กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางบนเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนตัวตรงหลังโต๊ะไม้สักทอง สายตาคมกริบทอดมองร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต ระยะห่างที่ถูกลดทอนลงเหลือเพียงคืบทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจาง ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของคีรินทร์—กลิ่นที่เคยทำให้เธอหลงใหลและเจ็บปวดเจียนตายในเวลาเดียวกัน
"คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันแบบนี้ค่ะ คุณคีรินทร์"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้อนความกรุ่นโกรธอยู่ภายใน รินรดายกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นกั้นกลางระหว่างเธอกับเขา ราวกับมันคือกำแพงน้ำแข็งบางๆ ที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจที่เคยแหลกสลาย
คีรินทร์ไม่ยอมถอยหลัง เขากลับก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคมปลาบสีสนิมคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาเศษเสี้ยวความอาลัยอาวรณ์ที่เคยเป็นของเขา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"พื้นที่ส่วนตัว? แต่ถ้าฉันบอกว่า... ฉันต้องการทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของฉัน รวมถึงตัวเธอด้วยล่ะ รินรดา"
น้ำทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันและความดุดันที่สั่งสมมานาน คีรินทร์ยื่นมือหนาออกไป ปัดแฟ้มเอกสารในมือเธอกระเด็นตกลงบนพื้นพรมอย่างไร้ใยดี ก่อนที่เรียนิ้วแข็งแรงจะคว้าเข้าที่ข้อแขนเรียวบาง รั้งร่างของเธอให้เข้ามาประชิดแนบชิดแผงอกกว้างโดยไม่มีช่องว่างให้ขัดขืน
"ปล่อยฉันนะคะ! เราหย่ากันขาดแล้ว และคุณก็เป็นคนเซ็นมันด้วยความเต็มใจเองไม่ใช่หรือไง!" รินรดาพยายามบิดข้อมือหนี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า
"ใช่... ฉันเป็นคนเซ็น" คีรินทร์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนริมฝีปากหยักเกือบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนเธอต้องสะท้านเฮือก "แต่ฉันเพิ่งรู้ตัวในวันที่สายไป... ว่าเอกสารแผ่นนั้นมันมีความหมายแค่กระดาษเปล่า ในเมื่อหัวใจของเธอกับดวงใจอีกดวง... ยังติดอยู่กับฉัน"
คำว่า 'ดวงใจอีกดวง' ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ใบหน้าหวานซีดเผือดลงชั่วขณะ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด—*เขาหมายถึงน้องรันอย่างนั้นหรือ?*
"คุณกำลังพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง!" เธอปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม
"ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ, ริน..." คีรินทร์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่แตะเบาๆ ที่ซอกคอหอมกรุ่นโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสันหลังจนขาแทบทรุด "เด็กผู้ชายคนนั้น... หน้าตาถอดแบบฉันมาไม่มีผิดเพี้ยน เธอคิดว่าความลับแบบนี้จะปิดบังหมาป่าอย่างฉันได้นานแค่ไหนกัน หื้ม?"
สัมผัสจาบจ้วงแต่แฝงด้วยความโหยหาทำให้รินรดายิ่งต้องกัดฟันกรอด ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่ตีตื้นขึ้นมากลบความหวาดกลัว เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักอกกว้างออกไปสุดแรง สองตาแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกจี้จุดอ่อน
"ใช่! น้องรันเป็นลูกของฉัน... แต่เขาไม่ใช่ลูกของคุณ!" รินรดากรีดร้องออกมาในที่สุด น้ำตาที่กลั้นไว้หยดเผาะลงมาอาบแก้ม "ในวันที่ฉันอุ้มท้องเขาอย่างไร้ที่พึ่ง คุณอยู่ที่ไหน? ในวันที่ฉันเจ็บปวดเจียนตายเพราะความเย็นชาของคุณ คุณกำลังกกกอดอยู่กับผู้หญิงคนอื่น! ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อลูกของฉันด้วยซ้ำ!"
ความจริงที่ถูกระเบิดออกมาทำให้คีรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ตีกลับ แต่นั่นยิ่งทำให้ความดุดันและสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพุ่งพล่านถึงขีดสุด
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำมืดสนิทราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง "งั้นก็ลองดูว่า ผู้ชายคนนี้จะมี 'สิทธิ์' หรือไม่... บนเตียงนี้ และในชีวิตของพวกเธอสองแม่ลูก!"
สิ้นคำประกาศิต ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้เปล่งเสียงปฏิเสธแม้แต่ครึ่งคำ แรงบดขยี้ที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความโกรธขึงทำให้รินรดารู้สึกหายใจไม่ออก มือบางทุบตีลงบนอกแผงกว้างเพื่อประท้วง แต่คีรินทร์กลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวเหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
รสจูบที่เปลี่ยนจากความป่าเถื่อนเป็นความลึกซึ้งเร่าร้อน คีรินทร์ขบเม้มริมฝีปากนุ่มของเธออย่างลงทัณฑ์ ปลุกเร้าไฟสวาทที่ทั้งสองต่างพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้กำแพงแห่งความเกลียดชัง ลิ้นร้อนชุกชนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความคุ้นเคยในสัมผัสและกลิ่นกายของอดีตสามีทำให้เกราะป้องกันที่เธอสร้างมาแรมปีพังทลายลงทีละน้อย เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปในลำคอแกร่ง เมื่อสัมผัสจากมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดทำงานอย่างอาจหาญ
เพลิงพิศวาสที่โหมกระหน่ำขึ้นท่ามกลางรอยร้าวและหยาดน้ำตา ทำให้ค่ำคืนนี้ไม่อาจย้อนกลับไปจุดเดิมได้อีกต่อไป...
ในขณะที่ทั้งสองกำลังหลอมรวมลมหายใจเข้าหากันอย่างไร้ทางหลีกหนี เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบที่ตะโกนเรียกเข้ามาด้วยความคุ้นเคย
"คุณแม่ครับ... คุณแม่ขา คุณลุงใจดีคนนี้บอกว่ามีขนมอร่อยๆ จะให้รันกินด้วยครับ!"
รินรดาร่างกายแข็งทื่อทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกใส และพบกับร่างสูงสง่าของ 'ใครบางคน' ที่เธอกลัวที่สุดกำลังยืนจูงมือน้องรันอยู่ด้านนอก... บุคคลที่ถือผลตรวจ DNA ฉบับจริงอยู่ในมือ!
- รรสรินกลิ่นกำมะหยี่ -
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 15
รอยร้าวในกำแพงน้ำแข็ง
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!