พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 16

สงครามประสาท

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นหอมกรุ่นของพายแอปเปิ้ลอบใหม่ลอยกรุ่นอบอวลไปทั่วห้องรับแขกขนาดกะทัดรัด ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เมื่อรินรดายืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและกรุ่นไอความไม่พอใจอย่างชัดเจน ขณะจ้องมองร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดลำลองเนื้อดีที่กำลังก้าวเข้ามาในอาณาเขตความเป็นส่วนตัวของเธออย่างหน้าตาเฉย "คุณเข้ามาได้ยังไง คีรินทร์" น้ำเสียงของหญิงสาวราบเรียบ ทว่าสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ "ที่นี่ไม่ใช่บ้านของคุณ และเราตกลงกันชัดเจนแล้วว่าต่างคนต่างอยู่" คีรินทร์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อท่าทีผลักไสไล่ส่งนั้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เธอมองว่ามันช่างกวนประสาทเสียเหลือเกิน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยท่าทีผ่อนคลาย ราวกับกำลังสำรวจรีสอร์ทตากอากาศชั้นดี ไม่ใช่บ้านเช่าราคาประหยัดของอดีตภรรยาที่เขาเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย "ประตูรั้วไม่ได้ล็อกครับ... เอ๊ย ไม่ได้, ลืมตัวไปหน่อย" คีรินทร์แก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาคมกลาตันที่จ้องเขม็งมา "ฉันหมายถึง ประตูมันเปิดอยู่ ผมแค่เดินเข้ามาตามประสาเพื่อนบ้านใหม่ที่อยากจะผูกมิตรก็เท่านั้นเอง" "เพื่อนบ้าน?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเหลืออด "คุณซื้อบ้านหลังตรงข้ามฉัน เพียงเพราะต้องการมาเล่นเกมประสาทบ้าๆ เนี่ยนะ? คุณว่างมากนักหรือไง คีรินทร์ ถึงได้เอาเวลาชีวิตมาทุ่มเทกับการตามราวีฉันแบบนี้" "ผมไม่ได้ราวี ริน..." คีรินทร์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้รินรดาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางของเบาๆ แต่เธอยังคงเชิดหน้าสู้ สายตาแข็งกรวด "ผมแค่มารับผิดชอบหน้าที่เพื่อนบ้านที่ดี... อบขนมมาต้อนรับ หรือบางทีอาจจะมาขอแบ่งปันน้ำตาลสักถ้วยสองถ้วย" "ที่บ้านคุณมีทุกอย่างพร้อมสรรพ ยิ่งกว่าห้างสรรพสินค้าเสียอีก อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นกับฉันนะ!" รินรดาตวาดเสียง Lเบา แต่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอกลัว... กลัวเหลือเกินว่าความใกล้ชิดที่เขากำลังจงใจสร้างขึ้น จะสั่นคลอนกำแพงความเข้มแข็งที่เธอใช้หยาดน้ำตาและเลือดเนื้อสร้างมันขึ้นมาตลอดสี่ปีเต็ม ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงเจื้อแจ้วก็ดังขึ้นจากทางเดินหลังบ้าน "คุณแม่ฮะ! กลิ่นอะไรหอมจังเลย น้องรันหิวแล้ว..." ร่างป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องรับแขก ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อราวกับพิมพ์เดียวกัน ร่างเล็กหยุดชะงักกะทันหันเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้าแปลกถิ่นยืนอยู่ร่วมห้อง ร่างป้อมหลบไปซ่อนหลังชายกระโปรงของมารดาโดยสัญชาตญาณ ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงช้อนขึ้นมองคีรินทร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น คีรินทร์ชะงักงัน ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามเมื่อได้สบตาเข้ากับดวงตาคู่เล็กที่สะท้อนเงาของเขาเองอย่างชัดเจน หัวใจที่เคยด้านชาและไร้ความรู้สึกมาเนิ่นนาน กลับกระตุกวาบอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ เด็กคนนี้... หน้าตาเหมือนเขายังกะแกะ ข้อมูลที่สืบมาว่ารินรดามีลูกชายวัยสี่ขวบแล่นเข้ามาในหัว ทว่าการได้มาเห็นด้วยตาเนื้อในระยะประชิดเช่นนี้ มันทรงพลังเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย