“เอกสารนี่... มันแปลว่าอะไร รินรดา!”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้สั่นเครือและแหบพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน คีรินทร์กระแทกปึกกระดาษลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คจนเกิดเสียงดังสนั่น หัวใจของเขาเต้นรัวแรงราวกับกลองรบ ในขณะที่สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าที่ซีดเผือดของหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา
รินรดายืนนิ่งราวกับรูปปั้น มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอไม่ยอมสบตากับดวงตาคู่นั้นที่กำลังแผดเผาด้วยความโกรธเกรี้ยวและ... ความสับสนที่ปิดไม่มิด
“มันก็แค่ผลตรวจตามที่เห็นนั่นแหละค่ะคุณคีรินทร์ ไม่ว่าคุณจะอ่านมันกี่รอบ ความจริงก็ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นไหวที่ปลายประโยค ราวกับเส้นด้ายที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ
คีรินทร์คว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วที่สั่นเทาไล้ไปตามตัวอักษรที่ระบุว่า ‘ค่าความน่าจะเป็นในการเป็นบิดาเท่ากับ 99.99%’ คำพูดเหล่านั้นกระแทกเข้าที่กลางใจเขาอย่างจัง ราวกับค้อนเหล็กหนักๆ ทุบลงบนหน้าอกจนเข่าแทบทรุด ความทิฐิที่เคยสร้างเป็นกำแพงสูงตระหง่านพังทลายลงในเสี้ยววินาที
ภาพของน้องรัน... เด็กชายวัยสี่ขวบที่เขามักจะดุว่าบ่อยครั้งเพียงเพราะใบหน้านั้นละม้ายคล้ายกับตัวเองในวัยเด็กอย่างไม่น่าเชื่อ ภาพความเย็นชาที่เขาเคยหยิบยื่นให้ลูกตัวเองในฐานะ ‘คนแปลกหน้า’ ย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่
“ทำไม...” เขาเค้นเสียงถาม ความแข็งกร้าวในดวงตาเลือนหายไป เหลือเพียงความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึก “ทำไมถึงปิดบังฉัน ริน... ทำไมถึงปล่อยให้ฉันโง่เขลา เกลียดชังเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองได้ลงคอ!”
“แล้วคุณล่ะคะ?” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เธอพยายามกักเก็บไว้ “ตอนที่ฉันบอกว่าฉันท้อง คุณทำอะไร? คุณขว้างใบหย่าใส่หน้าฉัน คุณไล่ฉันออกไปราวกับสุนัขข้างถนน คุณบอกว่าเด็กคนนี้คือความผิดพลาด... คุณยังอยากให้ฉันเอาความจริงไปบอกคนใจร้ายอย่างคุณอีกเหรอคะ!”
ทุกคำพูดของเธอเหมือนคมมีดกรีดลงบนหัวใจของคีรินทร์ เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว พิงกับโต๊ะทำงานอย่างหมดแรง ภาพอดีตหวนคืนมา—ภาพที่เขาตัดสินเธอเพียงเพราะความริษยาและทิฐิอันบ้าคลั่ง
คีรินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้กุมขมับ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของเหตุผลที่กระจัดกระจาย ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เขาไม่ได้สูญเสียแค่ภรรยาไปแล้วในตอนนั้น แต่เขาได้ทำลาย 'ครอบครัว' ที่เขามีโอกาสได้ครอบครองโดยไม่รู้ตัว
“รัน... ลูกของฉัน” เขาพึมพำชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจที่เคยด้านชา มันเป็นความรักที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความรักที่มีต่อสายเลือดของตัวเอง
รินรดามองอดีตสามีด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในใจของเธอนั้นเจ็บปวดเหลือเกินเมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความโกรธเคืองในใจเธอเริ่มจางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นแทนที่
“ลูกของฉันค่ะ ไม่ใช่ของคุณ” เธอกล่าวเน้นย้ำ “เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแค่ฉันคนเดียวที่ฟูมฟัก เลี้ยงดู และเช็ดน้ำตาให้เขาในยามที่เขาถามหาพ่อ และฉันจะไม่ยอมให้คนอย่างคุณเข้ามาทำลายโลกที่แสนบริสุทธิ์ของน้องรันเด็ดขาด”
คีรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาของเขามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันจะไม่ขอให้เธอให้อภัยฉันในวันนี้ รินรดา แต่ในเมื่อความจริงมันปรากฏชัดเจนถึงเพียงนี้แล้ว อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้ลูกและเมียของฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป ต่อให้ต้องกราบเท้าขอโอกาส หรือต้องแลกด้วยทุกอย่างที่ฉันมี ฉันก็จะทำ”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างเล็กๆ ของน้องรันที่วิ่งเข้ามาในห้องด้วยความร่าเริง
“คุณแม่ครับ! รันเจอรูปวาดในห้องนี้ด้วย...”
เด็กน้อยหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้ชายตัวโตที่เขาเคยกลัวนั่งอยู่ตรงนั้น แววตาใสซื่อของน้องรันมองสลับระหว่างคีรินทร์กับรินรดา ก่อนจะเดินเข้าไปหาคีรินทร์อย่างช้าๆ แล้วยื่นรูปวาดในมือให้ด้วยท่าทางประหม่า
คีรินทร์รับรูปวาดนั้นมามือสั่น น้ำตาลูกผู้ชายที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้กลับร่วงหล่นลงบนแผ่นกระดาษภาพวาดรูปครอบครัวที่ไร้เงาของพ่อคนนั้นอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโอบกอดร่างเล็กของน้องรันเข้าสู่อ้อมอกแน่นราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะหายไปจากชีวิตเขาอีกครั้ง
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มองภาพพ่อลูกที่เพิ่งรับรู้การมีอยู่ของกันและกันด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทว่าทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของคีรินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผดเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความเย็นยะเยือกในทันที
'คุณหญิงมณีรัตน์'—มารดาของคีรินทร์ ผู้ที่เกลียดชังรินรดาเข้าไส้และเป็นคนขู่ว่าจะกำจัดเด็กคนนี้ทิ้งตั้งแต่วันแรกที่รู้เรื่อง
คีรินทร์เหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความตื่นตระหนก “แม่... แม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน!”
ก่อนที่เขาจะได้กดรับสาย เสียงทุบประตูดังโครมใหญ่จากภายนอก พร้อมกับเสียงของหญิงวัยกลางคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้านตระกูลคีรินทร์ตะโกนก้องเข้ามา “คีรินทร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่านังผู้หญิงนั่นพาเด็กนั่นมาที่นี่ ฉันจะมาจัดการความผิดพลาดนี้ด้วยตัวเอง!”
รินรดาหน้าถอดสี มือไม้สั่นเทาขณะที่คีรินทร์คว้าตัวน้องรันไปหลบหลังตนเองโดยสัญชาตญาณ ประตูห้องทำงานถูกพังเข้ามาโดยบอดี้การ์ดหลายนาย และร่างของหญิงสูงวัยที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาอำมหิตดุจงูพิษที่พร้อมจะฉกกัดทุกคนที่ขวางหน้า
ความลับที่เพิ่งเปิดเผยกำลังจะกลายเป็นชนวนสงครามที่อาจเผาผลาญทุกอย่างจนไม่เหลือชิ้นดี... และชีวิตของน้องรันก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของรสรินกลิ่นกำมะหยี่เสมอมานะคะ
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 20
ความจริงที่เข่าแทบทรุด
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!