยู่นิ่งๆ ก่อนสิ ตัวก็แค่นี้ทำไมชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย" คินขมวดคิ้วมุ่น แต่เขากลับขยับตัวบังมุมอับสายตาให้เธออย่างแนบเนียน แผ่นหลังกว้างของเขาทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังจากสายตาของคนนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่าทางที่ดูเป็นผู้ปกป้องกลายๆ นี้ทำคอมินต์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างไร้สาเหตุ
ผ่านไปเกือบสองนาทีที่ราวกับยาวนานเป็นชั่วโมง เมื่อเสียงฝีเท้าข้างนอกเงียบหายไป คินจึงค่อยๆ คลานเข่าถอยหลังออกมาก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง แล้วยื่นมือหนามาให้มินต์
มินต์มองมือคู่นั้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้มีเหงื่อซึมอยู่ตามไรผม เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย ดึงดันที่จะลุกขึ้นยืนเองโดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือ แต่ความซุ่มซ่ามมักไม่เข้าใครออกใคร ข้อเท้าของเธอพลิกเล็กน้อยทำให้ร่างบางเซถลาจะล้ม คินไวเท่าความคิด มือหนาคว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด ดึงเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างของเธอ
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ...
ดวงตาคมกริบของคินมองลึกเข้ามาในดวงตาของมินต์ ภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นไม่มีความเยเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ระคนความดื้อรั้นของเจ้าตัวที่สะท้อนออกมา มินต์ลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลคำด่าทอเก่งกาจกลับว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอายความเป็นตัวตนของคิน กลิ่นกระดาษหนังสือเก่า และความอบอุ่นจากฝ่ามือที่โอบเอวเธอไว้ กำลังละลายกำแพงหนาที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดสิบเจ็ดปีทีละน้อย
"ปล่อยได้แล้วมั้ง..." มินต์กระซิบเสียงแผ่วเบa ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู เธอรีบผลักอกเขาออกเบาๆ แล้วก้าวถอยหลังไปสองก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่พลุ่งพล่าน
คินกระแอมเบาๆ เพื่อปรับเสียงให้เป็นปกติ เขาก้มลงหยิบสมุดบันทึกปกสีน้ำตาลขึ้นมาปัดฝุ่นออกอย่างทะนุถนอม มันคือสมุดสรุปเนื้อชาติติววิชาเศรษฐศาสตร์มหภาคที่ยากเลือดตาแทบกระเด็น ซึ่งเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดในวันนี้
"ถ้าเธอไม่ตั้งใจอ่านบทนี้จริงๆ ฉันคงไม่ต้องลำบากมาแอบลักลอบส่งโพยเธอถึงในห้องสมุดห้ามเสียงดังแบบนี้หรอกนะ" คินพูดด้วยน้ำเสียงติดจะดุ แต่มุมปากกลับหยักยิ้มบางๆ ที่แทบมองไม่เห็น
"ใครขอให้มาเล่า! ฉันอ่านเองได้น่า..." มินต์เชิดใส่ แต่สายตากลับเหลือบมองรอยปากกาไฮላይต์สีเหลืองและข้อความอธิบายยืดยาวด้วยลายมือระเบียบเรียบร้อยของคินที่เขียนแทรกไว้ทุกบรรทัด มันไม่ใช่แค่โพยหรือสรุปย่อธรรมดา แต่มันคือคำอธิบายที่ย่อยเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายด้วยภาษาที่เธอเข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งร้องไห้หน้ากองหนังสือเหมือนเมื่อคืน
เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกผิดแปลกบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก คินเป็นประธานนักเรียนผู้แสนเพอร์เฟกต์ คนที่ครูรัก เพื่อนยกย่อง และมีอนาคตที่ถูกขีดเส้นไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เขากลับยอมเอาชื่อเสียงและเวลาส่วนตัวมานั่งหลังขดหลังแข็งติวหนังสือให้เด็กเกเรอย่างเธอ คนที่มักจะสร้างปัญหาให้เขาปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวัน
"ทำไม... นายต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะคิน?" มินต์ถามเสียงเบาลง ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเหมือนถูกลดทอนลงเหลือเพียงความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในใจ "ฉันมันก็แค่ตัวปัญหาสำหรับนายไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันสอบตกแล้วก็พ้นๆ ไปซะ จะได้ไม่ต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้อยู่แบบนี้"
คินชะงักไปนิด เขาวางสมุดลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง เขาสบตากริบกับมินต์ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและจริงจังจนเธอนิ่งอึ้ง
"เพราะฉันไม่อยากเห็นเธอต้องแบกรับความกดดันจนร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว... เหมือนตอนที่งานโรงเรียนปีก่อน"
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนหนักๆ มาทุบลงกลางใจ มินต์ตัวชาวาบ ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น ความอ่อนแอที่เธอเกลียดนักหนa ถูกคินมองทะลุปรุโปร่งมานานแล้วโดยที่เธอไม่เคยรู้เลย
"นาย..."
