กลิ่นไวน์แดงราคาแพงเคล้าคลออยู่ปลายลิ้น ทว่ากลับไม่สามารถลบเลือนรสชาติขมปร่าในอกของคีรินทร์ได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผ่านกระจกใสของเลานจ์หรูระดับไฮ엔ด ทอดสายตาไปยังโต๊ะมุมอับสายตาที่ถูกบังด้วยม่านระบายสีเข้ม ทว่าองศาที่พอเหมาะพเจริญตานั้น กลับทำให้เขาเห็นภาพบาดตาบาดใจจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ
รินรดา... อดีตภรรยาผู้เคยนอบน้อมและจดจ่ออยู่กับการรอคอยเขาเพียงผู้เดียวในคฤหาสน์หลังใหญ่ บัดนี้เธอกำลังแย้มรอยยิ้มพิมพ์ใจให้กับชายแปลกหน้า รอยยิ้มที่เขาแทบจะไม่เคยได้รับมันอย่างจริงใจเลยตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
มือหนากำแก้วทรงสูงในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด หากแรงบีบนั้นมากกว่านี้อีกนิด แก้วคริสตัลคงแตกละเอียดคามือเขาไปแล้ว
"คุณรินคะ ชิ้นนี้อร่อยมากทีเดียวค่ะ ลองชิมดูสิคะ"
เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ดังลอดเข้ามาในโสประสาทของคีรินทร์ ชายคนนั้นคือภาคิน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่กำลังร่วมลงทุนโปรเจกต์ใหญ่กับบริษัทของเธอ และดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่1ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องงานเสียแล้ว เมื่อมือหนาของภาคินเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างใบหูของรินรดาย่างแผ่วเบา โดยที่หญิงสาวไม่ได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด เธอกลับเอียงแก้มรับสัมผัสนั้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนที่ยืนมองอยู่
เพล้ง!
เสียงแก้วไวน์ในมือคีรินทร์หลุดร่วงกระทบพื้นหินอ่อนแตกกระจาย เสียงนั้นเรียกสายตาจากผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว ทว่าเจ้าตัวกลับไม่สนใจแม้แต่เศษแก้วที่บาดลึกเข้าไปในผิวเนื้อจนหยาดเลือดสีแดงสดซึมออกมา เขาสลัดความคิดรำคาญใจทิ้ง ก้าวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งไปยังเป้าหมายด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนฉุดไม่อยู่
"อุ๊ย!"
รินรดาอุทานออกมาเบาๆ เมื่อข้อมือเรียวถูกกระชากอย่างแรงด้วยมือที่เต็มไปด้วยไอความร้อนของความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แรงดึงนั้นทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และแอลกอฮอล์โชยเข้าจมูกจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนี
"คีรินทร์! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยฉันนะ!" รินรดาตื่นตระหนก แต่ยังคงพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ภายใต้ใบหน้าที่ซีดเผือด เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ปล่อยเหรอ? หึ... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอมีสิทธิ์มาสั่งฉัน รินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคมกريบแดงก่ำด้วยพิษร้ายแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวปฏิเสธมาตลอด ทว่าในวินาทีนี้มันกลับระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม เมื่อครู่ที่เขาเห็นเธอยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น เลือดในกายของเขาก็เดือดพล่านจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวพร้อมกับเอื้อมมือหมายจะจับไหล่ของคีรินทร์เพื่อแยกทั้งคู่ออก "คุณครับ สุภาพหน่อย ผู้หญิงเขาไม่อยากคุยด้วย ไม่เห็นหรือไง!"
"เสือกอะไรด้วยวะ!"
คีรินทร์หันขวับไปตวาดกร้าว นัยน์ตาดุดันฉายแววฆาตกรจนภาคินชะงักไปชั่วขณะ แรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ภาพลักษณ์นักบริหารหนุ่มผู้สุขุม บัดนี้พังทลายลงไม่เป็นท่า เขาหึง... ใช่ เขาหึงจนแทบคลั่ง ยิ่งเห็นสายตาที่รินรดามองชายอื่น มันยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียลมหายใจของตัวเองไปตลอดกาล
"คุณคีร์คะ กรุณาให้เกียรติแขกของฉันด้วยค่ะ แล้วก็ช่วยกรุณาปล่อยมือฉันสักที มันเจ็บนะคะ!" รินรดาเอ่ยเสียงกร้าว ดวงตากลมโตฉายแววร้าวรานแต่ก็เต็มไปด้วยความแข็งกร้าว เธอยอมให้เขาย่ำยีหัวใจมามากพอแล้ว ในวันที่เธอกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ เหตุใดเขาถึงยังตามมาจองเวรไม่เลิกรา
"เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปรินรดา! กับสิ่งที่เธอทำ... กล้าดียังไงถึงมานั่งหัวร่อต่อกระซิกกับผู้ชายอื่นในที่สาธารณะแบบนี้ ทั้งที่เรายัง..." คีรินทร์ชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพวกเขากดหย่าขาดจากกันตามกฎหมายไปแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดผสมความแค้นเคือง "ตามฉันมานี่!"
