พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 14

สายสัมพันธ์ที่ไม่อาจปฏิเสธ

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่และกลิ่นกาแฟคั่วบดละเอียดลอยอบอวลไปทั่วบริเวณคาเฟ่เล็กๆ ย่านชานเมือง ทว่าบรรยากาศแสนอบอุ่นนั้นกลับไม่อาจซึมซับเข้าสู่ความรู้สึกของคีรินทร์ได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งขรึมกำลังจับจ้องร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังง่วนอยู่กับการระบายสีลงบนกระดาษแผ่นโต รินรดายืนอยู่ไม่ไกล หล่อนกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอุปกรณ์วาดภาพเพิ่มเติมให้ลูกชาย แววตาของหญิงสาวฉายความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด ทุกย่างก้าวที่คีรินทร์ขยับเข้าใกล้ "น้องรัน" หัวใจของคนเป็นแม่ก็กระตุกวูบด้วยความหวาดกลัว หล่อนไม่เคยคิดเลยว่า โลกใบนี้จะกลมจนน่าใจหาย สองปีเต็มๆ ที่หล่อนพยายามหนีให้พ้นจากเงาอดีตอันแสนเจ็บปวด ทว่าสุดท้ายโชคชะตาก็เหวี่ยงอดีตสามีผู้เคยเหยียบยยำหัวใจให้กลับมาวนเวียนอยู่ใกล้ชิด... โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเด็กน้อยตรงหน้าคือสายเลือดแท้ๆ ของเขาเอง "คุณป้าขา ดูนี่สิครับ น้องรันระบายสีไดโนเสาร์ตัวนี้เสร็จแล้วนะ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับที่เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ชายแปลกหน้าตัวโต รอยยิ้มบริสุทธิ์ไร้เดียงสาปรากฏบนดวงหน้าจิ้มลิ้ม ทว่าวินาทีที่คีรินทร์ได้สบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจแกร่งของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับกระชากวูbอย่างรุนแรง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง ดวงตานั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... และรอยยิ้มที่แม้จะต่างกันด้วยวัย แต่มันช่างสะท้อนเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กออกมาได้อย่างราวกับแกะ คีรินทร์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก เขาก้มตัวลงช้าๆ พยายามระงับอาการมือสั่นเทาที่ไม่อาจควบคุมได้ สายตาคมกวาดมองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างพิจารณาถี่ถ้วน ความคุ้นเคยบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น "หนู... ชื่ออะไรครับคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเย็นชา บัดนี้กลับสั่นพร่าอย่างน่าประหลาด "น้องรันครับ คุณแม่บอกว่ารันแปลว่าความสุข... แล้วคุณลุงชื่ออะไรหรือครับ ทำไมมองหน้าน้องรันนานจัง หน้าของน้องรันมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสาพลานใช้มือป้อมๆ ลูบแก้มตัวเองป้อยๆ ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคีรินทร์ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความเย็นชาที่เขาเคยสวมใส่เป็นเกราะกำบังมาตลอดสองปี เขารู้สึกผูกพัน... รู้สึกอยากโอบกอดเด็กชายคนนี้ไว้ในอ้อมแขนโดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก "น้องรัน... ชื่อเพราะจังครับ" คีรินทร์พยายามฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากผู้ชายอย่างเขา มือหนายื่นออกไปหมายจะสัมผัสกลุ่มผมนุ่มนิ่มของเด็กชายด้วยความเผลอไผล พรึบ! "ขอตัวนะคะน้องรัน ได้เวลาที่เราต้องไปกันแล้วค่ะลูก" ร่างบางของรินรดาก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับลูกชายอย่างรวดเร็ว หญิงสาวคว้ามือเล็กๆ ของน้องรันเข้ามากุมไว้แน่น แววตาที่มองมายังอดีตสามีเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด คีรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาคู่หวานที่คุ้นเคย แม้จะไม่ได้พบกันนานนับปี ทว่าความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในยามที่นึกถึงใบหน้านี้ยังคงชัดเจน รินรดาในวันนี้ดูเข้มแข็งและงดงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอ่อนหวานที่เคยมีถูกเคลือบไว้ด้วยเกราะกำบังที่ยากจะเจาะทะลวง