รินรดารuลนลาน รีบย่อตัวลงอุ้มร่างของลูกชายเข้าสู่อ้อมอกทันที พร้อมกับใช้มือเรียวเล็กโอบกอดปกป้องร่างน้อยไว้แนบอก สีหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความตื่นตระหนกฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวยที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวงสุดขีด "น้องรัน... ไปเล่นในห้องก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่เอาพายไปให้ทาน" เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด คีรินทร์ก้าวเข้ามาอีกก้าว สายตาคมกาลจดจ้องไปยังเด็กน้อยในอ้อมแขนอดีตภรรยาไม่วางตา หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ความสงสัยที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความจริงอันน่าตกตะลึงที่กระแทกกระทั้นเข้ามาในโสตประสาท เด็กชายคนนี้... คือสายเลือดของเขาอย่างแน่นอน "ริน..." คีรินทร์เอמהชื่ออดีตภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันทั้งแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนยากจะทานทน "นี่... ลูกของเราใช่ไหม?" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอกระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าชายตรงหน้าจะเข้ามาแย่งชิงโซ่ทองคล้องใจดวงเดียวคนนี้ไปจากอก "ไม่ใช่! เขาไม่ใช่ลูกของคุณ!" รินรดาโกธรจนตัวสั่น เปล่งเสียงปฏิเสธออกไปสุดเสียงเพื่อปกป้องสิ่งที่เธอรักที่สุด "ลูกของฉันไม่มีพ่อ! และเขาไม่มีวันเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณทั้งนั้น!" คีรินทร์นิ่งอึ้งไปกับคำปฏิเสธนั้น ทว่าแววตาของเขากลับไม่เชื่อถือเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทอย่างเมื่อครู่ หากแต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าผู้เจอเป้าหมายที่ไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ "โกหกไม่เนียนเลยนะริน..." คีรินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดถอยหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความดุดดันและเจ้าเล่ห์ "หน้าตาถอดแบบผมมาขนาดนี้ ต่อให้เธอเอาช้างมาฉุด ก็ปฏิเสธความจริงข้อนี้ไม่ได้หรอก..." นิ้วแกร่งเอื้อมออกไป หมายจะแตะปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของเด็กน้อยในอ้อมแขน แต่มือเรียวของรินรดากลับปัดออกอย่างแรงด้วยความเกรี้ยวกราด "อย่ามาแตะต้องลูกฉัน! ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!" "ไม่เอาน่า ริน..." คีรินทร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงปะทะจากกายแกร่งทำให้รินรดาต้องแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างกันแนบชิดจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว "เรายังมีเรื่องต้องสะสางกันอีกยาว... ในเมื่อเธอกล้าซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของผมไว้ตั้งสี่ปี เตรียมตัวรับบทลงโทษจากผมได้เลย..." ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความโกรธขึง ก่อนจะเหลือบมองเด็กน้อยในอ้อมแขนที่กำลังกะพริบตาปริบๆ มองผู้ใหญ่ทั้งสองคนด้วยความไม่เข้าใจ และในวินาทีนั้นเอง... คีรินทร์ก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ขณะที่มืออีกข้างคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความเสียงบางอย่างออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยาที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ "เอกสารรับรองกรรมสิทธิ์บ้านหลังตรงข้าม... ส่งมาเรียบร้อยแล้วนะริน และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ผลตรวจ DNA ด่วนพิเศษที่ฉันสั่งทำเมื่อเช้า... ก็จะส่งตรงมาถึงมือฉันพอดี" - รรสรินกลิ่นกำมะหยี่ -
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%