สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 27

โลกใบเดิมที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
"ถอยออกไปเดี๋ยวนี้ คิน... นี่มันพื้นที่ของฉันนะ" ฉันเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผ่นอกแกร่งที่ขวางทางอยู่หน้าตู้เก็บอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ในห้องคหกรรม กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งและวานิลลาที่มักจะทำให้ฉันผ่อนคลาย กลับกลายเป็นกลิ่นที่น่าอึดอัดที่สุดในวินาทีนี้ เมื่อคนตรงหน้าขยับเข้ามาจนแผ่นหลังของฉันชิดกับขอบตู้เย็นจนไร้ทางหนี คินไม่ได้ขยับถอยตามคำสั่ง เขาวางมือลงบนบานตู้ทั้งสองข้าง ขังฉันไว้ในกรงที่สร้างจากแขนของเขา แววตาสีเข้มที่ปกติจะเรียบเฉยเหมือนผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม วันนี้กลับมีประกายบางอย่างที่ฉันอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเหนื่อยล้า... และความอัดอั้นที่ทำเอาหัวใจของฉันกระตุกวูบ "พื้นที่ของเธอหรือพื้นที่ของโรงเรียนกันแน่ มินต์?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบเหมือนเช่นเคย แต่จังหวะการเว้นวรรคกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม "เธอทำพลาดไปสามรอบแล้วนะ วันนี้... ตั้งแต่เดินเข้าห้องมา เธอเอาแต่ทำน้ำตาลหก แล้วก็ทำตะกร้อมือร่วง เธอเป็นอะไรไป" "ฉันก็แค่... มือลื่น! แล้วนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ประธานนักเรียนอย่างนายต้องเอามาใส่ใจ ไม่ใช่หรือไง?" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ว่ามือที่ถือชามผสมจะสั่นจนแทบจะคุมไม่อยู่ คินก้มหน้าลงมาจนหน้าผากของเราเกือบจะชิดกัน ความร้อนจากลมหายใจของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนใบหน้ากำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่ใช่นายมาดนิ่งที่คอยแต่จะหักคะแนนความประพฤติของฉันเหมือนทุกครั้ง แววตาของเขาที่มองมามันลึกซึ้งจนฉันเผลอกลั้นหายใจ "ฉันใส่ใจ เพราะถ้าเธอไม่โฟกัส เธอก็จะเจ็บตัว" เขาพูดเสียงเบา มือหนาที่ดูแข็งกระด้างขยับมาแตะที่ข้อมือของฉันอย่างแผ่วเบาเพื่อแย่งชามผสมไปวางไว้บนโต๊ะ "เธอกำลังพยายามพิสูจน์อะไรอยู่มินต์? พยายามจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบเพื่อใคร? เพื่อพ่อแม่ของเธอ... หรือเพื่อจะหนีจากความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่ดีพอ" คำพูดของเขาเหมือนลูกธนูที่พุ่งทะลุทะลวงกำแพงน้ำแข็งที่ฉันพยายามสร้างขึ้นมานานนับปี ความลับที่ฉันไม่เคยบอกใคร ไม่เคยแม้แต่จะยอมรับกับตัวเอง ถูกเขาสัมผัสได้เพียงแค่การจ้องมองในไม่กี่วินาที "นายไม่มีสิทธิ์มาพูดเรื่องนี้" ฉันกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาร้อนผ่าว "นายมันก็แค่คนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้แบกความคาดหวังของคนทั้งโรงเรียนเอาไว้ นายต่างหากที่น่าสงสารกว่าฉัน นายเคยทำอะไรที่ใจนายอยากทำจริงๆ บ้างไหมคิน?" คินนิ่งไป แววตาที่เคยนิ่งสงบสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน "เธอคิดว่าฉันเป็นหุ่นยนต์งั้นเหรอ?" เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนฉันรู้สึกถึงอุณหภูมิร่างกายของเขาผ่านเสื้อผ้า "มินต์... ถ้าฉันเป็นหุ่นยนต์ ฉันคงไม่มานั่งจ้องมองเธอผ่านกล้องวงจรปิดทุกวันตอนเลิกเรียน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะกลับบ้านอย่างปลอดภัยหรอก" ลมหายใจของฉันสะดุดกึก โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องคหกรรมที่เคยมีแต่เสียงโวยวายของเราสองคน สายตาของเรายังคงประสานกันไม่ยอมหลบ ราวกับว่ามีกระแสไฟฟ้าบางอย่างวิ่งผ่านระหว่างเรา ความเกลียดชังที่เคยมีให้กันมันหายไปไหน? ทำไมสิ่งที่หลงเหลืออยู่ถึงกลายเป็นความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก จนฉันแทบจะหายใจไม่ออก "นาย... นายว่าไงนะ?" ฉันถามเสียงสั่น ความมั่นใจที่เคยมีติดตัวมาตลอดชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา คินถอนหายใจยาว แววตาของเขาเปลี่ยนไป เขาดูเหมือนคนที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะไม่ยอมซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไป เขาปล่อยมือจากบานตู้ แล้วขยับถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว แต่มือของเขากลับคว้าต้นแขนของฉันไว้เบาๆ เป็นการรั้งให้ฉันยังคงอยู่ตรงนี้ "ที่ฉันคอยตามจิกกัดเธอ ที่ฉันคอยหักคะแนนเธอ... นั่นน่ะ คือวิธีเดียวที่ฉันจะหาเรื่องคุยกับเธอได้โดยไม่ต้องแสดงออกว่าฉันสนใจเธอมากแค่ไหน" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไม่ต่างกัน "แต่ตอนนี้ ฉันไม่อยากเล่นเกมบ้าๆ นี่แล้ว" เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล แต่จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องคหกรรม "คิน! อยู่ในนี้เองเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่าเอกสารงบประมาณชมรมต้องรีบเซ็น!" ร่างของ 'นรินทร์' เพื่อนสนิทของคินก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มงานในมือ แต่เมื่อเขาเห็นสภาพเราสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกันในมุมอับ นรินทร์ก็หยุดชะงัก สีหน้าของเขากลายเป็นความตกใจปนงงงวย ก่อนที่เขาจะมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เกิดอะไรขึ้นวะ?" นรินทร์ถามพลางมองสลับไปมาระหว่างเรา "พวกนายสองคน... กำลังทำอะไรกัน?" คินค่อยๆ ปล่อยแขนฉัน แววตาของเขาที่มองฉันเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เขาสวมทับไว้เป็นหน้ากาก แต่ฉันรู้... ฉันรู้ดีว่าใต้หน้ากากนั้นมันไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้นเอง คินก็หันไปหาเพื่อนของเขาด้วยท่าทางที่ดูเย็นชาผิดปกติ ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "มินต์... พรุ่งนี้ที่งานเทศกาลโรงเรียน มาพบฉันที่ดาดฟ้าหลังเลิกเรียน" เขาพูดประโยคสั้นๆ ที่เหมือนระเบิดเวลา "ถ้าเธออยากรู้ความจริงทั้งหมดว่าทำไมฉันถึงเลือกที่จะเปลี่ยนไป... ก็อย่ามาสาย" เขาก้าวเดินผ่านหน้าฉันไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง โดยที่มีนรินทร์ยืนจ้องมองฉันด้วยความสงสัยสุดขีด ฉันยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ พลางนึกถึงนัดหมายในวันพรุ่งนี้... สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นบนดาดฟ้านั้น จะเป็นจุดจบของเรื่องราวกวนใจของเรา หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ฉันไม่เคยกล้าฝันถึงกันแน่? ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของยัยตัวแสบกับนายมาดนิ่งมาจนถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ! ไอศกรีมมินต์ช็อก
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับกวนใจ ยัยตัวร้ายกับนายมาดนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%