“ถ้านายยังไม่ยอมหยุดทำหน้าตายเหมือนคนเพิ่งเสียมรดกแบบนั้น ฉันจะเทไอศกรีมรสนมเปรี้ยวที่นายเกลียดลงบนหัวนายจริงๆ ด้วยคิน!”
มินต์กระแทกถ้วยพลาสติกวางลงบนโต๊ะไม้ในห้องชมรมทำอาหาร เสียงดัง ‘ปัง’ จนเพื่อนๆ ที่แอบซุ่มอยู่หลังตู้เก็บอุปกรณ์ทำครัวถึงกับสะดุ้ง คินไม่ได้สะทกสะท้าน เขายังคงนั่งหลังตรงดิ่ง จัดระเบียบถุงแป้งให้เข้าที่ด้วยท่าทางเชื่องช้าจนน่าโมโห เขาสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองนาฬิกาบนผนัง
“เธอโวยวายเกินไปแล้วมินต์... ที่นี่คือห้องครัว ไม่ใช่สนามรบที่เธอจะเอาชนะด้วยการตะโกนใส่หน้าคนอื่น”
“อ๋อเหรอ? งั้นก็บอกมาสิว่าทำไมวันนี้ถึงเอาแต่เงียบ กะจะประชดที่ฉันชนะการแข่งขันทำขนมคราวที่แล้วหรือไง!”
มินต์กอดอก จ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นคู่ปรับตลอดกาลของเธอ คินในชุดผ้ากันเปื้อนสีสะอาดตายังคงดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แม้กระทั่งตอนที่เขากำลังหงุดหงิด เขาก็ยังเก็บอาการได้ดีจนน่าหมั่นไส้ แต่ใครจะรู้เล่าว่าภายใต้หน้ากาก ‘ประธานนักเรียนผู้ไร้ความรู้สึก’ นั้น กำลังมีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำอยู่ข้างใน
ขณะที่มินต์กำลังจะพ่นคำประชดประชันออกไปอีกระลอก ทันใดนั้น ไฟในห้องครัวก็ดับพรึบลงโดยไม่มีสัญญาณเตือน มินต์อุทานด้วยความตกใจและตามสัญชาตญาณ เธอรีบคว้าข้อมือของคินเอาไว้แน่น สัมผัสจากผิวหนังที่อุ่นระอุของเขาทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ! คิน... นายอยู่ตรงไหน!”
“ฉันอยู่นี่... และเธอก็เกาะแขนฉันแน่นเกินไปแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของคินกระซิบอยู่ใกล้หูเธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ความมืดมิดทำให้ประสาทสัมผัสอื่นของมินต์ทำงานหนักขึ้น เธอได้กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และกลิ่นแป้งอ่อนๆ จากตัวเขา
*‘เอาล่ะนะ... เริ่มแผนการได้!’* เสียงกระซิบเบาๆ ของก๊วนเพื่อนที่แอบซ่อนอยู่ดังแว่วมาตามลม ก่อนที่แสงไฟจากโทรศัพท์หลายดวงจะสว่างขึ้นพร้อมกัน เผยให้เห็นสมาชิกในกลุ่มชมรมทุกคนที่ยืนล้อมวงอยู่รอบโต๊ะ ตรงกลางโต๊ะมีกล่องของขวัญใบใหญ่และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่เขียนตัวอักษรสีแดงฉานว่า ‘เกมทายใจ’
มินต์รีบปล่อยมือจากคินราวกับโดนของร้อน ใบหน้าของเธอเห่อร้อนจนแทบจะระเบิด
“นี่มันเรื่องอะไรกัน! พวกเธอเล่นตลกอะไร!” มินต์หันไปตวาดเพื่อนๆ แต่ไม่มีใครถอยหนี
“ก็แค่เกมทายใจน่ะมินต์” เพื่อนสนิทคนหนึ่งยิ้มกริ่ม “กฎกติกาง่ายๆ... เราจะถามคำถามเกี่ยวกับความลับที่พวกเธอซ่อนไว้ ถ้าใครตอบไม่ได้ หรือโกหก... คนนั้นต้องยอมทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายหนึ่งข้อ”
คินขยับแว่นสายตา สายตาคมกริบของเขากวาดมองเพื่อนๆ รอบห้อง ก่อนจะหันมาหยุดที่มินต์ “ไร้สาระ ฉันมีงานค้างที่สภานักเรียน...”
