ความเงียบงันในยามวิกาลของคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่เคยน่ากลัวเท่าคืนนี้...
คีรินทร์ขว้างแก้วทรงเตี้ยในมือลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อหนา เสียงของเหลวสีอำพันสาดกระเซ็นเคล้าเสียงแก้วแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี นัยน์ตาคมกริบสีสนิมเหล็กทอประกายกร้าวด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนล้นอก เขากวาดสายตามองไปรอบห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมที่กว้างขวาง แต่มันกลับเคว้งคว้างและว่างเปล่าอย่างไร้เหตุผล
ไม่มีเสียงฝีเท้าเบาหวิวของรินรดาที่มักจะเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำอุ่นและยาแก้ปวดหัว ไม่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ ของแป้งเด็กปนกลิ่นดอกมะลิที่เคยลอยวนเวียนอยู่รอบตัว และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีร่างบอบบางที่มักจะนอนขดตัวอยู่ริมเตียงฝั่งซ้าย ราวกับพยายามลดพื้นที่การมีตัวตนของตัวเองให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระทางสายตาของเขา
"รินรดา..."
ชื่อนั้นหลุดจากริมฝีปากหยักลึกด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกวาดมองไปที่ตู้เสื้อผ้าฝั่งของเธอ มือหนาผลักบานกระจกเงาบานใหญ่ออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับมีเพียงความว่างเปล่าราวกับป่าช้า ราวกับว่าผู้หญิงคนนั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่ในบ้านหลังนี้มานานนับปี เสื้อผ้าชุดเก่ง ชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่ม หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว... ทุกอย่างถูกกวาดเรียบจนเกลี้ยงเกลา ราวกับถูกลบเลือนด้วยยางลบแห่งความเย็นชาที่เขาเป็นคนขีดเขียนมันขึ้นมาเอง
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความถือดี ทิฐิมานะอันสูงส่งกำลังกรีดแทงหัวใจของเขาให้เจ็บแปลบโดยไม่รู้ตัว เขาบอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่หรือ? ผู้หญิงน่ารำคาญคนที่ผู้ใหญ่จัดแจงให้แต่งงานด้วยเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ คนที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้ากอดทะเบียนสมรสและเรียกร้องหาความรักจากผู้ชายที่หัวใจตายด้าน
*'ไปได้ก็ดี... พ้นทางสักที'* เขาพยายามท่องคำนี้ซ้ำๆ ในหัวเพื่อกลบเกลื่อนความวูบโหวงที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจอย่างช้าๆ
แต่ทว่า... ความเงียบงันในห้องนี้มันกลับดังเสียจนน่าหนวกหู
คีรินทร์ทรุดกายนั่งลงบนเตียงนอนคิงไซส์กว้างขวาง สัมผัสเย็นเยียบจากผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มส่งตรงเข้าสู่แผ่นหลัง ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสหมอนใบที่เคยมีร่างนุ่มนิ่มหนุนนอนอยู่ ความอุ่นจางๆ ที่เคยคุ้นเคยบัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาที่กัดเซาะลึกลงไปในความรู้สึก
ภาพวันวานย้อนกลับมาหลอนหลอนในห้วงความคิดอย่างไม่ยอมหยุดหย่อน ภาพที่เธอยังคงส่งยิ้มหวานหยดให้ แม้ในยามที่เขาเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนบาดหมาด ภาพดวงตากลมโตที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแต่ไม่เคยปริปากบ่น ภาพแผ่นหลังเล็กๆ ที่คอยจัดเตรียมทุกอย่างให้เขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย... และในค่ำคืนหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน ค่ำคืนที่แอลกอฮอล์ครอบงำสติสัมปชัญญะ จนทำให้เขาเผลอเรอทำลายกำแพงความสุภาพเรียบร้อยของเธอด้วยความดิบเถื่อนและเร่าร้อน
