พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 19

ความลับที่หลุดรอด

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
ความเงียบงันภายในห้องรับรองพิเศษราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองขาดห้วงไปชั่วขณะ เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยมองสลับระหว่างใบหน้าตื่นตะลึงของคีรินทร์กับดวงหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังเอียงคอมองเขาด้วยความฉงน ดวงตาคู่นั้น... สันจมูกโด่งรั้นนั้น... แม้กระทั่งมุมปากหยักลึกยามที่เด็กน้อยทำหน้าสงสัย ทุกอณูบนใบหน้าของน้องรันถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนี้อย่างไร้ที่ติ ราวกับเขากำลังส่องกระจกดูเงาของตัวเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน "คุณ... คุณอาหน้าตาเหมือนรันเลยครับ" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นทำลายความอึดอัด รินรดารemรีบดึงร่างเล็กเข้าหาตัว สัญชาตญาณความเป็นแม่กรีดร้องเตือนภัยด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวสั่นเทาจนแทบประคองตัวไม่อยู่ เธอรีบคว้าข้อมือเล็กของลูกชายไว้แน่น ดวงตาคู่หวานไหวระริกด้วยความหวาดกลัว ปราการความเข้มแข็งที่เธอพยายามก่อร่างสร้างมาตลอดสี่ปีพังทลายลงในพริบตา คีรินทร์ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวราวกับคนถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรุนแรงจนเจ็บแปลบไปทั้งอก ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเยชาและทิฐิอันสูงส่ง บัดนี้กำลังพุ่งเข้ากระแทกหน้าเขาอย่างจัง ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามา รินรดาในวันที่อ่อนแอ รินรดาในวันที่เธอเอ่ยปากขอความเห็นใจ และวันที่เธอหันหลังเดินจากไปพร้อมกับความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต "รัน... ไปล้างมือกับคุณน้าทางโน้นก่อนดีไหมลูก" เสียงของรินรดาแหบพร่าสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เธอพยายามบังคับให้ตัวเองนิ่งที่สุดเพื่อส่งน้องรันให้พ้นรัศมีสายตาคมกริบที่กำลังจดจ้องราวกับจะกลืนกิน "แต่รันยังไม่ได้กินเค้ก..." "ไปเถอะค่ะคนเก่ง เดี๋ยวแม่ตามไป" เธอพยายามยิ้มฝืนส่งให้ลูกชาย ก่อนจะส่งสัญญาณให้พี่เลี้ยงรีบพาตัวเด็กน้อยออกไปจากห้องทันที ทันทีที่ประตูปิดลง ความกดดันในอากาศก็พุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก คีรินทร์ไม่ได้สนใจเด็กน้อยที่เดินลับตาไปแล้ว สายตาคมกราบดุดันคู่นั้นกลับพุ่งตรงมาที่รินรดา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความคุ้นเคยที่เธอเคยฝังใจทำเอาขาสั่นพับ รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ทว่าอ้อมแขนแกร่งกลับยกขึ้นกักตัวเธอไว้ทั้งสองข้าง ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หนีไปไหน "สี่ปี..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น คีรินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความสับสน และความเจ็บปวดที่ระคนกันจนแยกไม่ออก "เธอร่านไปเอาเด็กคนนี้มาจากไหน... รินรดา! เด็กคนนั้นคือใคร!" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาทางแววตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีอย่างไร้ความหวาดกลัว แม้ในใจจะสั่นไหวแค่ไหนก็ตาม "จะใครก็ไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ!" เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามทำเสียงให้แข็งกร้าวที่สุด "ปล่อยฉันนะคะ คีรินทร์! คุณไม่มีสิทธิ์มาล้ำเส้นอะไรในชีวิตฉันอีกแล้ว!" "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ!" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักลึก แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ "เด็กหน้าตาเหมือนฉันขนาดนั้น กล้าพูดว่าไม่เกี่ยวกับฉันงั้นเหรอ รินรดา! เธอคิดว่าฉันโง่นักหรือไงถึงดูไม่ออกว่าเด็กนั่นลูกใคร!" "ใช่! ไม่ใช่ลูกคุณ! เด็กคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณทั้งสิ้น!" รินรดาโกหกคำโตออกไป หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวว่าความลับจะแตก เธอรู้ดีว่าหากคีรินทร์รู้ความจริง ชีวิตของเธอกับลูกจะต้องตกอยู่ในขุมนรกที่เขาเป็นผู้ควบคุมอย่างแน่นอน "โกหก!" เขากระชากเสียงใส่เธออย่างหมดความอดทน มือหนาบีบเข้าที่ไหล่มนทั้งสองข้างแน่นจนรินรดาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด "สายตา ท่าทาง รอยยิ้มแบบนั้น... มันลูกฉันชัดๆ! เธอกล้าดียังไงเอาลูกของฉันไปซ่อนไว้ ตั้งสี่ปี... เธอตบตาฉัน พาเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันหนีไป!" "แล้วคุณล่ะทำอะไรไว้!" รินรดาตวาดกลับเสียงสั่น หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นคลหน่วยตาคู่สวย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "วันที่ฉันกราบกรานขอร้องคุณ วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของคุณไปหาเพื่อขอความเห็นใจ... คุณทำอะไรคุณคีรินทร์? คุณไล่ฉันเหมือนหมูเหมือนหมา คุณบอกว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของคุณ! คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้ววันนี้คุณมีหน้ามาทòiสิทธิ์อะไร ถึงได้มายืนทวงหาความเป็นพ่อจากฉัน!" คำพูดราวดั่งคมมีดกรีดแทลงไปในหัวใจของคีรินทร์ เขาสะอึกไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทุบตีความรู้สึกของเขาอย่างสาสม ความเย่อหยิ่งและทิฐิในวันนั้น คือสิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้ายเขาในวันนี้อย่างเจ็บปวดที่สุด แต่ทว่า... ความต้องการที่จะเป็นเจ้า "ต่อให้ฉันเคยทำผิดพลาดแค่ไหน..." คีรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองเธอราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "แต่ถ้าเด็กคนนั้นคือลูกของฉัน... เธอไม่มีทางได้ซ่อนเขาไว้พ้นเงื้อมมือฉันแน่ รินรดา" พูดจบ เขาก็ผละตัวออกห่าง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่ลำพังท่ามกลางความหวาดผวาที่เกาะกินหัวใจ หลายวันต่อมา... ความหวาดระแวงเริ่มกัดกินจิตใจของรินรดาจนเธอนอนไม่หลับ ทุกย่างก้าวที่เธอพาingน้องรันออกไปข้างนอก เธอต้องคอยเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความหวาดกลัว คีรินทร์ไม่ใช่คนที่จะปล่อยวางเรื่องนี้ได้ง่ายๆ และเธอก็รู้ดีว่าเขาจะต้องหาทางพิสูจน์ความจริงให้ได้ และลางสังหรณ์ของเธอก็เป็นจริงในบ่ายวันหนึ่ง... รินรดารับโทรศัพท์จากโรงเรียนอนุบาลของน้องรัน แจ้งว่ามีผู้ชายอ้างตัวว่าเป็นญาติมาขอรับตัวเด็กกลับก่อนเวลา โดยอ้างว่าคุณแม่ฝากมารับ หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เธอขับรถพุ่งตรงไปยังคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองของคีรินทร์ด้วยความเร็วสูงสุดอย่างไร้สติ ปัง! ประตูกระจกห้องชุดเพนต์เฮาส์ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ฝีเท้าของเธอจะชะงักกึก ภาพเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด น้องรันกำลังนั่งเล่นต่อเลโก้อย่างสนุกสนานบนพรมแพรวพราว โดยมีคีรินทร์นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ คอยส่งเลโก้ชิ้นต่อๆ ไปให้ลูกชายด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่เธอน้อยนักจะได้เห็น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของผู้เป็นพ่อ รินรดารemก้าวเข้าไปกระชากตัวลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดทันทีด้วยความหวงแหน น้องรันส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเล็กน้อย แต่เธอกลับกอดรัดร่างเล็กไว้แน่นราวกับกลัวว่าใครจะมาพรากแก้วตาดวงใจนี้ไป "คุณทำบ้าอะไรของคุณคีรินทร์! ทำไมถึงทำแบบนี้!" เธอหันไปแผดเสียงใส่ชายหนุ่มที่ยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคู่นคมจ้องมองเธอด้วยความเรียบเฉย คีรินทร์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย มือหนาล้วงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะคลี่มันออกแล้วชูให้เธอเห็นอย่างช้าๆ "ฉันไม่ได้ทำอะไรบ้า..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น "ฉันแค่พาเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันมาตรวจพิสูจน์ความจริง เพื่อให้แน่ใจว่า... ฉันไม่ได้หูฝาดไปเอง" รินรดากวาดสายตามองกระดาษในมือเขา ตัวหนังสือและตัวเลขผลลัพธ์บนนั้นเด่นหร่ากระแทกตา จนกระทั่งเธออ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ระบุผลการตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมอย่างชัดเจน *Probability of Paternity: 99.99%* โลกทั้งใบหมุนคว้าง รินรดารู้สึกเหมือนขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ในขณะที่คีรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ ช้อนคางเธอนิ่งให้เงยขึ้นสบตา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งประกายความอันตรายออกมาอย่างเต็มเปี่ยม "เกมจบแล้วล่ะ รินรดา... ในเมื่อลูกเป็นของฉัน เธอก็เตรียมตัวชดใช้ความผิดที่กล้าซ่อนลูกจากฉันมาตลอดสี่ปีนี้ได้เลย" โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของรสรินกลิ่นกำมะหยี่เสมอมานะคะ)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%