“ถ้าหนีตอนนี้ แปลว่านายยอมรับว่านาย ‘กลัว’ คำตอบที่จะออกมาใช่ไหมล่ะ?” มินต์สวนกลับทันที ท้าทายด้วยแววตาที่เต้นระริก เธอจะไม่ยอมเสียหน้าในเกมนี้เด็ดขาด
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่เบาๆ “ก็ได้... จะให้เริ่มถามคำถามแรกเลยไหม?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดเป็นเส้นได้ เพื่อนคนหนึ่งหยิบการ์ดขึ้นมาอ่านด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คำถามข้อที่หนึ่ง... ในวันที่พวกเธอแกล้งทะเลาะกันหน้าหอประชุม สิ่งที่เธอทั้งคู่คิดอยู่ในใจจริงๆ คืออะไร?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัว มินต์เม้มปากแน่น เธอจำวันนั้นได้ดี วันที่เขามองเธอด้วยสายตาที่เธอนึกว่าเขาเกลียดชัง แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับเป็นคนที่เอื้อมมือมาดึงเธอให้พ้นจากทางเดินที่กำลังจะมีคนทำน้ำหกใส่
มินต์สบตาคิน คล้ายกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ คินมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้เย็นชาอย่างที่เคยแสดงออก แต่มันกำลังสั่นไหวราวกับพยายามอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่ท่วมท้นจนแทบจะปิดไม่มิด
“ฉัน...” มินต์เริ่มเสียงสั่น เธอพยายามมองหาทางเลี่ยง “ฉันคิดว่านายมันน่ารำคาญที่สุด...”
“โกหก!” เพื่อนๆ ประสานเสียงกัน
คินแค่นหัวเราะในลำคอ “งั้นตาฉันบ้าง... ถ้าเธอคิดว่าฉันน่ารำคาญ แล้วทำไมตอนที่ฉันล้มป่วยในวันค่าย... เธอถึงเป็นคนเดียวที่เอาข้าวต้มมาวางไว้หน้าประตูห้องฉัน ทั้งที่เธอเป็นคนพูดเองว่าไม่ว่าง?”
มินต์ชะงักไป ความลับที่เธอพยายามเก็บไว้ถูกเปิดเผยออกมากลางวงล้อม เพื่อนๆ ต่างส่งเสียงเชียร์และโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น มินต์รู้สึกเหมือนเลือดพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้า เธออยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ แต่คินกลับก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว ระยะห่างที่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้เธอต้องเงยหน้าสบตาเขา
คินยื่นมือออกไปราวกับจะแตะปลายคางของเธอ แต่มือเขาก็หยุดค้างไว้กลางอากาศ เขามองมินต์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“มินต์... ถ้าวันนี้เราจบเกมนี้ด้วยความจริงทั้งหมด เธอจะยังทำตัวห่างเหินแบบนี้อยู่อีกไหม?”
มินต์กลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอไม่เคยคิดว่าเกมที่พวกเพื่อนๆ จัดขึ้นจะบีบคั้นเธอได้ถึงเพียงนี้ และก่อนที่เธอจะได้ตอบคำถามที่สั่นคลอนหัวใจ ประตูห้องชมรมก็ถูกผลักออกอย่างแรง
เงาร่างของใครคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ใช่คนในกลุ่มเพื่อน แต่เป็นคนสำคัญที่มินต์ไม่อยากให้เห็นเหตุการณ์นี้ที่สุดในโลก
“ฉันไม่คิดเลยนะว่าที่นี่จะเป็นที่ที่เธอใช้เวลา ‘ทดลองงาน’ ประธานนักเรียนรุ่นใหม่ด้วยวิธีแบบนี้” น้ำเสียงเย็นเยียบของอาจารย์ฝ่ายปกครองดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด คินหันไปมองมินต์ด้วยสายตาที่ฉายแววกังวลทันที ขณะที่มินต์รู้สึกราวกับพื้นดินที่เธอยืนอยู่กำลังจะแยกออกจากกัน
ไอศกรีมมินต์ช็อกหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะใจเต้นแรงไปกับความรักที่กำลังถูกทดสอบของทั้งคู่นะคะ!
สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 33
เกมทายใจ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!