และนั่น... ยิ่งทำให้ความสงสัยในใจของเขาทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว "ริน..." คีรินทร์พึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับคนละเมอ เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง สายตากวาดมองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริก "เธอ... หลบหน้าฉันมาตลอดสองปี เพื่อมาซ่อนตัวอยู่กับเด็กคนนี้อย่างนั้นเหรอ" "คุณกำลังพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น หล่อนกระชับมือที่จูงน้องรันแน่นขึ้น "เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้วนะคะคุณคีรินทร์ กรุณาให้เกียรติความเป็นส่วนตัวของเราด้วยค่ะ" "ไม่มีความเกี่ยวข้องกันงั้นเหรอ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไม่ได้รู้สึกขบขันตามไปด้วยเลย "ถ้าเราไม่เกี่ยวข้องกันจริงๆ แล้วทำไม... เด็กคนนี้ถึงหน้าตาเหมือนฉันราวกับแกะแบบนั้นล่ะ รินรดา!" ประโยคนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ปักฉึกเข้าไปกลางใจของคนฟังจนรินรดารู้สึกชาไปทั้งร่าง ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หล่อนไม่คิดว่าความลับที่พยายามปกป้องด้วยชีวิต จะถูกสายตาคมกริบของอดีตสามีสังเกตเห็นได้รวดเร็วเพียงนี้ "คุณ... คุณกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่ ลูกของฉันจะเป็นใคร หน้าตาจะเหมือนใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณทั้งนั้นค่ะ!" หล่อนเสียงแข็งปฏิเสธ ทั้งที่เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามไรผมด้วยความตื่นตระหนก "ไม่เกี่ยวอย่างนั้นเหรอ?" คีรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างคุกคาม กลิ่นกายหอมสะอาดที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูก ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นตัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อค้นหาพิรุธ "เด็กอายุประมาณสี่ขวบ... ช่วงเวลาที่เธอหายตัวไปจากชีวิตฉันมันก็ตรงกันพอดี รินรดา เธอคิดว่าฉันโง่มากนักหรือไง ถึงดูไม่ออกว่าเด็กคนนี้คือใคร!" "ปล่อยฉันนะคะ!" รินรดาพยายามเบี่ยงตัวหนีเมื่อวงแขนแข็งแรงเอื้อมมาคว้าข้อศอกของหล่อนไว้ หล่อนก้มลงมองลูกชายที่เริ่มมีสีหน้าหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ตรงหน้า "น้องรัน อย่ามองหน้านะคะลูก... เราไปกันเถอะค่ะ" "คุณแม่ขา... คุณลุงคนนั้นดุจังเลยครับ" น้องรันเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาใสซื่อ พร้อมกับซบหน้าลงกับชายกระโปรงของรินรดาเพื่อหาที่พึ่งพิง ภาพนั้นทำให้คีรินทร์รู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อท่าทีปฏิសธของหญิงสาวถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เขาก้มมองเด็กน้อยสลับกับใบซีดเผือดของอดีตภรรยา ความสงสัยกลายเป็นความแน่ใจที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ในสมอง "ต่อให้เธอจะปากแข็งปฏิเสธแค่ไหน รินรดา..." คีรินทร์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของหญิงสาว น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเต็มไปด้วยความดุดันและประกาศิต "แต่เลือดในกายของเด็กคนนั้น... มันฟ้องชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดแก้ตัวใดๆ ของเธอ" รินรดานิ่งงัง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งของชายหนุ่มเอื้อมมาเชยคางหล่อนขึ้นบังคับให้สบตา พร้อมกับคำพูดประโยคสุดท้ายที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น "ในเมื่อเธอพรากเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไปซ่อนไว้ถึงสองปี... นับจากวินาทีนี้เตรียมตัวรับการลงทัณฑ์จากฉันได้เลย รินรดา... เพราะฉันจะทวงคืนทั้งตัวเธอ และสิทธิ์ความเป็นพ่อของลูกเราคืนทั้งหมด!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเรื่องราวของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - **รสรินกลิ่นกำมะหยี่**
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%