"ไม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นปล่อยนะ!"
รินรดายื้อยุดรั้งตัวสุดแรงเกิด แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของผู้หญิงจะสู้แรงของอดีตสามีผู้โกรธเกรี้ยวได้ คีรินทร์ไม่สนใจสายตาของผู้คนที่กำลังจับจ้องมาทางพวกเขา เขากึ่งลากกึ่งจูงร่างบางให้ออกจากเลานจ์ ท่ามกลางเสียงทักท้วงของภาคินที่ถูกการ์ดของโรงแรมกันตัวเอาไว้
ประตูห้องพักวีไอพีชั้นบนสุดถูกเปิดออกด้วยคีย์การ์ดอย่างไร้ความปรานี ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ แรงกระแทกทำให้เธอนิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวด ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวหนี ร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ก็ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างพนักพิงกับแผงอกกว้างของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน
"คุณมันบ้าไปแล้วคีรินทร์! ออกไปจากตัวฉันนะ!" รินรดาตวาดเสียงสั่น พยายามใช้สองมือดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทว่ากลับเหมือนกำแพงหินผาที่ไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย
"ใช่... ฉันมันบ้า บ้าเพราะผู้หญิงใจร้ายอย่างเธอนั่นแหละ!"
คีรินทร์คำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เคยเป็นของเขาคนเดียว บัดนี้มันกลับเผยอขึ้นน้อยๆ อย่างหวาดกลัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเพลิงพิศวาสที่แผดเผาจนยากจะควบคุม กลิ่นหอมหวานประจำกายของรินรดากระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
"จำไม่ได้แล้วหรือไงว่าร่างกายนี้เคยเป็นของใคร... หืม?"
เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนจัดที่กดจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกวาบหวามที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลับถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้งด้วยสัมผัสคุ้นเคย
"อย่า... ปล่อยฉันนะ คีรินทร์ ได้โปรด..." เสียงปฏิเสธเริ่มขาดห้วง เมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสทำงาน ร้อนแรงและเอาแต่ใจจนเธอแทบหมดแรงต้านทาน
สัมผัสที่เคยคุ้นเคยกลับมาแผดเผาผิวกายจนร้อนรุ่ม คีรินทร์ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธ เขาประกบจูบริมฝีปากนุ่มที่พยายามเอื้อiคำตัดพ้อ บดขยี้ความดื้อรั้นด้วยความหิวกระหาย รสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้องทำเอาสมองของรินรดาทื่อชา เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างไร้ความปรานี จนหญิงสาวต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความอึดอัดปนรัญจวน
มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกทีละชิ้นอย่างชำนาญ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ ผิวเนียนละเอียดสัมผัสกับความเย็นของอากาศในห้อง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือและริมฝีปากของเขาที่พรมจูบไปทั่วเรือนร่างอย่างคนคลั่งไคล้ ในห้วงอารมณ์ที่พร่ามัว คีรินทร์ตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้สติ เขาต้องการทำลายล้างความเย่อหยิ่งและร่องรอยของชายอื่นให้หมดสิ้นไปจากตัวเธอ ตอกย้ำความเป็นเจ้าของด้วยบทรักที่เร่าร้อนและลึกซึ้งจนลมหายใจแทบขาดหรอด
ทว่า... ท่ามกลางความหวามไหวที่กำลังพาทั้งคู่ดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หา เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกข้างโซฟากลับแผדเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศ
*ริง... ริง...*
รินรดาสดุ้งสุดตัว สติที่หลุดลอยไปไกลดึงกลับมาทันที เธอกวาดตามองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้น ปรากฏชื่อของบุคคลที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
**'น้องรัน'**
ภาพเด็กชายวัยสี่ขวบ ดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากชายหนุ่มที่กำลังคร่อมร่างเธออยู่ตอนนี้ราวกับพิมพ์เดียวกัน ผุดขึ้นมาในหัว รินรดารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกคีรินทร์สุดแรง จนร่างสูงเซถอยหลังไปเล็กน้อย
"หยุดนะคีรินทร์!" เสียงหวานตวาดลั่น หอบหายใจตัวโยน รีบคว้าเสื้อผ้ามาคลุมกายที่สั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก
คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะเอמהคำถามทวงสิทธิ์ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอมือถือที่วางคว่ำอยู่ หน้าจอแสดงภาพสายเรียกเข้าพร้อมข้อความสั้นๆ ที่ตั้งเป็นวอลเปเปอร์
**"คุณแม่ขา น้องรันคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ รีบกลับมาหานะคะ"**
พร้อมกับภาพถ่ายเด็กชายตัวน้อยแก้มป่อง ดวงตากลมโตฉายแววเฉลียวฉลาด หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาในวัยเด็กราวกับแกะ...
คีรินทร์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เด็กคนนั้น... เป็นใครกัน?
- รรสรินกลิ่นกำมะหยี่ -
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 17
ความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!