คราวนั้น... รินรดาไม่ได้ขัดขืน เธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันป่าเถื่อนของเขาด้วยหยาดน้ำตาและเสียงสะื้นไห้ที่ถูกกลืนหายไปกับหมอนใบเดิมนี้ ร่างกายอ่อนนุ่มที่เบียดชิดเข้าหา ความหอมหวานจากซอกคอระหงที่เขาเคยฝังรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของอย่างไร้ความปรานี เสียงครางหวานแผ่วเบาที่เคล้าคลอไปกับลมหายใจหอบกระชั้นในยามที่ร่างกายสองร่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างแนบแน่น... ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อ และความซาบซ่านที่เคยคิดว่าเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ บัดนี้มันกลับตอกย้ำให้เขารู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผา
ชายหนุ่มหลับตาลงแน่น มือหนาขยี้กลุ่มผมสีดำสนิทของตนเองอย่างหัวเสีย เมื่อจู่ๆ ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ ดวงตากลมโต ดั้งจมูกโด่งรรั้น และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับแกะ ก็ผุดขึ้นมาในหัว
'น้องรัน' เด็กชายคนนั้น... เด็กที่เขาเคยปรายตามองด้วยความรำคาญว่าเป็นภาระ และเป็นหลักฐานความอ่อนแอของรินรดา
ทำไมช่วงนี้เขาถึงไม่ได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ หรือเสียงวิ่งตึงตังจากชั้นล่างเลยล่ะ? บ้านหลังนี้มันเงียบเกินไป... เงียบจนเหมือนหลุมศพ
คีรินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความกระวนกระวายใจที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ ขายาวก้าวพรวดพราดออกจากห้องนอน เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนเล็กที่อยู่สุดทางเดิน ซึ่งเคยเป็นห้องของเด็กชายตัวน้อย บานประตูสีขาวถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปราณี ความมืดมิดและกลิ่นอับของห้องที่ไร้ผู้คนอยู่อาศัยโชะเข้าจมูก
แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องเข้าไปภายใน เผยให้เห็นเตียงนอนเด็กเล็กที่ว่างเปล่า ตุ๊กตาหมีตัวโปรดถูกวางทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวบนฟูกที่ไร้ผ้าปู บนโต๊ะข้างเตียงมีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกทับไว้ด้วยแก้วน้ำ
สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขารีบก้าวเข้าไปคว้ามันขึ้นมาอ่าน...
ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวหนังสือลายมืออ่อนหวานแต่มั่นคงที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น หัวใจของคีรินทร์กระตุกวูบ ดิ่งหล่นลงไปถึงตาตุ่มราวกับถูกกระชากลงสู่เหวลึกในชั่วพริบตา
*“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะคะคุณคีร์ ต่อจากนี้ไป... อิสรภาพที่ท่านต้องการ รินคืนให้ทั้งหมดแล้วค่ะ และโปรดจดจำไว้ว่า... ลูกของฉัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณอีกต่อไป”*
เพล้ง!
แก้วน้ำในมืออีกข้างหลุดร่วงลงกระแทกพื้นแตกกระจายไม่เป็นท่า พร้อมๆ กับลมหายใจของคีรินทร์ที่สะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง เมื่อตระหนักได้ว่า... เขาสูญเสียทุกอย่างไปแล้วจริงๆ สูญเสียผู้หญิงที่รักเขาด้วยชีวิต และสูญเสียสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้สติและวิ่งลงไปค้นหาความจริงด้านล่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบอดี้าร์ดคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"นายครับ... คือว่า... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณนาย แต่คนส่งฝากไว้ที่ป้อมยาม... แล้วนี่คือผลตรวจดีเอ็นเอและเอกสารสำคัญที่เพิ่งมีคนนำมาสอดไว้ใต้ประตูรั้วครับนาย!"
คีรินทร์หันขวบไปมองซองเอกสารนั้นด้วยนัยน์ตาระทึก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก มือหนารีบคว้าซองนั้นมาฉีกกระชากออกอย่างไม่ใยดี กระดาษแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาแทบเท้า พร้อมกับตัวเลขผลตรวจความเป็นพ่อลูก 99.99% ที่ประจักษ์แก่สายตา... และรูปถ่ายใบล่าสุดของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่เคียงข้างชายแปลกหน้าร่างสูงสง่าหน้าตาหล่อเหลา ผู้กำลังโอบกอดรินรดาไว้อย่างแนบชิดในสนามบินนานาชาติ!
**************************************************
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 5
ความว่างเปล่าบนเตียงกว้าง
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!