"ฉันไม่ได้ทำเพราะหน้าที่ประธานนักเรียนนะ มินต์" คินก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ช้าๆ แต่มั่นคง สายตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เขาเก็บซ่อนมันไว้ภายใต้มาดนิ่งมาตลอด "แต่ฉันทำ... เพราะฉันแคร์เธอก็เท่านั้นเอง"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาบนผนังห้องสมุด มินต์รู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนกลับด้าน คำพูดที่เตรียมไว้จะเถียงหายวับไปกับตา หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าตอนที่กลัวบรรรักษ์จับได้เสียอีก
ก่อนที่มินต์จะทันได้ตั้งสติและเอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสมุด พร้อมกับเสียงพูดคุยของอาจารย์ฝ่ายปกครองที่กำลังเดินตรงมายังล็อกที่พวกเขายืนอยู่
"คิน! อยู่แถวนี้หรือเปล่า? ผู้อำนวยการเรียกพบด่วนเรื่องเอกสารงบประมาณชมรม!"
เสียงเรียกนั้นทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว คินหันไปมองทางต้นเสียงแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองมินต์ที่ยืนหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจรอบใหม่
คินตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาคว้าข้อมือของมินต์ไว้แน่น ดึงเธอให้ก้าวตามเข้าไปหลบหลังชั้นหนังสือแถวในสุดที่มืดและอับทึบกว่าเดิม ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันอีกครั้งในความมืดสลัว กลิ่นกายของคินและไออุ่นจากตัวเขาห้อมล้อมมินต์ไว้จนแทบหายใจไม่ออก
มือหนาข้างหนึ่งของคินเอื้อมขึ้นมาปิดปากมินต์ไว้เบาๆ เพื่อไม่ให้เธอส่งเสียงเล็ดลอดออกมา ส่วนใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอในระยะประชิดที่อันตรายที่สุด
เสียงฝีเท้าของอาจารย์ฝ่ายปกครองหยุดลงตรงหน้าทางเข้าล็อกชั้นหนังสือพอดี พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นลอยๆ
"แปลกแฮะ... เห็นเด็กๆ บอกว่าอยู่แถวนี้..."
มินต์เบิกตากว้างด้วยความลุ้นระทึก เธอเงยหน้าสบตากับคินในความมืด คินก้มมองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
และในวินาทีที่หัวใจของมินต์กำลังจะหลุดออกจากอกนั้นเอง นิ้วมือที่ปิดปากเธออยู่ก็ค่อยๆ เลื่อนออกอย่างช้าๆ แต่ปลายนิ้วอุ่นของเขากลับไล้เบาๆ ที่ริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงกระซิบกระชอนข้างใบหูที่ทำให้เธอลืมหายใจอย่างแท้จริง
"ถ้าอาจารย์จับได้ว่าเราแอบอยู่ด้วยกันตรงนี้... เธอเตรียมตัวรับโทษเป็นแฟนฉันไปตลอดเทอมนี้ได้เลยนะ มินต์"
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยสนับสนุน "ไอศกรีมมินต์ช็อก" มาโดยตลอดนะคะ*
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 36
ความทุ่มเทของคิน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!