"เลิกเพ้อฝันสักทีเถอะมินต์ เธอคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างเธอจะทำเรื่องแบบนี้ได้? การเต้นรำไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ใครจะลุกขึ้นมาสวมบทบาทนางเอกในฝันได้ง่ายๆ แค่เพราะอยากหนีความจริงในห้องสมุดน่ะ"
เสียงทุ้มต่ำของคินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องซ้อมเต้นส่วนตัว พื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมันสะท้อนเงาของทั้งคู่ที่ยืนเผชิญหน้ากัน กลิ่นอายของความเหนื่อยล้าผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของคนทั้งสองอบอวลไปทั่วห้อง แต่สิ่งที่ตึงเครียดกว่าคือดวงตาคู่คมของประธานนักเรียนที่จ้องมองมายังหญิงสาวด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าใจหาย
มินต์หยุดชะงัก รองเท้าบัลเล่ต์ที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยยันพื้นแน่นจนปลายนิ้วเท้าสั่นเทา เธอหอบหายใจหนักๆ อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
"คิน... นายพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม" เสียงของมินต์แหบพร่า แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามกักเก็บไว้
"ฉันพูดความจริง" คินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ท่าทางสุขุมเยือกเย็นตามแบบฉบับประธานนักเรียนผู้ไร้ที่ติ "เธอมีหน้าที่เรียนให้ได้เกรด A รักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ไม่ใช่มาเสียเวลากับความฝันเพ้อเจ้อที่แม้แต่ครูสอนเต้นยังส่ายหัวให้ การที่เธอพยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยวิธีนี้... มันดูน่าสมเพชมากกว่าน่าชื่นชมนะ"
คำว่า 'น่าสมเพช' ราวกับมีดโกนที่กรีดลึกลงบนหัวใจของคนฟัง มินต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน สิ่งที่เธอทุ่มเทมาตลอดสามเดือน ทั้งความเจ็บปวดจากการฝึกซ้อม การแอบหนีมาซ้อมหลังจากที่ครอบครัวกดดันให้ติวหนังสือจนดึกดื่น ทั้งหมดนั้นสำหรับเขา มันเป็นแค่ 'ความน่าสมเพช' งั้นหรือ?
มินต์หัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับสั่นเครือจนน่าใจหาย เธอเชิดหน้าขึ้น แม้หยาดน้ำตาจะร่วงเผาะลงบนแก้มเนียน "ที่นายพูดแบบนี้ เพราะนายไม่เคยมีความฝันที่เป็นของตัวเองใช่ไหมล่ะคิน? นายใช้ชีวิตตามกรอบที่คนอื่นวางไว้จนลืมไปแล้วว่าความสุขที่เกิดจากการทำตามหัวใจตัวเองมันเป็นยังไง นายมันก็น่าสมเพชไม่ต่างจากฉันหรอก แค่ต่างกันตรงที่นายไม่กล้าแม้แต่จะกระโจนออกมาจากกรงทองเหมือนที่ฉันกำลังทำ!"
"มินต์!" คินคำรามชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้จุดสำคัญ
"ทำไม? โดนพูดแทงใจดำเข้าหน่อยถึงกับทนไม่ได้เลยหรือไง?" เธอแค่นหัวเราะพลางถอยหลังหนี "ขอบใจนะคิน... ขอบใจที่ทำให้นึกขึ้นได้ว่าต่อให้ฉันพยายามมากแค่ไหน ในสายตาของคนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยอย่างนาย ฉันก็เป็นได้แค่นักเรียนที่ทำตัวเหลวไหลอยู่ดี"
มินต์หมุนตัวกลับ เธอคว้ากระเป๋าใบเก่งขึ้นสะพายไหล่ พยายามก้าวเดินให้มั่นคงที่สุดแม้ขาจะไร้เรี่ยวแรง เธอไม่หันกลับไปมองคนตัวสูงที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงอย่างคนหยิ่งทะนง แต่นั่นกลับเป็นความทรมานที่สุดในชีวิตของเธอ
คินยืนมองร่างบางที่เดินห่างออกไป ใจของเขากระตุกวูบเหมือนมีบางอย่างขาดสะบั้น เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรงขนาดนั้น เขาแค่... เขาแค่กลัว กลัวว่าเธอจะเจ็บปวดกับการพยายามที่ไร้จุดหมายเหมือนกับที่เขาเคยเจอ แต่คำพูดที่พ่นออกมากลับกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายคนสำคัญที่สุดในนาทีนี้ไปเสียแล้ว
เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความเงียบในห้องซ้อมเริ่มกัดกินหัวใจเขาจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเท้าออกไปตามเธอนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง
"ไม่ได้เจอกันนานนะ คิน... ดูท่าทางนายจะทำให้ 'ของเล่นชิ้นโปรด' เสียใจเข้าเสียแล้วสินะ"
เสียงเนิบนาบเยือกเย็นของผู้มาใหม่ทำให้คินตัวแข็งทื่อ เขาหันขวับไปมองที่หน้าประตู ร่างของคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้กำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตราลับเฉพาะของโรงเรียนเอาไว้
คินเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมืออีกฝ่าย เพราะเขาจำได้ดีว่านั่นคือบันทึกคะแนนลับที่ควรจะถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อวาน!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของมินต์และคินมาจนถึงบทนี้นะคะ - ไอศกรีมมินต์ช็อก
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 18
คำพูดทำร้ายใจ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!